ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อภิปรายสนับสนุนงบประมาณปี ๒๕๕๗ และโครงการรับจำนำข้าว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อภิปรายสนับสนุนงบประมาณปี ๒๕๕๗ และโครงการรับจำนำข้าว โดยชี้ให้เห็นว่าโครงการนี้ช่วยเกษตรกร (น้องคนเล็ก) ให้มีรายได้และลดความเสี่ยงจากการขายข้าวในราคาตลาดที่ผันผวน ซึ่งดีกว่าโครงการประกันรายได้ เนื่องจากให้ผลตอบแทนสูงกว่า

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เขต ๗ ผมขอสนับสนุนงบประมาณประจำปี ๒๕๕๗ ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งไว้ ๒,๕๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ จากนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นกองทุนหมู่บ้านเอสเอ็มแอล ๓๐ บาทรักษาทุกโรค กองทุนสตรี เงินเดือน อสม. ผมสนับสนุนครับ แล้วโดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าวที่เรา ๆ ท่าน ๆ ได้ฟัง ทั้งวันว่าโครงการนี้ไม่มีความเป็นจริงมีแต่ทุจริตทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจผิดนะครับว่า โครงการนี้ทำแล้วขาดทุนไป ๒๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ขาดทุนจริง ๆ ครับ ๒๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗/๒๕๔๘ จนถึงวันนี้ ๑๕ ปีที่ผ่านมาขาดทุน ๒๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ขาดทุน ให้กับใครครับ ขาดทุนให้กับน้องคนเล็กครับซึ่งเป็นเกษตรกร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นลูกพ่อค้าครับ พ่อผมสอนอยู่เสมอครับว่าการค้าขายอะไรก็ช่างคงจะไม่ได้กำไรทุกอย่างครับ ก็ต้องมีขาดทุนบ้าง กำไรบ้าง ท่านบอกว่าถ้าอยากได้กำไรต้องเอากำไรน้อย ๆ แล้วจะได้กำไรมาก ในวันหลัง ถ้าอยากได้กำไรมากจะได้กำไรน้อยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ บ้านผมขาย วัสดุก่อสร้างครับ สมมุติว่าเราจะสร้างบ้าน ๑ หลังจะใช้ปูนกี่กระสอบ จะใช้บานประตูเท่าไร ถ้าเราขายอย่างหนึ่งถูกทุกอย่างก็จะคิดว่าถูก วันนี้สร้างบ้าน ๑ หลัง ปูนกระสอบละ ๘๐ บาท ผมขาย ๗๘ บาท ขาดทุนกระสอบละ ๒ บาท ๑๐๐ กระสอบขาดทุน ๒๐๐ บาท แต่ผม ไปเอากำไรบานประตู บานพับ ท่อ ไฟฟ้า สังกะสี ตะปู ผมกำไร ๑,๐๐๐ บาท หักขาดทุนปูน ๒๐๐ บาท ผมกำไร ๘๐๐ บาท นี่คือการค้าครับ ท่านประธานครับ วันนี้รัฐบาลประกอบด้วย พ่อแม่ครับ ประกอบด้วยพี่คนโตที่รับราชการครับ ประกอบด้วยพี่คนรองครับที่ทำการค้าขาย ประกอบด้วยน้องคนเล็กที่เป็นเกษตรกรครับ วันนี้เราอย่าไปอิจฉาน้องเลยครับ น้องคนเล็ก ไม่มีเงินเดือนครับ ๑ ปีขายข้าวได้ทีเดียวครับ วันนี้เขามีโอกาสได้จับสตางค์บ้างครับ รัฐบาลได้ประกาศครับว่าคุณทำนานะน้องคนเล็กนี่แล้วพ่อจะสั่งให้พี่มึงซื้อข้าวกิโลกรัมละ ๒๐ บาท วันนี้น้องคนเล็กได้ตั้งใจทำนาเพื่อจะขายข้าวครับ ในอดีตไม่เคยมีน้องคนเล็ก จะบอกราคาขายข้าวได้ ทำการเกษตรไม่ว่าจะปลูกข้าว ปลูกยางพารา ปลูกอ้อย ต้องไปถามครับ ถามพ่อค้าว่าซื้อกิโลกรัมละเท่าไร ถูกใจก็ขาย ไม่ถูกใจก็ได้ขายครับ พอจะไปซื้อปุ๋ยไปถาม พ่อค้าว่าปุ๋ยกระสอบละเท่าไร แพง แพงก็ต้องซื้อครับ วันนี้รัฐบาลได้มีโอกาสในการที่จะ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรซึ่งเป็นน้องคนเล็กที่ทำอาชีพเกษตรปลูกข้าวได้รู้ต้นทุนล่วงหน้า ในการที่จะตั้งหลักครับ ซึ่งวันนี้รัฐบาลมีโครงการครับลดรายจ่ายก็คือมีบัตรเครดิตเกษตรกร เพื่อให้น้องคนเล็กได้ไปซื้อปุ๋ยในราคาถูกไม่ต้องเสียดอกเบี้ยให้กับพ่อค้าคนกลาง และเพิ่ม รายได้ก็คือซื้อข้าว รับจำนำข้าวในกิโลกรัมละ ๒๐ บาท ให้น้องคนเล็กมีโอกาสได้ขายข้าว ในเมื่อชาวนาเขารู้ต้นทุนเขาก็จะได้ตั้งหลักได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอยกตัวอย่าง จากโครงการทั้ง ๒ โครงการที่เราได้เถียงกันทั้งวันในวันนี้ครับว่าโครงการประกันรายได้ กับโครงการรับจำนำ กระผม นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เป็นเกษตรกรทำนา ๒๐ ไร่ ผมจะอภิปรายว่าโครงการประกันรายได้กับจำนำใครดีกว่ากัน พี่น้องเกษตรกรอยู่ที่บ้าน ช่วยติดตามนะครับว่าวันนี้เอาข้าวหอมมะลิอย่างเดียวครับ ข้าวหอมมะลิวันนี้โครงการประกันรายได้ รัฐบาลที่ผ่านมาบอกว่าจะรับซื้อกิโลกรัมละ ๑๕ บาท ผมก็ทำนาครับ ๒๐ ไร่ ไร่หนึ่งผมได้ ๕๐๐ กิโลกรัม ๒๐ ไร่ผมได้ข้าว ๑๐ ตัน ผมก็เอาไปประกันรายได้ครับ พอประกันรายได้โรงสี บอกว่าข้าวนายกุ่ยไม่สวยซื้อ ๑๓ บาท ผมก็ขายครับ วันดีคืนดีรัฐบาลประกาศบอกว่า ๑๕ บาท นายกุ่ยขายได้ ๑๓ บาท ก็เลยชดเชยส่วนต่างให้ผมกิโลกรัมละ ๒ บาท ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัม ผมได้ ๒๐,๐๐๐ บาท รวมแล้วจากขายข้าว ๑๓,๐๐๐ บาทบวก ๒๐,๐๐๐ บาท ได้ ๑๕๐,๐๐๐ บาท ท่านตามมาครับพรรคเพื่อไทยครับ ทักษิณคิด ยิ่งลักษณ์ทำครับ โครงการรับจำนำข้าวหอมมะลิ เราจะจำนำกิโลกรัมละ ๒๐ บาท ผมก็ทำนาเท่าเดิม ๒๐ ไร่ ผมก็ทำนาเท่าเดิมครับ ๒๐ ไร่ ผลผลิตต่อไร่ ๕๐๐ กิโลกรัม ๒๐ ไร่ผมได้ข้าว ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัม จำนำที่ ๒๐ บาท ผมได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท มากกว่าประกันรายได้ ๕๐,๐๐๐ บาทครับ น้องคนเล็ก ได้เงินมากกว่า ๕๐,๐๐๐ บาท อย่าไปตกใจครับ น้องคนเล็กได้เงินและอยู่ไม่นานครับ คนจน ก็อยากจะไปซื้อของ ไปซื้อสังกะสี ไปซื้อปูน ไปซื้อเหล็กของพี่คนกลาง พี่คนกลางขายของได้ เยอะ ๆ ครับ พ่อก็บอกว่าพี่คนกลางมึงขายของได้เยอะขอกำไรมาแบ่งให้พี่คนโตที่รับราชการบ้าง ได้ไหม พี่คนโตก็มีเงินเดือนเพิ่มครับ วันนี้จากขาดทุนข้าวกิโลกรัมละไม่กี่บาท แต่พี่คนโต ได้ขายข้าว พี่คนโตได้ขายของ ได้ขายสังกะสี ได้ขายเหล็ก ได้ขายปูน เศรษฐกิจดีครับ ทุกอย่าง ได้ขายหมด ซื้อมอเตอร์ไซค์ ซื้อโทรศัพท์ พี่คนโตอีกคนหนึ่งรับราชการก็ได้เงินเดือนเพิ่มนะครับ วันนี้เป็นการคิดที่รัฐบาลคิดถูกครับ เสร็จแล้วผมอยากอภิปรายว่าเมื่อเรารับจำนำข้าวแล้ว วิธีที่เราจะระบายข้าวนะครับ ถามว่าทุกโครงการก็มีการทุจริตแต่โครงการรับจำนำข้าว เราไม่ได้ทุจริตครับ เรามีการรับจำนำและเรามีการระบาย วันนี้ได้ยินบ่อยครับว่าข้าวหอมมะลิไทย แพ้เวียดนาม ข้าวหอมมะลิไทยแพ้พม่า วันนี้ผมอยากเสนอรัฐบาลครับว่าวันนี้เราเป็นโบรกเกอร์ (Broker) ใหญ่ เรารับซื้อข้าวเลยครับ ข้าวเวียดนามกิโลกรัมละ ๑๔ บาท ข้าวพม่ากิโลกรัมละ ๑๒ บาท ข้าวลาวกิโลกรัมละ ๑๒ บาท ข้าวเขมรกิโลกรัมละ ๑๒ บาท ข้าวหอมมะลิไทย กิโลกรัมละ ๒๐ บาท รวมแล้ว ๕ กิโลกรัม ๗๐ บาทครับ เฉลี่ยแล้วกิโลกรัมละ ๑๔ บาท เรานำมาขายกิโลกรัมละ ๑๕ บาท ๕ กิโลกรัมได้ ๗๕ บาท เรากำไรกิโลกรัมละ ๑ บาท เราไม่ได้ขาดทุนเลยนะครับในการขายข้าว ในการระบายข้าว ซึ่งวันนี้ต้องขอบคุณฝ่ายค้าน ที่บอกว่าทำไมรัฐบาลต้องจำนำ เกษตรกรต้องไปจำนำข้าวด้วยตัวเอง วันนี้เราได้ยินว่ามีการ ทุจริต ถ้านายกุ่ยไม่ไปจำนำข้าวด้วยตัวเองก็ถือว่าขายสิทธิของตัวเอง ผมอยากฝาก พี่น้องประชาชนอยู่ที่บ้านว่าเมื่อท่านได้ขึ้นทะเบียนแล้วนะครับ ท่านอย่าได้ขายสิทธิตัวเองครับ วันนี้รัฐบาลช่วยท่านบอกว่าข้าวกิโลกรัมละ ๒๐ บาท ท่านทำดี ๆ เหมือนกับเสื้อที่ผมใส่นี่ ตัวหนึ่ง ๒๐ บาท ต้องซัก ต้องรีด ต้องตากให้เรียบร้อย รัฐบาลซื้อ ๒๐ บาท แต่ถ้าท่านไม่ซัก ท่านไม่ตาก ผมก็ต้องหักเพราะผมต้องไปซัก ไปรีด ผมซื้อ ๑๘ บาท วันนี้จึงอยากจะ กราบเรียนครับว่าการทุจริตนี่มันอยู่ที่กระบวนการ ก็อยากจะฝากอีกครับว่าทำไมข้าว ประเทศไทยไปขายแล้วไม่ได้ ๒๐ บาทที่ผมได้ยกตัวอย่างเรื่องชุดนะครับ เสร็จแล้ววันนี้ โครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว ผมอยากจะฝากรัฐบาลว่าวันนี้รัฐบาลไหนมาเป็น รัฐบาลไหนมาทำเรื่องข้าวก็ชอบจะขายข้าวเก่า ๆ ครับ ระบายข้าวเก่า ๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑/๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๒/๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๓/๒๕๕๔ ผมอยากเสนอว่าวันนี้ปี ๒๕๕๕/๒๕๕๖ ขายก่อน ระบายก่อนครับ ข้าวเก่าเก็บไว้ในโกดังไม่ต้องขายครับ ขายข้าวใหม่จะไม่เสื่อมสภาพ แต่ถ้า เราไปเวียนขายข้าวเก่าปี ๒๕๕๕/๒๕๕๖ ไม่ขาย ปีหน้าขาย ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๖ ก็จะเก่า ปีหน้าขายปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๗ ก็จะเก่า ปีหน้าขายปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๘ ก็จะเก่า วันนี้เรา ระบายแล้วครับ ข้าวเก่า ๆ ทั้งหมดเททิ้งทะเลให้ปลาทูกินอย่างที่ท่านทักษิณบอกและจับปลาทู มาขายก็ได้กำไรครับ ผมยืนยันครับว่าโครงการรับจำนำข้าวไม่ทุจริตครับ ขอบพระคุณครับ