ธารา ปิตุเตชะ แถลงว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาความตกต่ำของราคาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะยางพารา และไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธารา ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรียุทธพงศ์จริง ๆ ก็เป็นพวกกัน ท่านไม่ต้องรีบตอบ ผมมีเรื่องเกี่ยวพันกับท่านอยู่แล้ว โดยเฉพาะเห็นท่านไปตรวจสต็อกยางอยู่ ผมถือว่าท่านก็เป็นเสนาบดีที่มีคุณภาพคนหนึ่ง ท่านประธานครับ ในปี ๒๕๕๖ คณะรัฐมนตรีเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ตั้งงบรายจ่ายไว้ที่ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วในปี ๒๕๕๗ รัฐบาลตั้งงบประมาณ รายจ่ายประจำปีไว้ที่ ๒,๕๒๕,๐๐๐ ล้านบาท นับตั้งแต่รัฐบาลนี้ได้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อวันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเรียกร้องให้รัฐบาล แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ตรงจุดนะครับ ผิดที่ผิดทาง หลงทาง ทำให้ปัญหา ราคาพืชผลที่เกิดขึ้นบานปลาย ส่งผลให้พี่น้องชาวเกษตรกรได้รับผลกระทบในมุมกว้าง และต้องแบกรับภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากปัญหาดังกล่าว ท่านประธานครับ จากคำแถลง ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๗ ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ต่อรัฐสภา รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการจัดสรรงบประมาณไว้ ๙ ยุทธศาสตร์ แต่ผม จะพูดเพียง ๒-๓ ยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ที่ ๓ คือยุทธศาสตร์ในการสร้าง ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ที่ ๓.๓ นั้น ท่านประธานครับ แผนงานเสริมสร้างเสถียรภาพราคา สินค้าทางการเกษตร ซึ่งรัฐบาลจัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้จำนวน ๔๔,๓๒๗ ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีความมั่นคงในอาชีพและรายได้สามารถจัดจำหน่ายสินค้าผลผลิต ทางการเกษตรให้ได้ราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรมผ่านระบบการรับจำนำสินค้าบริการ ขึ้นทะเบียนครัวเรือนเกษตรกรเพื่อเอื้อประโยชน์ให้เข้าถึงแหล่งเงินของเกษตรกร รวมทั้ง ให้บริการตรวจสอบคุณภาพปริมาณผลผลิตทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ เมื่อพิจารณาคำแถลงของนายกรัฐมนตรีในการจัดสรรงบประมาณกับสภาพความเป็นจริง แตกต่างโดยสิ้นเชิง ในช่วงที่ผ่านมามาตรการแก้ไขราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ รัฐบาล ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของพี่น้องเกษตรกรได้ และไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ในการบริหารจัดการงบประมาณซึ่งผมว่าล้มเหลว โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาราคาพืชผล ทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจ ไม่ว่าเป็นปัญหาของยางพารา ปัญหาของมันสำปะหลัง หรือราคาข้าว หรือพืชเศรษฐกิจตัวอื่นอีกหลาย ๆ ตัว ปัญหาที่เกิดขึ้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างรู้ดี สื่อมวลชนต่าง ๆ นำเสนอข่าวสารในมุมกว้าง และหลายหน่วยงานได้เรียกร้อง ให้รัฐบาลเข้ามาทำการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบ หลายท่านก็ได้พูดไปแล้ว ไม่ว่าด้านค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ค่าแรงงาน ซึ่งรัฐบาลไปบอกว่าจะประกาศขึ้น ๓๐๐ บาท กระทบต้นทุนการผลิตของพี่น้องเกษตรกรรมทั้งนั้น นี่เป็นปัญหาของรัฐบาล รัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่สามารถในการทำให้แก้ปัญหา ที่เกิดขึ้นได้ ท่านประธานครับ ยางพาราซึ่งจริง ๆ แล้วก็ต้องบอกเลยว่าเป็นพืชเศรษฐกิจ ของประเทศ ยิ่งที่ผ่านมามีการส่งเสริมในการให้พี่น้องเกษตรกรปลูกยางพาราที่เพิ่มขึ้น อย่างน่าใจหาย ผมได้กล่าวให้กับสภานี้ไปหลายครั้งว่ายางพารานั้นไม่ใช่พืชล้มลุก เป็นพืชสวน ท่านประธานครับ ลงทุนไปแล้ว ๗ ปีถึงกรีดได้ ไม่ใช่ว่าราคาไม่ดีแล้วไปตัดทิ้งโค่นทิ้งพรุ่งนี้ มะรืนนี้แล้วก็ปรับหน้าดินแล้วปลูกใหม่ได้ ปลูกพืชอื่นทดแทนได้ ไม่ใช่ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกยางพาราตอนนี้ ท่านประธาน ท่านที่อภิปรายก่อนหน้าผม ท่านชินวรณ์ได้พูดไปแล้วว่าพี่น้องปลูกยางพาราทั้งประเทศกว่า ๑๗-๑๘ ล้านไร่ แต่ราคายาง ตกต่ำอย่างรุนแรง ท่านประธานครับ ๕,๐๐๐,๐๐๐-๖,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัวนะครับ แล้วก็ ต่อเนื่องมาโดยตลอด ท่านจะเห็นว่าต่างจากสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ซึ่งบริหารประเทศชาติ ซึ่งตอนนั้นต้องยอมรับความจริงครับท่านประธาน ราคายางเฉียด ๆ ๒๐๐ บาท ราคาของ อุปโภคบริโภคต่ำกว่านี้ด้วย ค่าครองชีพต่ำกว่านี้ด้วย แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลมาขณะนี้ราคายาง ได้ตกมาตามลำดับ สมัยท่านรัฐมนตรี ผมขอเอ่ยนาม ท่านรัฐมนตรีณัฐวุฒิ ใสยเกื้อนี่นะครับ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แล้วก็ดูแลเรื่องยางพาราในสมัยนั้น ตอนนี้ท่านได้ดีแล้วไปอยู่รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ แต่ท่านคงไม่ลืมนะครับว่าท่านประกาศไว้อย่างไร ประกาศกับ พี่น้องเกษตรกรเลยว่า โดยเฉพาะพี่น้องชาวสวนยางพารานี่ ท่านจะไม่ให้ยางต่ำ ๑๒๐ บาท ท่านประธานก็เคยได้ยินผมอภิปรายเรื่องนี้มาแล้ว แต่ผมจะไปว่าท่านโกหกมันก็รุนแรงไป ผมคิดว่าท่านไม่สามารถทำได้ดีกว่า แต่ที่ท่านชี้แจงไปแล้วแต่ประชาชนจะเชื่อถือท่านอย่างไร อันนั้นผมไม่ทราบ ไม่ว่าจะชี้แจงเรื่องข้าว เรื่องต่าง ๆ เพราะแค่เรื่องยางพาราท่านก็ยังทำ ไม่ได้นะครับเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ตอนนี้ยางพารานี่ราคาเท่าไร ผมจะชี้แจงให้ท่านประธานทราบ ยางพารา ชั้น ๓ ตลาดที่หาดใหญ่กิโลกรัมละ ๘๒ บาท เมื่อเช้ายางท้องถิ่นไม่ต้องพูดถึง อยู่กิโลกรัมละ ๗๘ บาท น้ำยางอยู่ที่ ๗๔ บาท ขี้ยางหรือเขาเรียกยางก้นถ้วยแห้งหน่อย ก็อยู่ที่ ๔๐ บาท ถ้ายางที่มีความชื้นอยู่กิโลกรัมละ ๓๕-๓๘ บาท ท่านประธานครับ ในแต่ละปี เกษตรกรผลิตยางได้ ประเทศเรานะครับ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตัน เฉลี่ยผลผลิตประมาณเดือนละ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แล้วนะครับ นี่ยังมีเพิ่มผลผลิตไปเรื่อย ๆ ทุกปี เพราะเรามี ปริมาณยาง ต้นยางขึ้นทุกปี ที่ผ่านมาราคาตกต่ำ ที่ผมอภิปรายมาท่านประธานต้องนึกด้วย และคำนวณตัวเลขด้วย ตกต่ำจากราคาที่ผมพูดถึงสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ตกประมาณกิโลกรัมละ ๗๐-๘๐ บาท ท่านประธานว่าเกษตรกรต้องสูญเสียรายได้ตกเดือนละเท่าไร ปีละเท่าไร เดือนหนึ่ง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ปีหนึ่ง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ เวลาให้ผมกี่นาที ผมไม่ได้ประสานวิป ผมขอใช้เวลาอีกสักนิดหนึ่งนะครับ ก็อยู่ในโควตาของฝ่ายค้านนะครับ มาตรการแก้ปัญหาที่รัฐบาลเอามาดำเนินการในการเข้าแทรกแซงราคายาง ไม่ว่าแผ่นดิบรมควัน น้ำยางสด หรือขี้ยาง การปล่อยเงินกู้ให้เกษตรกรเพื่อนำยางเก็บเข้าสต็อก รัฐบาลดำเนินการ แก้ไขปัญหาเหล่านี้ นำเงินงบประมาณไม่ต่ำกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทในปีที่ผ่านมา แต่การแก้ไขปัญหาล้มเหลวครับท่านประธาน สูญเสียงบประมาณโดยใช่เปล่า เงินงบประมาณเป็นเงินภาษีประชาชนครับท่านประธาน ท่านเอาไปแทรกแซง ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าผมจำไม่ผิดตามที่ ครม. อนุมัติ แต่ท่านประธานครับ ผมว่าเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีช่วยใหม่ นี่คงจะชี้แจง เพราะผมเห็นไปตรวจสต็อกอยู่ ไปตรวจสต็อกที่จังหวัดศรีสะเกษก็ดี ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่หลาย ๆ แห่ง ที่สต็อกขี้ยางไว้ สต็อกยางพาราไว้ ตอนนี้ยางพาราเริ่มเน่าเริ่มเสีย อาจจะต้อง มีการสืบสวนสอบสวนว่ามีทุจริตหรือไม่เรื่องนี้ อันนี้ก็เป็นเรื่องของรัฐบาล แต่ก่อนที่จะเอาเข้าไป ทำอัดยางแท่ง เอสทีอาร์ ๒๐ (STR 20) ถ้ายางไม่ดีคงเข้าไปไม่ได้หรอกครับ เพราะยางแท่งตัวนี้ จะต้องไปผลิตล้อรถยนต์ซึ่งเป็นอันตราย ผมว่าในการที่เอาเงินไปแทรกแซงครั้งนี้คงจะเป็น เงินที่ค่อนข้างที่เอาไปใช้อย่างสูญเปล่า เสียดายครับ เสียดายภาษีซึ่งเป็นภาษีของพี่น้อง เกษตรกรทั้งประเทศ ภาษีของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศนะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นผมคิดว่ารัฐบาลล้มเหลวในการบริหารประเทศโดยสิ้นเชิงสำหรับการแก้ปัญหา พืชผลทางการเกษตรตกต่ำ แล้วก็ไม่ใช่เฉพาะราคายางพาราเท่านั้น มันสำปะหลัง ราคาพืช ผลไม้ต่าง ๆ โดยเฉพาะสับปะรด ที่บ้านผมมีเยอะด้วย ผมขอใช้เวลาอีกนิดนะครับ แต่จะเอา สั้น ๆ เวลาผมยังเหลือ ท่านประธานครับ ในยุทธศาสตร์ที่ ๓.๖ ผมเลยไปนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าบ้านผมมีทั้งเกษตรกรรม มีทั้งอุตสาหกรรม มีทั้งท่องเที่ยว