สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการเข้าประชุมในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้ และเรียกร้องให้ท่านประธานทำความเข้าใจเรื่องยุทธศาสตร์ของรัฐบาล โดยชี้ว่าประเทศไทยไม่ได้ปรับปรุงความสามารถในการแข่งขัน และตั้งคำถามถึงความถูกต้องของข้อมูลที่นายกรัฐมนตรีพูด นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการขาดดุล งบประมาณ และการขาดทุนของเกษตรกร โดยเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาโครงสร้าง และเงินวิจัยที่ลดลง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่จริงแล้ว กราบเรียนท่านประธานไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ว่า ช่วงที่ท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามาในห้องประชุม เป็นช่วงที่ผมออกไปพบกับผู้ชุมนุมซึ่งผมจำเป็นต้องออกไปตอนนั้น เพราะว่ากราบเรียน ท่านประธานนะครับ ห้องผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนี่ไม่ทราบโชคดีหรือโชคร้ายนะครับ ใครมาชุมนุมเราจะได้ยินเสียงเขาพูดชัดเจนเลยครับ เครื่องกระจายเสียงของเขานี่ลำโพง จะหันเข้ามาที่ห้องผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แล้วผมก็ได้ยินว่าจะมีการเอาผู้ชุมนุม เข้ามาถ้าหากว่าคนนั้นคนนี้ไม่ออกไปพบ ผมก็ด้วยความเป็นห่วง จริง ๆ ก็ทราบว่า พี่น้องก็คงไม่ได้ทำอย่างนั้นหรอกครับ แต่ก็ด้วยความเป็นห่วงไม่อยากให้เกิดความรู้สึก แล้วก็มีเพื่อน ส.ส. หลายคนทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลไป แต่เขารอตัวแทนรัฐบาล เดิมจะนัด กับผมช่วงบ่าย แต่ผมดูแล้วคงจะเป็นเรื่องยากนะครับ ผมก็เลยเดินออกไป ก็เป็นช่วงที่ ท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามาพอดี แล้วก็กล่าวว่าผมไม่อยู่ที่นี่ เสียดาย และผมก็กราบเรียน ท่านประธานว่าผมก็จะขอแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่ท่านพูด แล้วก็คิดว่าท่านจะกลับมานะครับ ผมก็รออยู่จนถึงตีหนึ่งเมื่อวานนี้ ปรากฏว่าท่านไม่กลับมาแล้วก็ทราบว่าวันนี้ท่านเดินทาง ไปต่างประเทศ ฝ่ายค้านเหลือ ๕ นาทีครับ ผมก็จะขอทำความเข้าใจครับ ผมได้รับหนังสือ ที่รัฐบาลส่งมาให้ที่บอกว่าเป็นยุทธศาสตร์ประเทศ ผมเกรงว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะเข้าใจผิดนะครับ ผมอภิปรายวันนั้นผมไม่ได้บอกว่ารัฐบาลหรือท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีเอกสารทำนองนี้ครับ ผมเพียงแต่บอกว่าที่อยู่ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มันไม่ได้สะท้อนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และมันก็ ไม่ตรงกับยุทธศาสตร์ที่ประกาศไว้ ๔ ข้อ ตรงนี้ก็เป็น ๘ ด้าน บวกกับอีก ๑ ด้าน ก็ไม่เป็นไรครับ แต่ผมอยากจะกราบเรียนทำความเข้าใจกับหลาย ๆ เรื่องที่อาจจะทำให้เกิดความไขว้เขว เพราะว่าพาดพิงถึงรัฐบาลเก่าบ้างอะไรบ้าง ใช้เวลาสั้น ๆ ครับ

ข้อแรก พวกกระผมไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลประเมินว่าขณะนี้การขาดดุล ลดลง เพราะท่านกำลังกู้เงินนอกระบบงบประมาณ ๒,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท พวกกระผม ไม่ได้บอกว่าการกู้เป็นสิ่งที่ผิด เราทราบดีว่าประเทศกำลังพัฒนากู้เงินได้ แต่เราไม่อยากให้ รัฐบาลประมาท แล้วเราคิดว่ารัฐบาลตั้งอยู่บนความประมาท ถ้ารัฐบาลจะดูเฉพาะการขาดดุล ในงบประมาณในการประเมินสถานะทางการคลัง ที่สำคัญเงินที่จะเอาไปใช้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะมีโอกาสพูดกันต่อไปมันก็ไม่ได้ไปทำอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูด อย่างเช่นง่าย ๆ ที่บอกว่ากำลังทำเรื่องคอนเนคทิวิตี เพราะรถไฟซึ่งเคยจะไปเชื่อมที่จังหวัดหนองคาย ที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย มันก็ไปหยุดอยู่แค่โคราชกับหัวหิน นี่ก็คือประเด็นที่กระผม อยากจะกราบเรียน ทีนี้ในประเด็นที่เกี่ยวข้องว่าในที่สุดแล้วขณะนี้เอายุทธศาสตร์ของท่านนี่ งบประมาณนี้ตอบโจทย์จริงหรือไม่ ผมก็ได้กราบเรียนครับ เพื่อนสมาชิกมาพูดเรื่องจำนำข้าว ผมสรุปสั้น ๆ ท่านรัฐมนตรีมาบอกที่บอกขาดทุนปิดบัญชี ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ มันเป็นเรื่องตั้ง ๑๗ โครงการ ไม่รู้กี่ปี ทำไมท่านไม่อ่านล่ะครับว่าแต่ละปีขาดทุนเท่าไร เอาทุกปีที่ไม่ใช่ ๒ ปีในรัฐบาลนี้มารวมกันครับ ผมรับรองได้ครับว่าไม่มีทางได้ครึ่งหนึ่ง หรือ ๑ ใน ๓ ของการขาดทุนที่กำลังเกิดขึ้น แล้วก็ไม่ใช่อย่างที่เพื่อนสมาชิกกำลังสร้าง ความเข้าใจนะครับว่า ไม่เป็นไรเราเป็นมหาอำนาจเพราะเรามีข้าวเก็บไว้ในสต็อก ไม่ใช่นะครับ พูดกันเมื่อเช้าด้วยซ้ำบอกว่ามีแผนกหาเงิน แผนกใช้เงิน ข้าวนี่เคยเป็นแผนกหาเงินของเรา รายได้จากตรงนี้กำลังลดลง และที่สำคัญผมก็ให้ตัวเลขท่านประธานดูว่าธนาคารแห่งประเทศไทย เขาบอกว่ากำลังซื้อรายได้จากภาคการเกษตร ๔ ไตรมาสที่ผ่านมาติดลบ ผมจึงกราบเรียนว่า ตรงนี้ครับที่รัฐบาลต้องทบทวน ต่อมาก็อยากจะกราบเรียนว่าในแง่ความเหลื่อมล้ำ ก็กลุ่มประชาชนที่มาเมื่อวานนี้อย่างไรครับ เขามาเรื่องโครงสร้างเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน เรื่องสวัสดิการ เรื่องเงินออม ท่านก็ไม่จัดงบประมาณเหล่านี้ไว้เพื่อรองรับความท้าทาย ในอนาคต และผมก็ได้บอกครับว่าน้ำมันก็เก็บเพิ่ม ๑.๕๐ บาท ก๊าซก็กำลังจะเก็บขึ้นกิโลกรัมละ ๑๐ บาท เป็นการซ้ำเติมพี่น้องประชาชนแล้วหลายเรื่องครับ ท่านถึงเวลาแล้วที่จะต้องดูโครงสร้าง ไข่ไก่นี่ครับที่ท่านพยายามจะโยนบาปว่าเป็นการเปิดนำเข้าเสรี ทำให้เกิดการขาดทุนตอนนี้ ต้องมาเอากำไร ตัวเลขรัฐบาลสับสนมากนะครับ ตอนนี้บอกไก่ล้นแต่ไข่ขาด บอกว่าต้นทุน อยู่ที่ ๒.๘๐ บาท แต่จริง ๆ แล้วเกษตรกรเพิ่งทำหนังสือมาถึงผมว่าต้นทุนอยู่ที่ ๒.๖๐ บาท วันที่มาขอเงิน ๑๓๑ ล้านบาท บอกว่าไข่ล้นตลาดมี ๓๖ ล้านฟองต่อวัน บริโภค ๓๒ ล้านฟอง เมื่อวานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แถลงบอกตอนนี้ที่ราคาขึ้นเพราะว่าไก่ไข่น้อยเหลือ ๓๒ ล้านฟอง ความจริง ๓๒ ล้านฟอง ก็ตรงกับความต้องการตอนที่แถลง ตอนที่มาขอเงิน ๑๓๑ ล้านบาท ผมจึงกราบเรียนว่าทั้งหลายทั้งปวงที่พวกเราทักท้วงเป็นเรื่องโครงสร้าง เงินวิจัยครับ ผมตรวจสอบไปอีกครั้งครับ ยืนครับ ผ่านระบบ ๖ส ๑ว งานวิจัยลดลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าผมเข้าใจครับ มีคำมั่นสัญญาทางการเมือง อะไรก็แล้วแต่ แต่สุดท้ายขอให้คำนึงถึงความเป็นจริง อนาคต โครงสร้าง

สุดท้ายครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีพยายามมายืนยันว่า ที่ทำมาทั้งหมดนี่ขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศดีขึ้นแล้วผมกราบเรียนครับ ตัวเลข ขีดความสามารถการแข่งขันที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดทุกด้านไม่มีด้านใดเลยอยู่ในอันดับ ที่ดีกว่าปี ๒๕๕๓ ผมจบตรงนี้ละครับ ศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยท่านบอกขึ้นมาที่ ๒๗ ปี ๒๕๕๓ อยู่ที่ ๒๖ ด้านเศรษฐกิจปีนี้อยู่ที่อันดับ ๙ ปี ๒๕๕๓ อยู่อันดับ ๖ เสถียรภาพรัฐบาล ปีนี้ ๒๒ ปี ๒๕๕๓ อยู่ดันดับที่ ๑๘ ด้านธุรกิจปีนี้ลำดับที่ ๒๘ ปี ๒๕๕๓ อยู่ลำดับที่ ๒๓ โครงสร้างพื้นฐานปีนี้ ๔๘ ปี ๒๕๕๓ อยู่ที่ ๔๖ ครับ เพราะฉะนั้นท่านอ้างตัวเลขนี้ คงไม่ใช่คำยืนยันว่าทิศทางมาถูกละครับ ยังกลับไปไม่ถึงเมื่อปี ๒๕๕๓ เลย ผมกราบเรียน ฝากความห่วงใยเหล่านี้ไว้ให้กับทุก ๆ ท่านครับ แล้วก็ยืนยันว่าพวกเราไม่สามารถรับหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ครับ ขอบพระคุณครับ