นันทนา ทิมสุวรรณ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ และสนับสนุนรัฐบาลที่จัดสรรเงินเพื่อพัฒนาประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นันทนา ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องบอกว่าดิฉันเห็นด้วย แล้วก็สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ที่รัฐบาลได้จัดไว้เป็นจำนวน ๒.๕๒๕ ล้านล้านบาท ภายใต้ ๘ ยุทธศาสตร์ ๕๒ แผนงาน ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่รัฐบาลนั้นได้ให้ความสำคัญ ในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ซึ่งจะเห็นได้จากการจัดสรร งบประมาณผ่านยุทธศาสตร์ใหญ่ ๆ ๒ ยุทธศาสตร์ ก็คือยุทธศาสตร์ที่ ๔ และยุทธศาสตร์ที่ ๑ ในแผนการดำเนินงานที่ ๑.๕ ซึ่งรวมทั้ง ๒ ยุทธศาสตร์นี้รัฐบาลได้จัดงบประมาณไว้ถึงเกือบ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมดของประเทศ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลนี้ที่นำโดย ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านได้ให้ความสำคัญของกลุ่มคนพิการ ซึ่งที่ผ่านมาหลาย ๆ รัฐบาลดิฉันไม่เคยเห็นว่าคนพิการจะได้รับความสนับสนุนและได้รับ ความสำคัญเท่ากับรัฐบาลนี้ค่ะ เห็นได้ชัดเจนค่ะท่านประธาน เพราะว่ารัฐบาลนี้มีนโยบาย ที่ชัดเจน เริ่มต้นเลยจากการที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ ซึ่งได้มีการยกฐานะให้หน่วยงานที่ดูแลในเรื่องคนพิการได้ยกฐานะ จากสำนักงานขึ้นเป็นกรม ซึ่งจะมีความเป็นอิสระและสามารถที่จะเสนอของบประมาณ ของตัวเองมีการทำงานได้คล่องตัวขึ้น และในปีนี้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการซึ่งได้ยกฐานะเป็นกรมแล้วก็ได้รับงบประมาณไปถึง ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งเพิ่มจากปีที่แล้ว ถึง ๑๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นในส่วนของกระทรวงคมนาคมเอง ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมท่านก็ให้ความสำคัญค่ะ ท่านมีโครงการคมนาคมยุคใหม่ใส่ใจคนพิการ ได้มีการให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่สังกัดในกระทรวงคมนาคมได้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับ คนพิการไม่ว่าจะเป็นทางลาดหรือห้องน้ำสำหรับคนพิการ เพื่อที่จะให้คนพิการเหล่านี้ ได้สามารถที่จะเดินทางไปมาหาสู่หรือว่าไปทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางบก ทางน้ำ แล้วก็ทางอากาศ นอกจากนั้นค่ะท่านประธาน ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการเอง ก็เช่นเดียวกันได้เพิ่มโอกาสในการศึกษาของคนพิการ ทั้งในส่วนของการที่ให้คนพิการนั้น ได้ไปเรียนร่วมกับเด็กปกติในโรงเรียนของรัฐแล้วก็ของเอกชน รวมทั้งได้มีการจัดห้องเรียน คู่ขนานสำหรับเด็กพิการออทิสติก เขาสามารถอยู่ในโรงเรียนเดียวกับเด็กปกติทั่วไป แต่แยกห้องเรียนกันเวลาที่จะมาทำกิจกรรมก็สามารถที่จะมาทำกิจกรรมร่วมกันได้ ให้เด็กออทิสติกเหล่านี้สามารถที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเด็กปกติทั่ว ๆ ไป และในส่วนของรัฐบาลเอง เมื่อเร็ว ๆ นี้วันที่ ๑๔-๑๕ พฤษภาคมที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้มีโครงการที่เรียกว่าสร้างสังคมดี ปราศจากอุปสรรคเตรียมรับประชาคมอาเซียน ซึ่งได้จัดเปิดตัวโครงการนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรีของเราท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้ไปเป็นประธานและได้มี การเซ็นเอ็มโอยูลงนามบันทึกข้อตกลงของ ๒๑ หน่วยงานราชการ ๑๙ กระทรวง ในการที่จะทำงานแบบบูรณาการร่วมกันในการที่จะดูแลแล้วก็จัดสิ่งอำนวยความสะดวก ให้คนพิการภายใต้แนวความคิดที่ว่า คนพิการไม่ใช่ภาระแต่เป็นพลังที่มีประสิทธิภาพ เหมือนคนปกติทั่วไป เห็นไหมว่ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้นได้ให้ความสำคัญ กับคนกลุ่มนี้ซึ่งไม่เคยได้รับความสนใจเท่าที่ควรมาก่อน แต่มีอีกนิดหนึ่งค่ะ ท่านประธานคะ อยากจะฝากถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาซึ่งหลาย ๆ ท่านคงจะทราบนะคะว่านักกีฬา คนพิการนั้นได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศของเราไม่ว่าจะเป็นในระดับประเทศหรือในเวทีโลกก็ตาม นักกีฬาคนพิการของเรานั้นมีฝีมือไม่ได้ด้อยกว่านักกีฬาปกติทั่วไป อยากจะฝากถึงกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาโดยเฉพาะกรมพลศึกษา ได้ให้ความสำคัญแล้วก็ได้จัดงบประมาณ สนับสนุนในส่วนที่จะไปช่วยส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของนักกีฬาคนพิการ หรือรวมทั้งการที่จะสนับสนุนในส่วนขององค์กรหรือสมาคมที่ได้มีส่วนในการที่จะได้พานักกีฬา ไปแข่งขันหรือการจัดการแข่งขันในประเทศของเรา ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติหรือระดับนานาชาติก็ตาม อยากจะให้ท่านนั้นได้ช่วยสนับสนุนองค์กรหรือสมาคมเหล่านี้ด้วยนะคะ ท่านประธานคะ ขอเน้นย้ำว่าคนพิการเป็นคนที่มีศักยภาพหากเขาได้รับการดูแลได้รับการส่งเสริมให้ได้รับโอกาส เขาก็จะอยู่ในสังคมได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไม่เป็นภาระของครอบครัว แล้วก็ ไม่เป็นภาระของสังคม ท่านประธานคะ จากเหตุผลที่ดิฉันได้กล่าวมาเป็นส่วนหนึ่งแล้วก็มีอีก หลาย ๆ ส่วนที่ทางรัฐบาลนั้นได้จัดงบประมาณไปเพื่อพัฒนาประเทศของเรา ดิฉันจึงขอสนับสนุน รัฐบาลที่จะจัดสรรร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ขอบพระคุณค่ะ