พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล หารือเรื่องงบประมาณแผ่นดิน และเรียกร้องการปฏิบัติวินัยการงบประมาณให้สมบูรณ์
ท่านประธานครับ เที่ยวไปปัดเศษ ท่านประธาน อย่าเพิ่งนับเวลาผม ท่านเลขาธิการกรุณาลบก่อนนะครับ ท่านไปปัดเศษ เฉพาะฝ่ายค้านไม่ถูกครับ อย่างไร ๆ มาถึงตอนนี้แล้วขอผมสัก ๒๐ นาที ผมจะได้เหลือ ๒๕ นาที เหลือไว้ให้ท่านอภิสิทธิ์ ๕ นาที เราจะจบอยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ จากอยู่ในคิวแรก ผมก็เลื่อนมาจนกลายเป็นวันสุดท้ายในคิวสุดท้าย ผมจะใช้เวลา ๒๐ นาทีนี้ เพื่อประโยชน์แก่สภาเรามากที่สุด ผมจะไม่เจาะไปในรายละเอียดงบประมาณหรอกครับ เพราะท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนสมาชิก เพื่อน ๆ ผมก็ได้อภิปราย ในรายละเอียดแต่ละอย่างไปมากแล้ว ผมเพียงแต่อยากถือโอกาสนี้พูดให้เป็นประโยชน์ที่สุด แก่สภาและประชาชน ท่านประธานครับ หน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สำคัญนอกจาก ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติแล้ว เรามีหน้าที่ขณะที่เป็นฝ่ายค้านก็คือควบคุมดูแลการทำงาน ของรัฐบาล แต่หน้าที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งก็คือเราต้องเป็นผู้อนุมัติงบประมาณแผ่นดิน ให้ฝ่ายบริหารไปใช้ ผมขอขอบพระคุณคุณวิทยา บุรณศิริ ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่าน ที่ท่านอภิปราย แล้วก็บอกว่าผมขอพูดในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ วันนี้ในสภานี้เราจะมีฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ๒ ฝ่ายก็ตาม แต่ทุกคนเราทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะฉะนั้นผมถึงขอติติงฝ่ายรัฐบาล ท่านหนึ่งที่มาพูดเป็นคนสุดท้ายเมื่อสักครู่นี้ว่าการทำงบประมาณการพิจารณาเราทั้งหมด จะต้องไม่ตอบโจทย์ฝ่ายค้าน แต่ต้องตอบโจทย์ฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น ผมเรียนพวกเราได้โปรด สำนึกว่าเราต้องไม่ทำงบประมาณในลักษณะที่ตอบโจทย์ฝ่ายค้านหรือตอบโจทย์ฝ่ายรัฐบาล แต่เราต้องตอบโจทย์แผ่นดินต้องให้งบประมาณนี้ออกไปในลักษณะที่เป็นประโยชน์สูงสุด แก่แผ่นดิน ในฐานะที่ประชาชนเลือกเรามาทำหน้าที่ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมเคยทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ทำงบประมาณในช่วงที่เป็นรัฐมนตรี ผู้ใช้งบประมาณ ในช่วงเป็นรัฐบาล หน้าที่เป็นผู้พิจารณางบประมาณ ๑๗ สมัยในฐานะกรรมาธิการพิจารณา งบประมาณ ๑๕ ปีและ ๒ กลางปี ท่านประธานครับ ผมถึงสำนึกถึงหน้าที่และผมตระหนัก ในคำว่าวินัยงบประมาณมากเหลือเกินว่าสภาเราจะต้องรักษาวินัยการงบประมาณ นอกเหนือจาก วินัยการคลังที่เราพูดกันมาถึงตลอด เมื่อวานนี้มีท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดถึงว่าเรื่องของ การออกกฎหมายกู้เงินมาใช้นี้เคยทำมาตั้งแต่รัฐบาลก่อนและรัฐบาลก่อน ๆ ผมกราบเรียนว่า รัฐบาลก่อน ๆ ในช่วงยุคนั้นมันก็มีรัฐบาลสมัยชวน หลีกภัย ๒ และรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ๒ เรามีวิกฤติต้มยำกุ้ง เราเกิดวิกฤติอย่างรุนแรงแทบเท่ากับ ประเทศล้มละลาย เรากู้เงินนอกงบประมาณมาจริงออกกฎหมาย แต่เราออกมาเพื่อชำระหนี้ กองทุนฟื้นฟู ทำได้ถ้าออกกู้เงินมาเพื่อการใดการหนึ่งที่มันจบในตัวของมันเอง ไม่ใช่มาใช้ เป็นงบประมาณคู่ขนานกับพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี สิ่งเหล่านี้เราทำไม่ได้ แต่ระยะหลัง ๆ มีการทำกัน เมื่อมีการทำกันรัฐบาลท่านก็ถือโอกาสทำงบ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อ้างสารพัด แต่จนกระทั่งบัดนี้ท่านยังใช้ไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเลย นี่คือวินัยงบประมาณ เสียหายยับเยิน ขณะเดียวกันท่านก็ถือโอกาสที่จะกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำโครงการ อะไรก็ตามที่จะใช้คู่กับงบประมาณประจำปี ท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ทำไม่ได้หรอกครับ เราไม่เคยปฏิบัติเช่นนี้ในประเทศไทย และมันจะทำความเสียหาย ต่างประเทศใครก็ตามจะดู สถานะเราก็ดูจากงบประมาณประจำปีว่าเรามีงบรายได้เท่าไร จากทางไหนบ้าง รายจ่ายเท่าไร เราไปทำอะไรบ้าง แต่เขาไม่ดูหรอกครับว่ามีการซ่อนเร้นทำงบนอกงบประมาณเอาไว้ที่ไหน อย่างไร ตรงนี้เป็นวินัยการคลังที่น่ารังเกียจอย่างยิ่งเลยครับ ท่านประธานครับ ท่านกู้เงิน ท่านบอกว่าไม่เกินเพดานหนี้เอาไปทำรถไฟความเร็วสูงจนยันเพดานหนี้ แต่ท่านประธาน แล้วข้างหน้าล่ะครับถ้าเกิดอะไรขึ้น การศึกษานะครับ เวลานี้โรงเรียนเราตกลำดับเกือบสุดท้าย ลำดับต่ำลงมาเรื่อย ๆ การสาธารณสุขล่ะครับ โรงพยาบาลตามต่างจังหวัดเราที่แทบจะเป็น โรงฆ่าสัตว์ โรงพยาบาลใหญ่ ๆ โรงพยาบาลศูนย์บางทีคนไข้ต้องมาตั้งแต่ตีสาม ตีสี่ เอารองเท้า มาวางรอคิวรอจนกระทั่งสว่างจนเที่ยงจะได้เจอแพทย์สัก ๕ นาที แล้วเอาที่ตรวจมาจิ้ม ๆ หน้าอกกี่ทีแล้วก็ไล่กลับบ้านไป เราไม่ต้องพัฒนาหรือครับ วินัยในการทำงบประมาณสำคัญที่สุด ก็คือต้องจัดลำดับความสำคัญของงานที่จะต้องทำ ไม่อยากใช้คำว่าไพรออริตี (Priority) ลำดับความสำคัญของประเทศไทยไม่ใช่ไปทำในสิ่งที่มีช่องทางทุจริตคอร์รัปชันสูงสุด และไปทำเพดานกีดกันอย่างอื่นทั้งหมดที่เป็นเชิงสังคม อย่างนี้ไม่ใช่วินัยงบประมาณ ท่านประธานครับ เมื่อปี ๒๕๔๙ ท่านบุญชู โรจนเสถียร ที่พวกเรารุ่นเก่า ๆ รู้จักกันดี ท่านเรียกผมไปพบที่ชีวาศรม หัวหิน ท่านบอกว่าท่านกำลังจะตาย ก่อนตายขอฝากให้ผมยืน เป็นหลักบ้านเมืองไว้ด้วยต่อไปในวันข้างหน้า ท่านบอกเลยว่าวินัยงบประมาณบ้านเมือง เดี๋ยวนี้มันไม่มี เพราะประทานโทษเถอะครับ ผมขอใช้คำพูดของท่าน ท่านบอกว่า อ้ายพวกนักการเมืองฉิบหายทั้งหลายเอาแต่จะสร้างประชานิยม เอาจากผลการเมือง โดยไม่คำนึงถึงว่าสิ่งที่ทำมันจะทำให้บ้านเมืองล่มจมในวันข้างหน้าอย่างไร ท่านประธานครับ ท่านบอกว่าดูอ้ายพวกอียูฟังผมไว้ มันจะทยอยล้มละลายฉิบหายกันไปตามลำดับ ไม่ว่าประเทศกรีซ ไม่ว่าประเทศไอร์แลนด์ ไม่ว่าประเทศโปรตุเกส ไม่ว่าประเทศโครเอเชีย แม้กระทั่งมหาอำนาจ อย่างประเทศสเปน ขอให้ผมยืนหยัดในสิ่งที่เป็นวินัยงบประมาณเอาไว้ รักษาไว้เพื่อคนรุ่นต่อ ๆ ไป นี่คือเราทำงบประมาณเพื่อตอบแผ่นดินไม่ใช่เพื่อตอบโจทย์ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล แต่ท่านประธานครับ อ้ายคำว่านักการเมืองฉิบหายทั้งหลายนี่ละครับ มันทำความเสียหาย ให้กับประเทศไทยเยอะ เป็นหนี้สาธารณะที่มันเกิดอะไรขึ้นมาเยอะ ๕ ปีผ่านมาสิ่งที่ท่านบุญชู พูดเอาไว้ปรากฏแก่เราตามลำดับ เราก็จะเห็นว่ามันหายนะไปทีละประเทศ เพราะหนี้สาธารณะ และโครงการประชานิยมที่ไร้ขอบเขต ประเทศไทยเรากำลังจะเดินตามรอยเช่นนั้นหรือครับ และเรากำลังทำอย่างรุนแรง และใครกำลังจะทำตัวอย่างที่ท่านบุญชูเรียกว่า อ้ายพวก นักการเมืองฉิบหาย ที่ไม่คำนึงถึงประเทศชาติและลูกหลานต่อไปในวันข้างหน้ากันนั้นหรือครับ นี่คือส่วนหนึ่งที่กระผมจำเป็นจะต้องพูด ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องงบประมาณตามกฎหมาย ตามวินัยทุกอย่างมันจะต้องมีงบประมาณรายจ่ายประจำปีเท่านั้น เราจะไม่มีโอกาส ที่จะทำกฎหมายพระราชบัญญัติกู้เงินนอกงบประมาณมาใช้คู่ขนานไปกับงบประมาณประจำปี ๒ ปีที่ผ่านมาผมทำงานในคณะกรรมาธิการด้วยความยากลำบากเหลือเกิน เราพิจารณา งบประมาณตามงบประมาณเจอว่ามันมีอยู่ในงบประมาณ และมันมีอยู่ใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และมันก็ยังมีอยู่ใน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทซ้ำซ้อนเหมือนปีนี้ที่มีเพื่อนสมาชิกพูด คุณตั้งงบประมาณ เรื่องรถไฟที่จะต้องใช้ถึงประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่คุณก็ยังมีโครงการที่อยู่ในงบประมาณประจำปีอีกจำนวนหนึ่งไม่ใช่น้อย ท่านประธานครับ นี่ละครับคือความยับเยิน ยูโรเมื่อหายนะ เขาตัดออกขาย เขาตัดแผ่นดินขาย เขาขายโบราณวัตถุ เขาขายเมืองโบราณ เขาขายทางรถไฟ ประเทศไทยรอว่ากำลังจะให้นักการเมืองฉิบหาย เหล่านี้ทำให้วันหนึ่งเราต้องขายกำแพงเพชร เราต้องขายภูเขาทอง เราต้องขายกรุงศรีอยุธยา หรือเราต้องขายกรุงสุโขทัยกันนั้นหรือครับท่านประธาน นี่คือสำนึกที่ผมคิดว่าจำเป็นจะต้องมี ท่านประธานที่เคารพ ผมพูดแล้วว่าคำนั้นคำหยาบผมไม่ถอน แต่ผมพูดว่าท่านบุญชูพูดไว้ เช่นนี้และผมขออนุญาตถ่ายทอดคำพูดท่านอย่างนี้ไม่ใช่คำพูดหยาบอะไรของผมเอง ท่านชัย ชิดชอบ ประทานโทษเมื่อวานท่านพูดถึงเรื่อง ครม. สัญจร ครม. จะสัญจรทั่วและไปบอกเขา หาเสียงว่าอนุมัติงบเขาตรงนี้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผ่านไปจนกระทั่ง เดี๋ยวนี้ไม่ได้ทำให้เขาหรือครับ มีแค่จังหวัดที่รับปากท่านบางแห่งก็ได้แค่สัก ๑๐๐-๒๐๐ ล้านบาท อย่างมาก แต่ท่านทำอย่างไรล่ะครับ ท่านไปโยกงบปกติที่มีอยู่ในงบประมาณล้มเลิกโครงการ เขาเปลี่ยนแปลงงบประมาณเหล่านี้มาทำโครงการใหม่ตามที่ ครม. สัญจร แล้ววินัย การงบประมาณของประเทศชาติเราอยู่ที่ไหนล่ะครับ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ ผมคิดว่ามันจะมีประโยชน์มากกว่าถ้าเราจะพูดถึงในสิ่งเหล่านี้ในช่วง ๑๐ นาทีสุดท้ายที่ผมมีอยู่ ด้วยความตระหนักในความสำคัญเช่นนั้น รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ จึงได้เขียนไว้ในมาตรา ๑๖๙ ท่านประธานครับ ชัดเจนครับ การจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทำได้ก็เฉพาะที่อนุญาตไว้ในกฎหมาย ว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมายเกี่ยวด้วยการโอน งบประมาณ หรือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง แน่นอนครับ กรณีที่งบประมาณประจำปี ออกไม่ทันให้ใช้งบปีที่แล้วไปก่อน และกรณีที่เงินไม่พอใช้เงินคงคลังไปก่อน แต่ต้องปฏิบัติ ตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังไม่มีทางเลือกอย่างอื่น ยิ่งกว่านั้นกฎหมาย ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ อย่างชัดเจน แต่ที่ยังไม่ถึงศาลเพราะว่าท่านไปตั้งคณะกรรมาธิการ กำลังพิจารณาอยู่ นี่เป็นอีกประการหนึ่งที่ผมจะต้องพูดถึง รวมทั้งที่ท่านชัย ชิดชอบ พูดเมื่อสักครู่ ทำไมวันนี้เราทำงบประมาณหลอก ๆ หลอกลวงประชาชนกันไปวัน ๆ ท่านประธาน เรามีหนี้สาธารณะ ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และขณะเดียวกันซุกหนี้สาธารณะ เอาไว้ในที่ต่าง ๆ จำนำข้าวที่ทีดีอาร์ไอบอกว่าเป็นโคตรอะไรสักอย่างเมื่อวานนี้จากผู้ใหญ่ ในทีดีอาร์ไอ โคตรบรรลัยหรือโคตรอะไรนี่ครับ ท่านไม่ได้ตั้งในหนี้สาธารณะหรอก มันไปซุกไว้ที่ ธ.ก.ส. เราเป็นหนี้ ธ.ก.ส. เท่าไร เราต้องตั้งงบประมาณแผ่นดินใช้เขาในวันข้างหน้า เรามีลักษณะเช่นนี้อยู่ที่ธนาคารออมสินเท่าไรครับ เรามีหนี้สาธารณะอย่างนี้อยู่ที่ธนาคาร อิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ อยู่ที่หน่วยงานของรัฐ เรายังค้างเงิน ที่ส่งกองทุนประกันสังคมในส่วนที่รัฐต้องส่งอีกกี่หมื่นล้านบาท ท่านประธาน นี่เป็นหนี้สาธารณะ หรือเปล่า ท่านประธานครับ ผมเป็นคนตั้งสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะครับ เมื่อปี ๒๕๔๒ คนต้น ๆ ที่ผมเอามาดู คุณสุภา ปิยะจิตติ ต่อมาจนกระทั่งคุณอารีพงศ์ จนถึงคุณพรรณี เราตั้งกันมาเพื่อที่จะรักษาวินัยการงบประมาณตรงนี้ไว้ให้ได้ หนี้สาธารณะขณะนั้นเนื่องจาก วิกฤติต้มยำกุ้ง เราพุ่งขึ้นไปเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เราจึงได้ออกประกาศกระทรวงการคลัง ตั้งกฎบังคับตัวเราเองว่าหนี้สาธารณะประเทศไทยจะต้องไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของจีดีพีที่จะต้อง ปฏิบัติ แต่ต่อมาเมื่อพวกผมพ้นมา ท่านไปดัดแปลงบางอย่างทำจีดีพีหลอก ๆ จีดีพีที่บวกด้วย อัตราเงินเฟ้อว่ามันจะมีปีหนึ่งถึง ๘ เปอร์เซ็นต์ ๙ เปอร์เซ็นต์ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ ไม่เคยถึง และมันก็หลอกต่อมาตามลำดับจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ วันนี้ ว่ากันว่าจีดีพีถึง ๑๓ ล้านบาทหรือ ๑๖ ล้านบาท มันไม่ใช่หรอกครับ ถ้าหนี้สาธารณะทางการ แล้วก็หนี้สาธารณะนอกงบประมาณที่ซุกไว้ ถ้าท่านไปรวมอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ยังไม่ได้กู้ รวมอะไรต่ออะไรสารพัดจะซุกไว้ หนี้สาธารณะ เกือบ ๑๐ ล้านล้านบาทนะครับขณะนี้ ลูกหลานเรานะครับต้องใช้ในวันข้างหน้า นี่คือเราทำ งบประมาณหลอกกันในสภาตลอดเวลา และถือว่านั่นคือการหลอกลวงประชาชนด้วย ซึ่งอันนี้ ไม่ควรพึงบังเกิด และวิญญาณอาจารย์บุญชูนอนตายตาไม่หลับหรอกครับ บุญชู โรจนเสถียร ไม่เคยเป็นนักเรียนนอก จบธรรมศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบประกาศนียบัตร วิชาการบัญชีที่เท่ากับชั้นปริญญาโท แต่ท่านเป็นคนที่คุณชิน โสภณพนิช สั่งไว้ว่าตราบใดที่มี แบงก์กรุงเทพต้องไม่ทิ้งนายบุญชู โรจนเสถียร จนท่านตายไป ท่านฝากแผ่นดินกับผมไว้เยี่ยงนี้ ท่านรู้ว่าต่อไปนี้จะมีนักการเมืองฉิบหายที่เอาประเทศชาติไปหาเสียง ไปเล่นกันโดยไม่คำนึงถึง อนาคตของบุตรหลานและประเทศชาติข้างหน้า ท่านประธานครับ เวลาที่ผมใช้ไปทั้งหมด คิดว่ามันมีอะไรอีกหลายอย่าง งบประมาณเราต้องพิจารณา ๒ อย่าง ๑. งบรายรับ ๒. งบรายจ่าย งบรายรับเรามีไม่กี่ทาง ๑. ภาษี ๒. รายได้รัฐวิสาหกิจหรือรัฐพาณิชย์ ๓. เงินบริจาคนิดหน่อย รวมแล้วไม่มาก แต่ว่าระยะหลังเราเอารายได้จากเงินกู้ครับ เงินกู้ใครก็ตามที่เอาเงินกู้ ไปใช้จ่ายเราต้องคำนึงถึงว่าค่าใช้จ่ายอย่างนี้มันสมควรสมประโยชน์กับที่เราไปกู้มาหรือเปล่า วันนี้ประเทศไทยถ้าเราดูว่าอย่างเรามีหนี้สาธารณะเท่าไร เรามีงบลงทุนเท่าไร และเราขาดดุล เท่าไร ท่านประธานครับ เรากำลังต้องใช้เงินกู้จ่ายเงินเดือนครับ และเราจะปล่อยให้ประเทศไทย เป็นอย่างนั้นไปหรือครับ นี่คือเรื่องน่ากลัวที่กระผมจะขออนุญาตว่าเมื่อมีโอกาสพูดในสภา อีกสักครั้งหนึ่งผมก็จะพูดไว้เช่นนี้ ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาบ้านเมืองมันเยอะครับ ปัญหา สาธารณสุข ปัญหาสังคม ปัญหาการศึกษา สารพัด มันไม่ใช่อยู่ที่เรื่องคมนาคม มันไม่ใช่อยู่ที่ รถไฟทางด่วนความเร็วสูงอะไรนั่นเพียงแค่อย่างเดียว ทำไมเราต้องเอาเปรียบครับ ประชาชน ๖๐ กว่าล้านคน เรามีคนได้ใช้รถไฟความเร็วสูงถึงล้านคนไหมครับ แต่ทำไมต้องผลักภาระ ภาษีให้แก่อีก ๖๐ ล้านคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรถไฟเหล่านี้เลย นี่คือความเห็นแก่ตัวของ นักการเมืองที่ท่านบุญชูเรียกว่าอ้ายพวกนักการเมืองฉิบหาย ท่านประธานครับ วันนี้เรามี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เราหวังว่าท่านจะเป็นหลัก เพราะท่านอยู่ในภาคเอกชนมาก่อน เคยดูแลครูบาอาจารย์ แต่ประทานโทษเถอะครับ ดูบทบาทของท่าน ท่านคนนี้ใช่ไหมครับ ในขณะที่คดีซุกหุ้น ขณะที่ท่านเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ คดีซุกหุ้น คดีทุจริต คดีบิดเบือน ในตลาดหลักทรัพย์ ท่านคนนี้เป็นคนบอกว่าเป็นเรื่องติ๊กผิด และจากติ๊กผิดวันนี้กลายเป็นไว้ลาย จากไว้ลายกลายเป็นพิมพ์ผิด ท่านประธานครับ สภาเราเป็นที่ที่บ่อเกิดของความทุจริต คอร์รัปชันทุกประการอย่างนั้นหรือครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ เฉพาะที่จำกัดเช่นนี้ครับ ท่านประธาน เวลาที่เหลือก็กรุณาให้ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้ใช้ต่อไปจากนี้ครับ ผมขอกราบเรียนสุดท้ายว่าตั้งแต่เช้าตื่นนอนขึ้นมาผมตั้งปณิธานว่าจงเตือนเขา แต่อย่าด่าเขา อะไรที่ผมพูดผมเตือนนะครับ ผมไม่ได้ด่าใคร และในขณะเดียวกันปณิธานที่ผมตั้งไว้ทั้งหมด เพื่อสภาในวันนี้ ผมคิดว่าผมสูงอายุเกินกว่าที่จะไปก่อศัตรูอะไรกับใคร เพราะไม่เหลือเวลา ที่จะให้ผมทำอโหสิกรรมกับใครแล้ว แต่เรียนว่าเราพูดกันว่ากู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่ากับงบประมาณแผ่นดิน ๑ ปี ไม่ใช่ครับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เป็นงบลงทุน งบลงทุนเรามีเพียงแค่ปีละ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทคืองบประมาณแผ่นดิน ๕ ปีครับท่านประธาน เรากำลงจะเอาไปผลาญเพื่อเตรียมทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อนสมาชิกที่มีหน้าที่มาทำหน้าที่ นิติบัญญัติแทนประชาชนท่านต้องตอบโจทย์แผ่นดิน ต้องตอบโจทย์ประชาชน ไม่ใช่ตอบโจทย์ อ้ายฉิบหายที่กำลังจะเตรียมกินบ้านกินเมืองครับท่านประธาน ขอบคุณครับ