วิชัย ล้ำสุทธิ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยเรียกร้องให้เพิ่มอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการผลิตและจำหน่ายผลไม้ โดยเฉพาะหอมแดงและผลไม้ภาคตะวันออก และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาการขาดทุนและทุจริตในโครงการจำนำผลไม้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิชัย ล้ำสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ก็เป็น การอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งปีนี้จัดสรรงบประมาณถึง ๒.๕๒๕ ล้านล้านบาท วันนี้ในวาระส่วนมากก็เป็นเรื่องของเกษตรครับ แต่ก่อนที่จะเข้าเกษตร ท่านประธานครับ เมื่อวานตอนเช้าเราก็มีเหตุการณ์ที่หลาย ๆ คน ทราบกันแล้วว่ามีทั้งนายก อบต. นายกเทศบาล นายก อบจ. พร้อมสมาชิกนี่ครับ ก็มาร่วม ประท้วงรัฐบาลเพื่อเรียกร้องจัดสรรเงินอุดหนุนท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันอุดหนุนอยู่ประมาณ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเช้าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็แถลงแล้วว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๗ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการคลัง ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เขามีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้นครับ ท่านครับ เขามาเรียกร้องเมื่อวานตอนเช้าเป้าหมายเขาให้อุดหนุนตามรัฐธรรมนูญ ให้ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วเป้าหมายของ พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ให้แก่ปกครองส่วนท้องถิ่นจริง ๆ กำหนดไว้ที่ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อปี ๒๕๔๒ มี พ.ร.บ. นี้ซึ่งถือว่าเป็น พ.ร.บ. ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปัจจุบันได้ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธาน ๒๗ ต้องบอกพี่น้ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ทราบด้วยว่า ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ที่ท่านได้รวมกับเงินที่นโยบายรัฐบาลอุดหนุนไว้ด้วยนะครับ ไม่ใช่เฉพาะเงินที่รัฐบาลอุดหนุน ไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพียว ๆ ยังมีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ เงิน อสม. ค่าอาหารกลางวันเด็ก อย่างนี้ซึ่งเป็นเงินนโยบายรัฐบาลและอันนี้รวมไปใน ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้ด้วย เพราะฉะนั้นถ้าตัดเงินส่วนนี้ซึ่งเป็นเงินมหาศาลมันก็เหลือประมาณสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ต้น ๆ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับเงินส่วนนี้เป็นเพียงเฉพาะแค่ทางผ่านเฉย ๆ ผมเน้นว่า เป็นเพียงทางผ่านเฉย ๆ เพราะว่าเงินส่วนกลางที่รัฐบาลต้องนำไปทำตามนโยบายรัฐบาลระบุไปเลยว่า ต้องจ่ายเรื่องอะไร จ่ายเรื่องนี้ จ่ายเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเงินเพียว ๆ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปตัดสินใจด้วยตัวเอง จริง ๆ เงินที่อุดหนุนไปโดยผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วก็ไปให้ประชาชน แล้วก็มาบวกไว้ในเงินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน ๒๗ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ มันมีผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว โดยเฉพาะเงินของเบี้ยผู้สูงอายุ ผู้พิการ มันมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดูแลอยู่ เงิน อสม. กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว อาหารกลางวัน อาหารเสริม ของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญไม่น่าเอางบพวกนี้มารวมไว้ในงบนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ตอนสมัยพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน ตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาลผมยังจำได้ว่าท่านเคยเสนอเหมือนผมเสนอนี่ครับ ให้ถอดเงินนโยบายของรัฐบาล เงินท้องถิ่นให้แยกออกจากกันให้รู้เลยว่าเงินอุดหนุนตามนโยบายรัฐบาลซึ่งให้ท้องถิ่นไปเสนอ ไปผ่านเฉย ๆ มีเงินอยู่เท่าไร แล้วก็เงินอุดหนุนท้องถิ่นให้ท้องถิ่นไปทำเองมีอยู่เท่าไร แต่พอพรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาลทำตรงข้ามเลยครับ เพราะอะไรครับ เพราะเงินที่ไปรวมไว้ มันมากขึ้นกว่าเดิมครับ มากขึ้นอย่างไร เพราะว่าเบี้ยผู้สูงอายุตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล มัน ๕๐๐ บาท แต่ตอนนี้ท่านไปกำหนดว่า ๖๐ ปี ๖๐๐ บาท ๗๐ ปี ๗๐๐ บาท ๘๐ ปี ๘๐๐ บาท อย่างนี้ครับ มันเพิ่มไปอีกจาก ๕๐๐ บาท เป็น ๖๐๐ บาท เป็น ๗๐๐ บาท เป็น ๘๐๐ บาท ส่วนต่างตรงนี้ก็เพิ่มขึ้นแต่มันก็ไปบวกไว้อยู่ใน ๒๗ เปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นอันนี้ บวกเงินเข้าไปมากอันนี้ก็จะถือว่าเป็นการกระจายอำนาจอย่างไร เพราะฉะนั้นจะให้เขาพัฒนาที่ยั่งยืน ต้องตัดเงินส่วนนี้ออกไม่ให้เพิ่มภาระเงินส่วนนี้เขาเข้าไปนี่คือสิ่งที่สำคัญ เพราะฉะนั้นอนาคต เราต้องใช้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นแขนเป็นขาตอนนี้เราถ่ายทอดให้เขาไปแล้ว ๔-๕ อย่าง เดี๋ยวงวดหน้าอาจจะต้องมีข้าว มีผลไม้ มีอะไรเราให้เขาไปแล้วเขาไปบริหารจัดการเอง ในอนาคตประเทศไทยเราก็ต้องเป็นอย่างนั้น ส่วนเรื่องที่เกษตรกรที่ต้องทำโดยเฉพาะเรื่อง การรับจำนำข้าวของรัฐบาลปัจจุบันมีข้าวในมืออยู่เท่าไร เมื่อวานประชุมที่วิปก็ยังถามอยู่ เรียกส่วนราชการมาถามโดยเฉพาะกรมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าระหว่างประเทศ เป็นคนขายข้าว เราถามเขาว่าข้าวจีทูจีปัจจุบันขายไปเท่าไรแล้ว ราคาเท่าไร ก็ไม่รู้ตอบไม่ได้ ไม่รู้เขาสั่งไม่ให้ตอบหรือตอบไม่ได้ ว่าขายข้าวประมูลทั่วไปที่ขายอยู่ให้บริษัทมาประมูลทั่วไป ขายไปเท่าไรแล้วก็ไม่รู้ครับ แล้วก็ราคาเท่าไรก็ไม่รู้ครับ ตอบได้ว่ามีราคาหลายชนิดหลายอย่าง ตอบได้แค่นี้ครับ อันนี้ขนาดกรมการค้าระหว่างประเทศเป็นคนขายนะครับ ก็ไม่รู้ผมก็สรุปง่าย ๆ ว่า ถ้าอธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศไม่รู้แสดงว่าคนที่รู้ก็คงเป็นรัฐมนตรีคนเดียวกระมังครับ ที่รู้ว่าจะต้องขายในราคาเท่าไร อันนี้ท่านประธานครับเงินตรงนี้เป็นเงินของประชาชน ทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินของประชาชน จริง ๆ ถ้าพวกท่านโปร่งใสจริง รัฐบาลโปร่งใสจริงต้องบอกเลยครับปีนี้รับจำนำเท่าไร มีข้าว อยู่โกดังเท่าไร ขายต่างประเทศไปแล้วเท่าไร ขายในประเทศเท่าไร ช่วยเหลือกุศลเท่าไร จริง ๆ ต้องบอกนะครับถ้าพวกท่านโปร่งใสจริงบอกเลยครับเปิดเผยให้ประชาชนเข้าใจเลยว่า เรามีข้าวอยู่เท่าไร มันขายได้กำไรหรือมันขาดทุนอยู่เท่าไร จริง ๆ ต้องบอกนะครับเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะฉะนั้นอันนี้เราไม่มีรายละเอียดเลย แล้วก็ปีหน้าเป็นสิ่งสำคัญ ในร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ปีหน้าก็จะรับจำนำ อีกแล้วครับ ปีหน้าจะรับจำนำอีกแล้วโดยตั้งงบประมาณไว้ในอยู่ อ.ต.ก. อคส. โดยเฉพาะ เรื่องของโกดังกับไซโลที่จะเก็บข้าว ปัจจุบันมีอยู่ ๑๑ ล้านตัน ยังเต็มโกดังอยู่นะครับ ปีหน้า ก็จะรับอีกแล้วตั้งงบไว้ ๒ หน่วยงาน ๖,๖๐๐ กว่าล้านบาท นี่ค่าทำโกดัง ค่าเช่าอย่างเดียวนะครับ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเราไม่ทำเรื่องนี้ก็เอาเรื่องนี้มาทำเรื่องอื่น ๆ ง่าย ๆ แล้วโกดังตอนนี้ ที่ทราบข่าวมาก็ยังไม่มีเลยว่าโกดังที่จะเอาเก็บข้าวในปี ๒๕๕๖/๒๕๕๗ นี้จะต้องใช้โกดังที่ไหนบ้าง ยังคิดว่าตอนนั้นเขายังมาบอกว่าเอาอย่างนี้เอาสนามบินดอนเมืองมันว่าง ๆ อยู่เอามาทำ โกดังข้าวอย่างนี้ อันนี้ถือว่าเป็นงบประมาณที่เราทำงบประมาณที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิงเลย
ประการที่ ๒ หลาย ๆ คนก็บอกไปแล้วเรื่องการไม่รับจำนำข้าวในพืชอายุสั้น ข้าวอายุสั้น ๑๘ สายพันธุ์นี่ครับ ที่กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ให้รับจำนำ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการก็มาตอบแล้วว่ามันไม่มีคุณภาพ แล้วปีที่ผ่านมาคุณรับจำนำไปทำไม ถ้าคุณรู้ว่าไม่มีคุณภาพครับ สมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นผมก็รู้นะครับว่าข้าว ๑๘ สายพันธุ์ มันก็ไม่มีคุณภาพ ผมก็ประกาศไปแล้วตอนที่ประกันข้าวบอกว่า ๑๘ ชนิดเราไม่รับ แต่ว่า ท่านเข้ามาเป็นรัฐบาลท่านก็รับไปปีที่แล้วท่านก็รับไปแล้ว ๑๘ สายพันธุ์ แล้วอยู่ดี ๆ ท่านก็ มาประกาศว่าปีหน้าผมไม่รับแล้ว อ้ายอย่างนี้มันก็มีปัญหาว่า เอ๊ะอันนี้ก็น่าสังเกตว่าตกลงรัฐบาล มีปัญหาแอบแฝงหรือไม่นี่คือสิ่งที่น่าสำคัญ ถ้ารัฐบาลเป็นห่วงคุณภาพข้าวจริง ปีที่แล้ว ก็ไม่ประกาศรับมันก็จบไปแล้วครับ เพราะฉะนั้นการสั่งห้ามข้าวอายุสั้นเข้าโครงการจำนำ ตกลงรัฐกลัวผิดนโยบายหาเสียงว่าจำนำข้าวทุกเม็ดหรือไม่ อันนี้ท่านต้องยอมรับว่าจริง ๆ ถ้าทำแล้วมันขัดมันอะไรท่านก็มายอมรับว่าโครงการจำนำข้าวจริง ๆ แล้วจะต้องทำ ตลอดการรับจำนำข้าวเปลือกที่รัฐบาลทำมามันมีจุดอ่อนมากมายมีทั้งปัญหาคอร์รัปชัน การสร้างหนี้มูลค่ามหาศาล การบิดเบือนกลไกทางตลาด ยิ่งไปกว่านั้นโครงการก็ยังเดินผิดแผน เพราะว่าท่านคิดว่าอนาคตประเทศไทยผลิตข้าวมากมีคุณภาพดีรัฐบาลก็จะเป็นพ่อค้าเสียเอง ก็จะรวมทั้งหมดแล้วก็ไปขายเองกำหนดราคาเอง เพราะเราคาดว่าประเทศไทยต้องเป็นที่ ๑ ในการค้าข้าวให้ได้ ถ้าเราเป็นที่ ๑ ในการค้าข้าวได้เราก็กำหนดเองได้ นี่คือปรากฏว่าอยู่ดี ๆ ไม่ว่าประเทศอินเดีย ไม่ว่าประเทศพม่า ประเทศกัมพูชา ก็ผลิตข้าวได้มากขึ้นเราก็ขาดตลาด ตรงนี้มา เพราะฉะนั้นต่อมาเราขายข้าวได้น้อยรัฐบาลก็ส่งเงินเข้าคลังน้อยนะครับ เรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องมีปัญหาที่สุดสำหรับพวกเรา แต่ว่าสิ่งสำคัญที่สุด ถ้ารัฐบาลประกาศให้ประเทศไทย เป็นผู้ผลิตข้าวส่งออกเป็นอันดับ ๑ ของโลกที่ทำให้พวกเราได้ควบคุมราคาข้าวของโลกได้ก็ต้อง ทำสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพให้ได้ ปัจจุบันผลิตข้าวคุณภาพที่ดี เหมาะสมที่ดี แล้วรัฐบาลประกาศอะไรครับประกาศโซนนิงมา ผมไปดูโซนนิงแล้วครับ โซนนิงการปลูกข้าวที่กรมพัฒนาที่ดินทำมาเล่มหนาปึกเลย ๔๐๐ กว่าหน้า ปรากฏว่าข้าวที่ปลูกได้ของประเทศไทยปลูกได้ ๗๖ จังหวัด เรามีกี่จังหวัด ปลูกเกือบครบ ปลูก ๗๖ จังหวัด ๘๐๙ อำเภอ ๕,๘๘๐ ตำบล สรุปว่าประเทศไทยปลูกข้าวได้หมดทุกจังหวัด อย่างนี้ไม่เรียกโซนนิงครับ อันนี้เหมือนกรมพัฒนาที่ดินไปสำรวจว่าที่ไหนมีปลูกข้าวบ้าง แกก็กำหนดใหญ่เลย อันนี้มันไม่ใช่การทำโซนนิงครับ การทำโซนนิงมันต้องทำว่าตรงนี้ ดินเหมาะสมในการปลูกข้าวชนิดไหน ปลูกข้าวพันธุ์อย่างไร ปลูกข้าวพันธุ์ดีอย่างไร เช่น ภาคเหนือปลูกข้าวอะไร ภาคใต้ปลูกข้าวอะไร ภาคกลางปลูกอย่างไร ปลูกเสร็จแล้ว ก็เอาโครงการทำเมล็ดพันธุ์ข้าวเข้าไปทำ เอาโรงสีเข้าไปตั้ง เอาสหกรณ์เข้าไป เอาไซโลเข้าไป เอารถไถนา เอารถเกี่ยวข้าวเข้าไป ให้ชาวนาเขาได้มีทุกอย่างพร้อมในการทำงาน อันนี้ ถึงจะเรียกว่าโซนนิง แล้วผมอยากพูดอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องของถั่วเหลือง ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านทราบไหมครับ ปัจจุบันเรานำเข้าถั่วเหลืองปีละเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมไปที่ จังหวัดพิษณุโลกยังงงมาก ศูนย์ข้าวเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองที่จังหวัดพิษณุโลก ปีหนึ่งคาดว่า ชาวไร่ชาวนาที่ปลูกถั่วเหลืองต้องการเมล็ดถั่วเหลืองประมาณ ๘๐,๐๐๐ ตัน แต่ว่ากรม ที่ทำเรื่องของเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองทำได้อยู่ ๒,๐๐๐ ตันเองครับ แล้วอย่างนี้มันจะพอได้อย่างไร มันจะเพาะปลูกอย่างไร แล้วก็ถามเขาว่าตกลงจริง ๆ วิธีการปลูกข้าว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง มันปลูกอย่างไร เขาบอกว่าถ้าปลูกข้าวข้าวมันจะได้ผลผลิตน้อย ผลผลิตต่ำมาก แล้วปริมาณข้าว ก็คุณภาพไม่ดี วิธีการปลูกดี ๆ ก็ต้องปลูกข้าว ๑ ครั้ง ปลูกถั่วเหลือง ๑ ครั้ง ปลูกถั่วลิสง ๑ ครั้ง แล้วเวียนมาข้าว มันทำให้ข้าวได้คุณภาพดี เมล็ดพันธุ์ดี แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดแมลงในข้าวไม่ค่อยมี นี่คือสิ่งที่สำคัญ เพราะฉะนั้นเรื่องการที่พวกเราจะส่งเสริมการปลูกเมล็ดถั่วเหลืองนี่น่าทำอย่างยิ่ง เพราะปีที่แล้วก็ได้งบประมาณไป ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทเองครับ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทเอง ทำทั้งประเทศ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการ เพราะว่าปีที่แล้วถั่วเหลืองราคา ๙ บาท ตอนนี้ราคา ๑๗ บาท เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ
อีกเรื่องหนึ่ง ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องหอมแดง หอมแดงตอนนี้ กำลังออกแล้วนะครับ แล้วหอมแดงที่ส่งออกต่างประเทศมากที่สุดคือประเทศอินโดนีเซีย เพราะว่าประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่เป็นมุสลิมรับประทานหอมแดงมากที่สุดในโลก แล้วประเทศอินโดนีเซียก็เป็นตลาดหลักตลาดโลกของเรื่องหอมแดง แต่ว่าปัจจุบันเราขายหอมแดง สมัยก่อนเราขายได้ ๑๔ ท่า เข้าประเทศอินโดนีเซียมีท่า ท่า ท่า ๑๔ ท่า ตอนนี้ตัดเหลือ ๔ ท่า เราส่งหอมแดงเข้าไปยากมาก ผมก็เลยบอกว่ากรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เราให้งบประมาณไปเยอะไหม พอไหม เพราะว่าเราเอาหอมแดงพอมีเรื่องที่ประเทศอินโดนีเซีย จริง ๆ มันต้องบินไปประเทศอินโดนีเซียเพื่อเจรจาเลย เพื่อให้พ่อค้านำเข้าหอมแดง ประเทศอินโดนีเซียให้ได้ เหมือนคนอื่นมานำเข้าประเทศไทย เอาของมาเข้า เอาผลไม้มาขาย ประเทศไทย พอประเทศไทยมีปัญหาเขาบินมาเลยครับ เขาบินมาเจรจากับเราเลยแล้วก็ ทำได้เลย นี่ทำไมทำได้ แต่ว่าเราเอาผลไม้หรือเอาของต่างประเทศเข้ามาขายในเมืองไทย เยอะแยะไปหมดเลย ในตลาดไม่เห็นมีใครทำอะไรเลยครับ ไม่เห็นมีตำรวจทำอะไรเลย ไม่เห็นมีศุลกากรทำอะไรเลย รัฐบาลก็ไม่เห็นทำอะไรเลย แต่ว่าตอนเราไปขายให้เขามีปัญหา เราเจรจาไม่ได้ นี่คือสิ่งที่สำคัญ เพราะฉะนั้นกรมการค้าประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ต้องทำงานหนักมากกว่านี้ จะทำให้เราพัฒนาได้มากยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ตอนนี้ ถึงฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออก นี่ครับถึงแล้ว จริง ๆ ผลไม้ภาคตะวันออกถ้ามาอภิปรายตอนนี้ มันหมดแล้วครับ เพราะว่าจริง ๆ มันออกประมาณเดือนธันวาคม ปลายเดือนธันวาคม ก็ออกดอกแล้ว ปีนี้เลื่อนไป ๔๕ วัน ไปออกปลายเดือนกุมภาพันธ์ นี่กำลังออกผลนะครับ ทุเรียนปีนี้ไม่ค่อยมีปัญหา แต่ปัญหามากที่สุดก็คือมังคุดกับเงาะ ทุเรียนไม่มีปัญหา มังคุดกับเงาะมีปัญหา เพราะว่ามังคุดออกดอกมากนะครับ พอออกดอกมาก ผลมันดกมาก พอผลดกมากสิ่งที่สำคัญที่สุดลูกมันต้องเล็ก พอลูกมันเล็กคุณภาพมันไม่ดี ปัญหาที่สำคัญที่สุดก็คืออนาคตคือเรื่องแรงงาน เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วอยู่ที่ ๔๐ บาท สัปดาห์ก่อน อยู่ ๒๐ บาท สัปดาห์นี้อยู่ ๑๐ บาท ปัจจุบันอยู่ ๑๐ บาท มังคุดจังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด อยู่ประมาณนั้นจากที่สวนมา อาทิตย์หน้าอาจจะเหลือสัก ๕ บาท แต่ว่า ค่าแรงเก็บคนไทยไม่มีเก็บครับ คนไทยไม่เก็บแล้วมังคุดต้องจ้างเพื่อนบ้านมา เขาก็เอา ๔ บาท ๕ บาท มันก็ไม่รู้จะเก็บไปทำไม ไปขายทำไม เดี๋ยวก็มาเทตลาดอีกถึงเวลา แล้วปัญหา หนักที่สุดและจะทำเป็นประจำทุกปีก็คืองบ คชก. ปีนี้ให้ภาคตะวันออกไป ๑๓๗ ล้านบาท เมื่อวานถามผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ตอนนี้งบ คชก. ยังไม่ลงเลย อนุมัติไปตั้งแต่วันที่ ๕ เมษายนแล้วครับ ปัจจุบันยังไม่ลงไปเลย ปีหน้าปีโน้นก็เหมือนกันเป็นประจำทุกปี แล้วผลไม้หมดก่อนนะครับถึงงบประมาณจะลงไป แล้วจะช่วยเกษตรกรอย่างไร แล้วก็มีเป็นประจำทุกปีด้วย มันเป็นสิ่งที่น่าเศร้าที่สุดแล้วก็หาว่า ตกลงชาวสวนผลไม้ต้องประท้วงต้องปิดถนนก่อนถึงจะได้งบ ก็ท่านไม่โอนงบไปสักทีมันก็ไม่ได้สักที ไม่รู้มันติดขัดตรงไหนฝากท่านประธานไปตามหน่อยว่างบปี ๒๕๕๖ มันยังไม่ไปเลย แล้วปี ๒๕๕๗ เขาจะตั้งทำแต่เนิ่น ๆ ได้ไหม แล้วก็เอาไปแต่เนิ่น ๆ ไปไม่ใช้ก็ได้ แต่เอาไปไว้ก่อนแล้ว ถึงเวลาฉุกเฉินให้ใช้ แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่ไปเลยครับ อันนี้คือปัญหาของพวกเราของประเทศไทย เพราะฉะนั้นการบริหารงบประมาณของรัฐบาลปัจจุบันไม่ได้คำนึงถึงหลักความเป็นจริง เราต้องสร้าง ขีดความสามารถในการแข่งขัน อีก ๒ ปีเราจะแข่งขันกับหลายประเทศปัจจุบันเรายังไม่ตั้งหลักเลย เราต้องผลิตอย่างไร ความต้องการอย่างไร เราต้องทำให้ได้ครับ เพราะฉะนั้นเราต้องผลิตอย่างไร ขายให้ใคร ขายที่ไหน เมื่อไร อย่างไร เราต้องวิจัยให้ครบถ้วนเพื่อเรารองรับกับเออีซีนะครับ วันนี้ถือว่าเป็นการทำงานที่ล้มเหลว สิ่งที่สำคัญที่สุดก่อให้เกิดความทุจริตอย่างมหาศาลนะครับ เพราะฉะนั้นผมฝากท่านประธานฝากไปถึงรัฐบาลด้วยต้องไปทบทวนนะครับเรื่องของจำนำ ถ้าจำนำมันกำไรมากก็โอเค ถ้าทำจำนำแล้วมันขาดทุนกลับไปทบทวนทำใหม่ได้ ไม่ต้องกลัว เสียฟอร์ม (Form) เรื่องนี้เป็นเงินภาษีราษฎรของเราทุกบาททุกสตางค์ที่ต้องเอามาใช้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ กระผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนโครงการทุกเรื่อง ที่ขาดทุน ที่ล้มเหลว ที่ทุจริต มาเริ่มทำใหม่ให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ขอบคุณครับท่านประธาน