เกียรติ สิทธีอมร แสดงความกังวลเกี่ยวกับการจำนำข้าวและกำกับดูแลกิจการพลังงาน โดยเฉพาะโรงกลั่นและสถานีบริการน้ำมัน โดยกล่าวหาว่าโครงการจำนำข้าวทำลายล้างและไม่ได้ประโยชน์แก่เกษตรกร และเรียกร้องให้ประธานสภาเปิดเผยข้อมูลจริงเกี่ยวกับโครงการนี้ และมองว่าปตท. และเอกชนได้รับผลประโยชน์ไม่สมดุล
ขอบคุณครับท่านประธาน ที่ผมบอกว่า เสียหายนี่หนังสือทางการนะครับ จากกระทรวงการคลังถึง ครม. ครับ ถ้าท่านประธานอยาก ได้ผมยินดีส่งให้ เคยส่งให้แล้วนะครับ ชัดเจนนะครับ ไม่ได้เป็นการกล่าวหาลอย ๆ ครับ หนังสือ ราชการทั้งสิ้น และที่ผมบอกว่าเกษตรกรไม่ได้ ผมพยายามรอดูจากวันที่อภิปรายไม่ไว้วางใจปีที่แล้วจนถึงวันนี้เกษตรกรได้ราคา ที่ไร่นา เพิ่มขึ้นหรือไม่ เอกสารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านประธานเข้าเว็บไซต์ได้เลยเดี๋ยวนี้ครับ เอกสารสาธารณะเลยครับ ราคาข้าวเปลือกเจ้าที่เกษตรกรขายที่ไร่นาได้ ปี ๒๕๕๖ ๑๐,๑๐๓ บาท รับปากไว้ ๑๕,๐๐๐ บาท ก็ขายได้แค่นี้ครับ ข้าวหอมมะลิครับ ข้าวเปลือกหอมมะลิขยับขึ้นมา นิดหนึ่งจาก ๑๔,๙๖๑ บาท ในปี ๒๕๕๔ เป็น ๑๕,๓๖๕ บาท ในปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ๑๕,๗๕๑ บาท ราคารับจำนำเท่าไรครับ ๒๐,๐๐๐ บาท ที่ผมเจ็บใจที่สุดครับท่านประธาน ราคาตลาดวันนี้ ข้าวเปลือกเจ้าก็ ๑๑,๐๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิก็ ๑๘,๐๐๐ บาท แล้วท่านไปทำจำนำทำไมครับ ใช้เงิน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำจำนำเสียหายเท่าไรเดี๋ยวผมจะว่าให้ฟังครับ เกษตรกรที่ได้รับ อานิสงส์จากโครงการนี้ ๑ ใน ๓ ๕.๖ ล้านครัวเรือนได้จริง ๆ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน แล้วนี่หรือครับจำนำทุกเม็ด นี่หรือครับ ๑๕,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท ที่รับปากไว้มันไม่ได้ ตามที่สัญญาไว้กับประชาชนเลยครับ หลายคนเขาบอกว่าชาวนาโดนหลอก แล้วที่ร้ายไปกว่านั้น คือประเทศเสียหายไปด้วย เมื่อสักครู่นี้มีการบอกว่ายังไม่ปิดบัญชีใช่ไหมครับ เขาตั้งคณะกรรมการ ปิดบัญชีครับ คณะกรรมการมีประธานปิดบัญชีครับ มีคำสั่งฟ้าผ่าอาทิตย์ที่แล้วเองครับ ย้ายเลยครับเพราะเขาจะปิด แล้วปิดออกมาแล้วขาดทุน ๒๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ ๒๒๕,๐๐๐ ล้านบาทอย่างที่ผมพูดแล้ว ของจริงปิดบัญชีแล้วครับ แต่รัฐบาลยังไม่ยอม เปิดเผย แล้วประธานคณะกรรมการผู้นี้เป็นบุคคลที่สังคมยอมรับว่าเป็นคนดี เป็นคนตรง เป็นคนมีความรู้ความสามารถ ทำงานอยู่ที่กระทรวงกว่า ๒๐ ปี ท่านย้ายเลยเพราะเขาปิด บัญชีครับ แล้วขาดทุน ๒๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นอย่างไรล่ะครับ นี่ครับวิธีการทำงาน ที่ผมเป็นห่วงมาก ๆ เลยก็คือว่ามันมีคนได้ประโยชน์ คราวที่แล้วตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ยกตัวอย่างแล้วรัฐบาลไม่เคยไปตรวจสอบ โรงสีที่เข้าร่วมโครงการ ๖๐๐ กว่าโรงนี่นะครับ หลาย ๆ โรงมีรายได้เพิ่มขึ้นหลายร้อยล้านบาท ตอนนี้ท่านประธานทราบไหมว่าเกิดอะไรขึ้น อะไรคือสินค้าที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยท่านประธานทราบไหมครับ รถปอร์เช่กับรถเฟอร์รารี่ครับ ลูกหลานญาติโยมของโรงสีหลายโรงไปซื้อหลายสิบคัน ท่านประธานไปเช็ก (Check) ครับ ขับกันให้ว่อนเลย มาจากไหนครับ เงินภาษีประชาชนทั้งนั้นเลยครับ แล้วท่านบอกว่าโครงการนี้ดี ทำเพื่อชาวนาจะทำต่อ ขอเงินงบประมาณต่ออีก แค่ค่าบริหารจัดการในงบประมาณปีนี้ ที่ขอ ๘๕,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน สมัยประกันรายได้ ๒ ปีงบประมาณใช้เงินทั้งสิ้น ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นส่งออกไม่กระทบ รายได้เข้าประเทศไม่กระทบ เข้าถึงเกษตรกร ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ตอนนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือนเท่านั้นเอง แล้วท่านบอกว่า ท่านขอใช้งบประมาณอย่างนี้ครับ แล้วจะให้พวกเราเห็นชอบกับการใช้งบประมาณของท่าน ได้อย่างไร ข้อเท็จจริงมันฟ้องจนถึงวันนี้ เอกสารข้อเท็จจริงตัวเลขทั้งหมดที่ผมอ้างอิงนี่ ไม่ได้มาจากผมเลยนะครับ เอกสารราชการหมดเลย แต่ท่านยังนั่งหน้านิ่ง ๆ เลยครับ แล้วท่านบอกว่าไม่เป็นไร ข้าพเจ้าทำเพื่อเกษตรกร ในเมื่อเกษตรกรก็ไม่ได้ ทั้งมันสำปะหลัง ทั้งยางพารา ทั้งปาล์ม ทั้งข้าว ไม่ได้ครับ ผมอยากเตือนนิดเดียวครับ คือผมเตือนเยอะแล้ว คนเตือนเยอะแล้วท่านไม่ฟังก็ไม่เป็นไร แต่ท่านต้องรับผิดชอบเต็ม ๆ ครับ ตอนนี้ผมต้องรอพึ่ง ป.ป.ช. อย่างเดียวเลยเพราะเรื่องอยู่ที่ ป.ป.ช. อยู่แล้ว ขอใช้เวทีนี้เรียกร้อง ป.ป.ช. ทำงาน เรื่องนี้ให้เร็วก่อนที่ประเทศจะเสียหายและพังทลายไปตรงหน้าเพราะโครงการที่ใช้เงินมาก และสร้างปัญหาอย่างมากมายให้กับประเทศไทย และเงินไม่ใช่เงินท่าน เงินภาษีประชาชนครับ ถ้าท่านบอกว่าวันนี้เสียหายจะเอาเงินของท่านในตระกูลท่านมาใช้ทั้งหมดเลย ผมอนุมัติ ให้เลยครับ พร้อมไหมครับ ถ้าท่านเชื่อว่าท่านทำจริงแล้วดีเป็นประโยชน์จริงเอาเลยครับ คุณกิตติรัตน์เอง ผมท้าตั้งแต่วันอภิปรายนโยบายวันแรกแล้ว ท่านจะรับผิดชอบไหมถ้าราคาตลาดไม่ขึ้น วันนี้ไม่ขึ้นครับ ๒ ปีมาแล้วมันไม่ขึ้น ท่านยังนั่งนิ่ง ๆ เลยไม่ตอบโจทย์ครับ ท่านควรจะ รับผิดชอบครับ คนที่อันตรายที่สุดคือคนที่ทำร้ายประเทศ ท่านประธานครับ แต่คนที่ อันตรายมากกว่าคือคนที่เห็นประเทศถูกทำร้ายแล้วนั่งเฉย ๆ นั่งเฉย ๆ ครับ แล้วเงินเป็นเงิน ของประชาชน แล้วเรื่องนี้มันก็โยงไปถึงอะไร เรื่องเศรษฐกิจภาพรวม เรื่องการจำนำทั้งหมด มันก็โยงไปถึงว่าทำไมตอนนี้ของมันแพงมาก ของมันไม่ควรจะแพง แต่ทำไมของมันแพงมาก เรื่องอีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญและผมต้องอภิปรายในวันนี้ก็คือเรื่องนโยบายการกำกับดูแล เรื่องพลังงานทั้งหมด เพราะเป็นต้นทุนที่สำคัญของภาคการขนส่ง ภาคการผลิตทุกภาคส่วน และของประชาชนโดยทั่วไปนะครับ จนถึงวันนี้ประชาชนเดือดร้อนมาก รัฐบาลเปลี่ยนรัฐมนตรี ๓ คน เปลี่ยนไปแล้ว ๓ คน นโยบายไม่เปลี่ยนอะไรเลยครับ ไม่ได้กระชากค่าครองชีพอะไรเลย ที่ผ่านมาทุกปีงบประมาณจะเขียนในฉบับนี้บอกว่าจะให้ค่าพลังงานมีความเหมาะสม และเป็นธรรม ปีนี้ท่านไม่เขียนครับ ท่านเขียนใหม่ ข้อ ๓.๑๑ ท่านเขียนว่าปรับโครงสร้างราคา ให้เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจ จัดหาพลังงานทั้งในและต่างประเทศให้เพียงพอ ตอนแรก อ่านเร็ว ๆ นึกดีใจว่าท่านจะปรับโครงสร้างการทำงานของโครงสร้างการกำกับดูแลพลังงาน ทั้งประเทศ ไม่ใช่ครับ ถอดรหัสมาจริง ๆ ท่านจะขึ้นราคา แล้วก็ชัดเจนแล้วในเอกสารรายรับ ของรัฐบาลเองท่านจะขึ้นราคาจริง ๆ ท่านบอกแล้วเดือนตุลาคมนี้ครับ พี่น้องประชาชน รอได้เลยขึ้น ๑.๕๐ บาทดีเซลภาษีสรรพสามิต ก๊าซแอลพีจีก๊าซหุงต้มกิโลกรัมละ ๑๐ บาท ขึ้นแน่ นี่หรือครับวิธีการทำงาน นี่หรือวิธีการกำกับนโยบายพลังงาน จริง ๆ มันต้องให้ราคา ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อประชาชน ก๊าซธรรมชาติเรามีของเราเองส่วนหนึ่ง แต่เดี๋ยวผม จะอธิบายให้ฟังว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
ประการแรก ทำไมวันนี้ราคาน้ำมันถึงจะแพงกว่าที่เราควรจะเป็นท่านประธานครับ ท่านประธานคงทราบวันนี้คนนำเข้ามีใครบ้างพลังงานนี้ครับ ก็มีอยู่รายเดียวเกือบทั้งหมด โรงกลั่นนะครับ ผมจะเล่าให้ท่านประธานฟังนะครับ โรงกลั่นในประเทศไทยมีทั้งหมด ๖ โรง กำลังการผลิต ๑,๒๑๗,๐๐๐ บาร์เรลต่อวัน ท่านทราบไหมเจ้าของที่ไปถือหุ้นคือ ปตท. ถือหุ้นทั้งหมด ๕ โรงกลั่น คำถามคือทำไมครับ เดิมเป็นของเอกชน เดิมเป็นของรัฐวิสาหกิจ เข้าไปถือหุ้น ๕ โรงกลั่น ถ้าดูถือหุ้นทางตรง ๓๘ เปอร์เซ็นต์ของโรงกลั่นทั้งหมด แต่ถ้าดู โครงสร้างกรรมการผมบอกได้เลยว่าสามารถกำกับดูแลได้ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของกำลังการผลิต คำถามคือทำไมครับ นโยบายอะไรทำไมต้องให้ ปตท. เข้าไปถือหุ้นในโรงกลั่นทั้งหมดเลย เดิมเป็นรัฐวิสาหกิจนะครับ ตอนเป็นรัฐวิสาหกิจท่านประธานครับ กำไรโรงกลั่นเท่าไรรู้ไหม ประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาทที่เหลือส่งต่อให้ประชาชนซื้อน้ำมันในราคาที่ถูก เพราะค่าการกลั่นมันถูก วันนี้ครับท่านประธาน ผมมีตัวเลขอยู่ในตลาดหลักทรัพย์หลายบริษัท กำไรเท่าไรรู้ไหมครับ โรงกลั่นบางจากจากเคยกำไรเป็นหลัก ๑๐๐ ล้านบาท ตอนนี้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท บริษัท ปตท. โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) อันนี้เจ้าของโดย ปตท. ๔๙ เปอร์เซ็นต์ กำไร ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เมื่อก่อนเป็นรัฐวิสาหกิจ เคยกำไรปีหนึ่ง ประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท ที่เหลือส่งต่อ ปีนี้กำไรเท่าไรรู้ไหมครับท่านประธาน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ไออาร์พีซี (IRPC) ก็โดย ปตท. เหมือนกัน ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท เหลืออยู่โรงเดียวที่ไม่ได้เป็น เจ้าของ ก็ต้องถามว่าทำไมครับ และมันมีผลกับราคาน้ำมันหรือไม่ ท่านประธานทราบไหมว่า โรงกลั่นน้ำมันปกติจะไปกู้ธนาคารเพื่อประกอบการแล้วเขาถือว่าเป็นโรงกลั่นที่มีกำไรเพียงพอ ที่จะปล่อยกู้ได้ ต่อบาร์เรลนี่กำไรประมาณ ๒.๕๐ เหรียญ ไปได้แล้วครับ ณ วันนี้โรงกลั่นกำไร ๑๒ เหรียญก็มี ๑๐ เหรียญก็มี แล้วที่ซ้ำร้ายก็คือกลายเป็นบริษัทมหาชนไปหมดแล้วก็คือการทำกำไร เพื่อผู้ถือหุ้นครับ ส่งต่อกลับมากระทรวงการคลังเท่าไรครับ ไม่ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ นี่ครับ โครงสร้างตอนกลาง ตอนปลายสถานีบริการ ปตท. เป็นเจ้าของเท่าไรท่านประธานทราบไหมครับ ๕๔ เปอร์เซ็นต์ของสถานีบริการทั้งหมด อันนี้น้ำมันอย่างเดียวผมไม่ได้รวมก๊าซนะครับ น้ำมันมีทั้งหมด ๔,๘๘๒ สถานีในประเทศไทยครับ ปตท. และบริษัทในเครือของ ปตท. เป็นเจ้าของ ๒,๖๓๗ สถานี ๕๔ เปอร์เซ็นต์ ทำไมล่ะครับ ทำไมถึงต้องไปเป็นเจ้าของเยอะ ขนาดนั้นครับ แล้วในเมื่อบริษัทแห่งหนึ่งคุมได้ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ฝ่ายผลิต ฝ่ายกลั่น แล้วก็มาเป็นฝ่ายที่บริการในสถานีบริการนี่คุมไว้หมดเลยครับ และทำกำไรกันเยอะหมดเลยครับ ปตท. กำไร ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปีที่แล้ว ๑๐๔,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือสาเหตุที่ทำไมเรา กำกับดูแลพลังงานแล้วปล่อยให้มี ท่านประธานเคยเล่นเกมโมโนโพลี (Monopoly) ใช่ไหมครับ สนุกละครับเล่นเกมโมโนโพลี แต่เราปล่อยให้เกิดโมโนโปลีเล่นเกมโมโนโพลีในกิจการพลังงาน ซึ่งกระทบกับประชาชนคนไทยทุกคนทั้งประเทศได้ไหมครับ ท่านประธานครับ ไม่ได้ครับ ผมเทียบให้ท่านฟังอีกนิดเดียวครับ แปลกมากครับ กำกับดูแลน้ำมัน พลังงาน ก๊าซ แล้วไปดูไฟฟ้า ทำไมไฟฟ้าไม่เหมือนกัน ท่านประธานทราบไหมครับ โรงผลิตกระแสไฟฟ้าในประเทศไทย ใครเป็นเจ้าของบ้าง กำลังการผลิตทั้งประเทศ ๓๒,๐๐๐ เมกะวัตต์ เอกชนผลิตทั้งหมด ๗๐ เปอร์เซ็นต์ กำลังการผลิตของภาคเอกชน ๓๓,๐๐๐ เมกะวัตต์ทำไมให้เอกชนทำได้ ทำไมโรงกลั่นต้องไปเป็นเจ้าของหมด เห็นไหมครับ แล้วที่สำคัญที่สุดสัญญาซื้อไฟฟ้า เป็นสัญญาระยะยาวเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และแปรผันไปกับค่าพลังงานคือค่าเชื้อเพลิง ในการผลิตกระแสไฟฟ้านั้น ๆ เห็นตลอดระยะเวลาสัญญาเลยครับ ๒๑ ปี ๒๕ ปีชัดเจนว่า ราคาไฟฟ้าเป็นเท่าไร โปร่งใส ไม่ได้มีการทำให้เกิดกำไรเกินควร ทำไมครับไฟฟ้ากับโรงกลั่น มันต่างกันอย่างไร ทำไมวิธีการกำกับดูแลผิดกันเลยตรงนี้ละครับ และอันนี้คือช่องว่างที่ทำให้ ประชาชนต้องใช้น้ำมันในราคาที่สูงกว่าที่ควรจะเป็นครับ แล้วที่ผ่านมาก็ท่องคาถาว่าราคา น้ำมันโลกมันสูง ไม่จริงครับ ไปดูค่าการกลั่นโรงกลั่น ไปดูกำไรโรงกลั่นสิครับ ไปดูกำไรที่ปั๊มสิครับ ประชาชนทุกคนจ่ายราคาน้ำมันแพงกว่าที่ควรจะเป็นเพราะการกำกับดูแลที่ไร้ประสิทธิภาพ ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการการพลังงานขอให้มีการแยกบัญชีของ ปตท. แต่ละหน่วยธุรกิจ คณะกรรมการกำกับดูแลพลังงานขอไปเป็นทางการ ท่านประธานทราบไหม ๓ ปียังไม่ให้เลยครับ ราคาก๊าซธรรมชาติขอราคาปากหลุมไม่ให้ครับ ความลับ แต่เขาทำการศึกษามาหมดแล้ว เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าก๊าซธรรมชาติเป็นอย่างไร มาเรื่องก๊าซธรรมชาติมีผลการศึกษาชัดเจน ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชัดเจนเลยนะครับ และรับฟังความคิดเห็นประชาชนไปแล้ว เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว เขาบอกว่าถ้า ปตท. ทำเองมันแพงกว่าที่ให้เอกชนทำ ปตท. ทำเอง ค่าบริหารจัดการอยู่ที่ประมาณ ๔-๖ บาทต่อกิโลกรัมของก๊าซธรรมชาติ ถ้าให้เอกชนทำเหลือ ๒ บาทครับ แล้วท่านก็ปล่อยมันออกมาตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้วจนถึงปีนี้ท่านยังไม่ได้ทำ อะไรเลยในการที่จะปรับปรุงให้การบริหารจัดการมีต้นทุนที่ต่ำที่สุดและประชาชนจะได้ไม่ต้อง ซื้อก๊าซในราคาที่แพงกว่าที่ควรจะเป็น ท่านไม่ได้ทำครับ ทำไมก๊าซหุงต้มมันแพงกว่าที่ควรจะเป็น ผมเคยแถลงข่าวไปครั้งหนึ่งปีที่แล้วบอกว่าก๊าซหุงต้ม นี่นะครับมันมีการใช้ที่ผิดปกติอย่างมาก คือก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือนนี่ ท่านประธานคงเข้าใจนะครับ ว่าครัวเรือนมันโยงกับประชากรครับ ประชากรเท่าไรก็ใช้ก๊าซหุงต้มประมาณเท่านั้น ไม่ใช่ ประชากรเพิ่มขึ้นมันจะทอดไข่วันหนึ่ง ๕ ฟองครับ วันหนึ่งมันจะใช้ก๊าซหุงต้มประมาณหนึ่งเท่า นั้นเอง ในปี ๒๕๕๑ ใช้ก๊าซหุงต้มทั้งหมด ๑๗๗,๐๐๐ ตันต่อเดือน ปีนี้ปี ๒๕๕๕ ครับ ๒๕๔,๐๐๐ ตันต่อเดือน ท่านประธานมันขึ้นมาจากไหนครับ สรุปซักไซ้ไล่เรียงกันในกรรมาธิการ อ้ายที่ส่วนต่างคือลักลอบครับ แล้วผลจากการลักลอบทำให้ประเทศไทยต้องนำเข้าก๊าซแอลพีจี หรือก๊าซหุงต้มเข้ามาในราคาที่แพงกว่าที่เราผลิตได้ ก็เลยไปเฉลี่ยไปเกลี่ยกับค่าต้นทุน แล้วบอกว่าต้นทุนมันแพงวันนี้ข้าพเจ้าจะขึ้นราคาก๊าซ ทั้ง ๆ ที่ไม่ยอมไปแก้ปัญหาการลักลอบเลย ผมเตือนไปตั้งแต่งบประมาณปีที่แล้วบอกว่าคุณขอไว้ ๕๐๐,๐๐๐ บาทแก้ปัญหาลักลอบครับ ในหนังสืองบประมาณนี่ครับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท วันนี้ก็ยังเขียนมา ๕๐๐,๐๐๐ บาทเหมือนเดิมครับ ไม่ต้องเผื่ออัตราเงินเฟ้อด้วยครับ ก็ค่าข้าวผัดของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถจัดการได้หรอกครับ ท่านประธาน ไม่เอาจริงเอาจังกันเลยครับ จนถึงวันนี้มีข่าวจับลักลอบ ผมเห็นนะครับตั้งแต่ ต้นปีถึงวันนี้ข่าวเดียวครับ ข่าวเดียวจริง ๆ แล้วท่านประธานจะให้พวกผมอนุมัติบอกว่า ไม่เป็นอะไรหรอก คุณขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติไปเลย ในขณะที่ปล่อยให้มีการลักลอบกันเกือบ เท่ากับที่ประเทศไทยใช้ในภาคครัวเรือนทั้งประเทศนะครับ ท่านประธานครับ มันเป็น กระบวนการครับ แล้วมีอยู่ ๓ บริษัทเท่านั้นนะครับ เป็นบริษัทใครไปไล่กันเถอะรู้กันดีอยู่ แล้วครับว่าเป็นใคร เป็นพวกใคร ไม่จัดการเลยครับจนถึงวันนี้ยังไม่ทำอะไรเลยครับ นี่คือสาเหตุ ที่ทำให้ต้นทุนของก๊าซมันสูงขึ้น ไม่มีความจำเป็นจะต้องขึ้นราคาครับถ้าท่านยังไม่สามารถ แก้ไขปัญหาการลักลอบให้มันดีกว่านี้ได้ มีวิธีเยอะครับ แล้วอย่าอ้างนะครับว่า แหมเพราะว่า ราคามันไม่เท่ากัน ประเทศเพื่อนบ้านมันราคาสูงกว่าก็เกิดการลักลอบแน่นอนและข้าพเจ้า ยอมรับ ประเทศที่เขาสามารถลดราคาพลังงานในประเทศให้เหมาะกับความเป็นอยู่ของประชาชน เขาทำได้ครับ ทำไมรัฐบาลชุดนี้ทำไม่เป็นครับ ตรงนี้ครับ แล้วในที่สุดก็แบ่งภาระโอนภาระ ให้ประชาชนเป็นคนรับผิดชอบไป อุตสาหกรรมปิโตรเคมีซึ่ง ปตท. เป็นเจ้าของทั้งสิ้นนะครับ ใช้ก๊าซแอลพีจีเพิ่มขึ้น ๓ เท่าครับใน ๓ ปีที่ผ่านมา ถามว่าราคาซื้อเท่าไรไม่เปิดเผยครับ ซักไซ้ในกรรมาธิการไม่เปิดเผยครับ เออดีเหมือนกัน ก็เลยกลายเป็นแดนสนธยาไปหมดนะครับ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นชัดเจนนะครับ ผมมีประการสุดท้ายสั้น ๆ ๒-๓ ประเด็นเท่านั้นละครับ ผมไม่สบายอย่างยิ่งเลยครับ ท่านประธานเคยเห็นข่าวนี้ไหมครับ ข่าววอยซ์ทีวีเนื้อหอม นี่ข่าว อยู่ในเว็บไซต์ครับท่านประธานไม่ต้องตกใจ และเป็นข้อเท็จจริงที่ท่านไปตรวจสอบต่อไปได้ แล้วรัฐบาลออกมาชี้แจงกับผมทีนะครับ ปีที่แล้วทั้งปีวอยซ์ทีวีได้รับเงินค่าโฆษณาจาก รัฐวิสาหกิจ ๓ แห่ง เป็นวงเงินทั้งหมด ๔๙ ล้านบาท มีด้วยหรือครับ ปตท. เจ้าเดียว ๓๐ ล้านบาท ท่านประธานอยากทราบไหมครับ ใครเป็นเจ้าของวอยซ์ทีวี ผมก็อยากทราบ ผมว่าเพื่อนสมาชิก คงอยากทราบ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ อีกบริษัทหนึ่ง พีทีคอร์ปอเรชัน ซึ่งคนที่เป็นเจ้าของคือนางสาวพินทองทา ชินวัตร ถือหุ้น ๙๒.๔๓ เปอร์เซ็นต์ ถือหุ้นในวอยซ์ทีวี ๒๙ ล้านหุ้น ๓๖ เปอร์เซ็นต์ อีกคนหนึ่งคือนายพานทองแท้ ชินวัตร ๕,๕๐๐,๐๐๐ หุ้น ๖.๘๔ เปอร์เซ็นต์ นางสาวพินทองทาถือตรงอีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ หุ้น ๑.๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรีเป็นตระกูลอะไรครับ แล้วให้มีการเอาเงิน จากรัฐวิสาหกิจไปอุดหนุนโฆษณาแห่งเดียวเลยครับ ๔๙ ล้านบาท แล้วท่านจะมาของบประมาณพวกผม ผมไม่ให้ครับ เรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบนะครับ บริษัทญาติเลยครับไม่ใช่คนห่างไกลด้วย ตระกูลเดียวกันเลยครับ อีกฉบับหนึ่งคนหวังดีส่งมาให้ ผมงงมากเลย มีการบันทึกในบัญชีของ ปตท. บันทึกในบัญชีนะครับ ค่าเลี้ยงรับรอง ที่นอร์ธ ปาร์ค กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ต นายแพทย์ท่านหนึ่งเป็นอดีตเลขานุการนายกรัฐมนตรี ไปตีกอล์ฟยังให้เขาเลี้ยงครับ เอาเงินประชาชนไปเลี้ยงเขา สนุกไปกว่านั้นวันเดียวนะครับ วันที่ ๑๒ เดือน ๗ ปีที่แล้ว ในวันเดียวกันครับมีค่ารับรองคณะรัฐมนตรี ปตท. คณะรัฐมนตรี มีค่ารับรองปรากฏอยู่ในบัญชีครับ กินทั้งมื้อกลางวัน กินทั้งมื้อเย็นเลย ทำไมมันกินกันเยอะครับ กินกันเป็นแสนบาทเลย กินอะไรครับ แล้วท่านมาของบประมาณพวกผม ท่านไปเปิดพลิกดูบัญชี นี่ครับบัญชีชัดเจน มันกินกันได้อย่างไรทั้งมื้อกลางวันทั้งมื้อเย็นเป็นแสนบาทครับ แล้วใช้เงิน รัฐวิสาหกิจครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลต้องชี้แจง นายกรัฐมนตรีต้องชี้แจงเองเลยเรื่องนี้ เพราะเป็นตระกูลของท่าน ตระกูลของท่านแท้ ๆ เลยครับ เพราะฉะนั้นโดยสรุปนะครับ ผมไม่สามารถที่จะเห็นด้วยกับหลักการของงบประมาณฉบับนี้ได้เลย นโยบายล้มเหลว ท่านทำลายตลาดเสียหายหมด รายได้เข้าประเทศลดลง ท่านสร้างหนี้ให้ประเทศนี้ ผลักภาระ ให้ประชาชน เอื้อประโยชน์เพียงบางกลุ่ม ขอบคุณครับ