ยุคล จี้รัฐบาลหยุดก่อหนี้ล้นพ้นตัว ชี้บริหารประเทศล้มเหลว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา หารือรายจ่ายงบประมาณปี ๒๕๕๗ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะงบประจำที่เพิ่มร้อยละ ๕.๒ และงบลงทุนที่ลดลงร้อยละ ๒ ซึ่งสะท้อนความล้มเหลวในการยกระดับราคาสินค้าเกษตรตามที่รัฐบาลเคยสัญญา โดยชี้ให้เห็นปัญหาผลไม้ล้นตลาดและราคาตกต่ำในจังหวัดจันทบุรีและภาคตะวันออกที่ไม่มีตลาดกลางหรือห้องแช่เย็น พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์และเกษตรฯ เร่งอนุมัติงบประมาณปี ๒๕๕๗ เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดจันทบุรี วันนี้ถือว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งเป็นวันที่รัฐบาลขอความเห็นชอบ ให้สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ด้วยวงเงินทั้งสิ้น ๒.๕๒๕ ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นงบขาดดุลถึง ๒.๕๐ แสนล้านบาท รัฐบาลจำเป็นจะต้องขอกู้เพิ่มเพื่อมาชดใช้งบขาดดุลคือ ๒.๕ แสนล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ เรามาดูตัวเลขที่รัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร พรรคเพื่อไทย บริหารประเทศในรอบ ๒ ปีที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรบ้าง ปรากฏว่ารัฐบาลนี้ได้ก่อหนี้ยืมสินมามากมาย จนทำให้ นักเศรษฐศาสตร์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันหนาหูว่ากู้ชาตินี้ใช้ชาติหน้าก็ไม่หมด นี่คือรัฐบาลนี้ ท่านประธานครับ จะให้ผมคิดเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร ทั้งก่อหนี้ก่อนหน้านี้และกำลังจะก่อหนี้อีก หนี้ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นภาระของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งสิ้น ลูกหลานไทยทั้งสิ้น นี่คือ การบริหารประเทศที่ล้มเหลวของรัฐบาลนี้จริง ๆ ผมขอยกตัวอย่างให้พี่น้องคนไทยได้ดูกันว่า ที่หลาย ๆ คน เพื่อน ๆ ผมได้อภิปรายในสภาว่าล้มเหลวอย่างไร ทั้งไม่ว่าทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ล้มเหลวแบบไหน และกลับกลายเป็นหนี้ล้นพ้นตัวอย่างไร

หนี้กองแรก ท่านประธานครับ เป็นหนี้ที่เกิดจากการรับจำนำข้าวที่สื่อไทย ตั้งฉายารัฐบาลนี้ว่ารัฐบาลถังแตก ท่านคงจำได้นะครับท่านประธานว่าถังแตกเป็นอย่างไร คือรัฐบาลเป็นหนี้ถึง ๒.๖ แสนล้านบาท นี่คือรัฐบาลเป็นหนี้ครับ

หนี้กองที่ ๒ เป็นหนี้ที่เกิดจากโครงการบริหารจัดการน้ำถึง ๓.๕ แสนล้านบาท ก็ถือว่าเยอะทีเดียวนะครับ

หนี้กองที่ ๓ เป็นหนี้จากพระราชบัญญัติลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ยผ่อนส่งถึง ๕๐ ปี เป็นหนี้รวมกันแล้วถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือโคตรเป็นหนี้กองที่ ๓ นะครับ

เฉพาะหนี้ ๓ กองนี้ ก็เกือบถึง ๖,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่รวมหนี้ที่แทรกแซง ซื้อยางพารา ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ซื้อปาล์มน้ำมัน ซื้อหอมแดงที่ราคาผลผลิตตกต่ำ นี่คือยังไม่รวมนะครับ และยังไม่รวมหนี้ที่จะไปแทรกแซงในอนาคตเรื่องผลไม้ด้วย ถ้ารัฐบาล ยังบริหารอยู่อย่างนี้เช่นนี้ต่อไป ผมว่าลูกหลานไทย คนไทยจะเป็นหนี้อีกเท่าไรเราก็ไม่รู้ ผมว่าทุกคนในสภาแห่งนี้ที่ผมเคยชี้หน้าท่านประธานว่าท่านประธานตายไปก็ยังชำระหนี้ ไม่หมด สมาชิกทุกคนในนี้ตายหมดก็ยังชำระหนี้ไม่หมด ผมจำได้ ท่านประธานคงจำได้ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกกับท่านประธานว่าวันนี้ภาระหนี้สินของประเทศเรามากมาย ข้าวของแพง แล้วก็ไข่ยังแพงอยู่เลยตอนนี้

ท่านประธานครับ เรามาดูรายจ่ายของโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๗ ที่น่าจับตาดูคือ ๑. งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ผมเรียนให้ทราบคือจำนวน ๒.๕๒๕ ล้านล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้วปี ๒๕๕๖ ร้อยละ ๕.๒ รายจ่ายประจำปีนี้เชื่อไหมท่านประธานเท่าไรครับ ๒.๐๑๗ ล้านล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้ว ๗๙.๙ และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังถึง ๑.๓ หมื่นล้านบาท ซึ่งน้อยมากเพียงร้อยละ ๐.๕ เท่านั้น รายจ่ายเงินลงทุนมีเพียง ๔.๔ แสนล้านบาท กลับลดลง จากปี ๒๕๕๖ ถึงร้อยละ ๒ เท่านั้นนะครับ นี่คือเรื่องความเป็นจริงนะครับ ท่านประธานครับ ผมคงไม่แปลกใจว่าทำไมรัฐบาลนี้ไม่ส่งเสริมยกระดับราคาสินค้าเกษตรเลย จากคำแถลงนโยบายของรัฐบาลเมื่อวันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ แถลงต่อรัฐสภาว่า จะยกระดับราคาสินค้าเกษตรให้เกษตรกรขายสินค้าเกษตรได้ราคาสูงขึ้น ฟังแล้วดูดี ฟังแล้ว น่าดีใจกับพี่น้องเกษตรกร แต่กลับตรงกันข้ามครับท่านประธาน ทำไม่ได้เลย ทำไม่ได้จริง ๆ ท่านประธาน ทำได้แต่ให้ราคาสินค้าเกษตรทุกตัวลดลง ๆ ต่ำลง ๆ อย่างต่อเนื่องจนชาวสวน เดือดร้อน เช่นยางพาราราคาลดลง ปาล์มน้ำมันราคาลดลง ท่านประธานพยักหน้าผมรู้ว่า ท่านประธานมียางเยอะ ราคาลดลงท่านประธานก็เดือดร้อน ผมก็เดือดร้อน ชาวบ้านบ้านผม จังหวัดจันทบุรีทั้งจังหวัด และภาคตะวันออกจังหวัดระยองคุณสาธิตเดือดร้อนหมดเลย หมอบัญญัติปวดหัวอยู่เพราะชาวบ้านมาประท้วงว่าราคายางลดลง ปาล์มน้ำมัน กุ้ง หอย หอยยังราคาต่ำลง หอยครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหา เงาะ มังคุด ตอนนี้ราคาดีขึ้น ๒ สัปดาห์ที่แล้วราคาดีขึ้น ลองกองราคาดีขึ้น ถ้าออกเยอะ ๆ เดือนหน้าโน้นเดือนกรกฎาคม ผมกลัวราคาจะตกต่ำ ป้องกันเสียก่อน เลยมาบอกกับรัฐบาลว่านี่คือให้เงินกู้ แล้วเงินงบประมาณแผ่นดิน ต้องช่วยพี่น้องชาวสวนด้วย บ้านผมจังหวัดจันทบุรีมีอาชีพหลักที่สุดคือทำสวนผลไม้ และได้ขึ้นชื่อ ดังไปทั่วโลกว่าเมืองราชินีแห่งผลไม้ไทยเพราะมีผลไม้มากที่สุดของประเทศไทย แต่ท่านประธาน เชื่อไหมว่าบ้านผมไม่มีตลาดกลางซื้อขาย ไม่มีห้องแช่แข็งแช่เย็นผลไม้บ้านผมเลยทั้ง ๆ ที่ มีผลไม้เยอะ ชาวสวนก็เร่ขายริมถนนสุขุมวิท ขายในวัด ขายในโรงเรียน ขายในโรงพยาบาล นี่คือตลาดภาคตะวันออกจังหวัดจันทบุรีบ้านผมที่มีผลไม้มากที่สุดแต่ไม่มีตลาดกลาง ผมเรียนบอก กับท่านประธานว่าผมได้อภิปรายทุกปี ผมได้อภิปราย ผมได้ตั้งกระทู้ถาม ผมได้แปรญัตติทุกปี ท่านประธานจำได้ว่าเห็นหน้าผมก็เหมือนเห็นหน้าผลไม้เมืองจันท พูดตลอดว่าของบประมาณ จากกระทรวงพาณิชย์ วันนี้ต้องขอท่านณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ของบประมาณจากกระทรวงพาณิชย์ ของบประมาณจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าช่วยจังหวัดจันทบุรีเถอะ ผมเคยจัดโครงการ ตลาดสินค้าเกษตรที่จังหวัดจันทบุรีเพื่อให้เกิดอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี เพราะอะไรครับ เพื่อแก้ไข ปัญหาผลไม้ล้นตลาด ราคาตกต่ำ ถ้าราคาตกต่ำ เงิน คชก. ที่ท่านวิชัยได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ว่า ๑๓๗ ล้านบาท ๑๓๙ ล้านบาท อนุมัติตั้งแต่วันที่ ๕ เมษายน ตอนนี้เงินยังไม่ไปเลย จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดตราด ก็รอเงินแทรกแซงอยู่ ถ้าจังหวัดจันทบุรีเป็นจุดศูนย์กลางมีโครงการ ตลาดกลางสินค้าเกษตรเกิดที่จังหวัดจันทบุรีเรามีที่ดินพร้อม ของหลวง ทุกอย่างพร้อม คนพร้อม สถานที่พร้อม เราก็สร้างห้องเย็นแช่แข็งที่มีอุณหภูมิลบ ๔๐ องศา สามารถไปเก็บผลไม้ได้ รัฐบาลก็เอาเงิน คชก. ไปแทรกแซงซื้อเก็บเอาไว้ก่อน ถึงฤดูกาลหน้าผลไม้หมดก็ขายผลไม้ พี่น้องเกษตรกรก็ได้ราคาดี แล้วเขาก็ไม่ด่ารัฐบาล ไม่ต้องออกมาประท้วงปิดถนน ปิดทุกปี ประท้วงทุกปี ปีละครั้งสองครั้ง ปีนี้ถ้าเงาะ มังคุดลงราคาที่จังหวัดจันทบุรี ผมประกาศเลยว่าให้ปิดถนนเลย ให้ปิดเลยนะครับ เพราะถ้ารัฐบาลไม่ช่วยเงินตัวนี้ ๑๓๙ ล้านบาท ถ้าไม่โอนไปปิดเลย ประกาศทางนี้ให้ปิดเลย หรือไม่ก็มาประท้วงเอามาที่หน้ารัฐสภาเลยนะครับ มาที่ทำเนียบเลย แล้วผมเป็นผู้นำม็อบ (Mob) เอง ผมไม่กลัวนะครับท่านประธาน เพราะผมบอกว่าพี่น้องเดือดร้อน ๒๐-๓๐ ปีที่ผ่านมา ผมขอ เหลือเกินแล้ว ขอให้มีตลาดกลาง ขอให้มีห้องแช่เย็น เขาไม่ให้ เห็นด้วย เห็นชอบ เห็นด้วย อย่างยิ่ง พูดอย่างนี้ตลอดแต่ไม่ทำ ผมน้อยใจ พี่น้องเกษตรกรบ้านผมมันน้อยใจ ผมก็น้อยใจ เป็น ส.ส. มาตอนนี้สมัยที่ ๒ เป็น ส.ว. มาก็ ๕ เดือน โดนปฏิวัติ และมันน้อยใจจริง ๆ อยากจะบอกกับท่านณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ในฐานะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ช่วยอนุมัติให้ทีเถอะ อนุมัติงบประมาณปี ๒๕๕๗ เพื่อไปสร้างตลาดกลาง ห้องแช่เย็นให้กับ พี่น้องชาวภาคตะวันออก ชาวจันทบุรี ผมบอกว่าวันนี้สุดท้ายนะครับ ผมเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีทั้งกระทรวงพาณิชย์ ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าถ้าไม่เห็นใจพี่น้องเกษตรกร ไม่ไปช่วยสร้างตลาดกลางสินค้าเกษตร ห้องแช่เย็นให้กับภาคตะวันออกหรือจังหวัดจันทบุรีได้ ปัญหานี้จะเกิดทุก ๆ ปี จะ ๒๐ ปี ๓๐ ปี ชาวสวนทนมาโดยตลอด ถ้าปีนี้เกิดอีก ถ้ารัฐบาล ยังไม่เห็นใจ ผมก็ไม่สามารถที่จะเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๗ ได้เลยวันนี้ต้องเรียนบอกกับท่านประธานว่าช่วยพี่น้องชาวเกษตรกรสักทีเถอะเพื่อเอาบุญ แล้วท่านทั้งหลายจะได้นอนตาหลับตายไป ๕๐ ปีส่งชำระหนี้ไม่หมดก็ชาติหน้าได้เลย ท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ