บัญญัติ เจตนจันทร์ อภิปรายเรื่องงบประมาณปี 2557 โดยเน้นย้ำถึงความล้มเหลวของรัฐบาลในการจัดงบประมาณเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก การลดงบประมาณในการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการไม่เพิ่มงบประมาณในการอาชีวศึกษา
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายเพื่อประกอบให้ท่านประธาน และท่านสมาชิกได้ทราบว่าผมไม่สามารถที่จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณปี ๒๕๕๗ นี้ได้นะครับ งบประมาณปี ๒๕๕๗ ใช้งบถึง ๒.๕๒๕ ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง ๕ เปอร์เซ็นต์จากปีที่แล้ว โดยนำไปใช้ใน ๘ ยุทธศาสตร์ด้วยกัน แต่ผมอยากจะ ขออภิปรายในยุทธศาสตร์ที่ ๔.๑ และ ๔.๒ เท่าที่เวลาจะอำนวย ก็คือยุทธศาสตร์เกี่ยวกับ ทางด้านการศึกษา ซึ่งในยุทธศาสตร์นี้การจัดงบประมาณที่รัฐบาลจัดนั้นไม่สามารถตอบโจทย์ ยุทธศาสตร์ในข้อ ๔.๑ และข้อ ๔.๒ ได้ ก็คือเรื่องของการยกระดับคุณภาพการศึกษา การขยายโอกาส ให้เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมทั่วถึงและเป็นธรรมนะครับ กระทรวงศึกษาธิการนั้นได้รับ งบประมาณเพิ่มขึ้นถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน โดยงบประมาณนั้นไปเพิ่มที่การศึกษา ขั้นพื้นฐานเสีย ๓.๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ไปเพิ่มที่สำนักงานปลัดกระทรวงเสีย ๗.๖ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ในส่วนอาชีวศึกษานั้นเป็นที่น่าเสียใจนะครับ ได้ถูกจัดงบประมาณลดลงถึง ๓.๗ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ซึ่งในสิ่งนี้ละครับจึงเป็นความล้มเหลวของการจัดการศึกษา ขั้นพื้นฐานของรัฐบาลแล้วก็การอาชีวศึกษา รัฐบาลนั้นไปแก้ปัญหาเรื่องคุณภาพการศึกษา ซึ่งเป็นที่ทราบกันนะครับว่าคุณภาพการศึกษาปัจจุบันนั้นตกต่ำ ผลสัมฤทธิ์การเรียนตกต่ำ ทุกช่วงชั้นไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งระดับ ป. ๖ ม. ๓ และ ม. ๖ นั้นไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน่าเป็นห่วง เมื่อคุณภาพการศึกษาตกต่ำ คุณภาพของเยาวชน ของประชาชนก็ตกต่ำ แล้วก็รัฐบาลแก้ปัญหาเด่นชัด ก็คือเรื่องของการยุบโรงเรียน มีข่าวยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ถึง ๑๗,๐๐๐ แห่งด้วยกัน แล้วอยู่ ๆ ก็มีเรื่องของการซื้อรถตู้ ๑,๐๐๐ คันมาแก้ปัญหา คุณภาพการศึกษา ซึ่งผมคิดว่าสิ่งนี้ไม่ตอบโจทย์เรื่องคุณภาพการศึกษาอย่างแน่นอนนะครับ พี่น้องประชาชนในชนบทต่างเรียกร้องนะครับว่าโรงเรียนนั้นไม่เพียงแต่ใช้เป็นอาคารเรียน โรงเรียนนั้นเป็นศูนย์รวมของแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เป็นที่ยึดเหนี่ยวการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชุมชน แล้วก็โรงเรียนจำนวนมากรัฐบาลไม่ได้สร้างครับ พระเป็นคนสร้าง ชาวบ้านเป็นคนสร้าง แต่ว่ากระทรวงศึกษาธิการในยุคนี้เป็นคนยุบนะครับ แล้วไม่ใช่ยุบน้อย ข่าวว่ายุบถึง ๑๗,๐๐๐ แห่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่รับรู้รับทราบและความกังวลใจอย่างกว้างขวาง ผมเชื่อว่า การยุบโรงเรียนเล็กเพื่อบูชายัญคุณภาพการศึกษาที่ตกต่ำนั้นไม่ถูกต้อง ผมอยากได้โรงเรียน คืนมาแล้วเอารถตู้คืนไป เรื่องของการยุบโรงเรียนขนาดเล็กนี้ ทำไมกระทรวงศึกษาธิการ ถึงเอาความลำบากไปที่เด็กแล้วเอาความสะดวกสบายมาไว้ที่กระทรวงนะครับ เพราะว่า การขนเด็กจำนวนมากกับการขนครูออกไปสอนตามชนบทจะไม่ดีกว่าหรือครับ แล้วก็ ถ้าจะต้องใช้รถทำไมไม่เช่าครับ รถที่ซื้อ ๑ ปีนั้นสามารถเอาเป็นงบเช่าได้ถึง ๕ ปีด้วยกัน แล้วไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องของการซ่อมบำรุง ไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องพนักงานขับรถ ทีนี้ การเช่ารถกับการซื้อรถมีอะไรที่แตกต่างกัน ผมอยากจะให้ทางรัฐบาลได้ตอบให้ที่ประชุมสภา แห่งนี้ได้รับทราบด้วย ทำไมรัฐบาลไม่เลือกที่จะบริหารคุณภาพการศึกษาโดยการถ่ายภารกิจ งานการศึกษาขั้นพื้นฐานไปให้เอกชนและท้องถิ่น เพราะปัจจุบันการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. ได้รับงบ ๘๓ เปอร์เซ็นต์ แต่แบกภาระเด็กเพียง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เอกชนได้รับงบไป ๙ เปอร์เซ็นต์ แต่แบกภาระ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ การศึกษาท้องถิ่นรับงบไป ๘ เปอร์เซ็นต์ แบกภาระ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการศึกษาขึ้นพื้นฐานเป็นเหมือนคนอ้วนนะครับ แต่ว่ามีสมรรถนะที่ต่ำ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องผันภาระนี้ให้เอกชนตามแผนแล้วจะต้องเป็น ๖๕ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลดูแลเอกชน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ปัจจุบันรัฐบาลกอดไว้ที่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เอกชนดูแล เพียงแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องทำแต่รัฐบาลก็ไม่ทำ ความล้มเหลวในพื้นฐาน พูดแล้ว ทีนี้ความล้มเหลวในเรื่องอาชีวศึกษา ปัจจุบันอาชีวศึกษาได้รับงบ ๔.๓ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ ต้อง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะนายกรัฐมนตรีพูดเสมอว่าต้องเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันแรงงานทั้ง ๓ ฝีมือที่ไม่เพียงพอ ปัจจุบันอาชีวศึกษาดูแลเด็ก ๕๐๐,๐๐๐ คน จริง ๆ แล้วต้องดูแลถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน สัดส่วนของเด็ก ม.๔-ม.๖ ปัจจุบันไปถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ อาชีวศึกษา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วในปี ๒๕๖๐ ตามแผนต้องไป ๕๐ : ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่รัฐบาลไม่ได้จัดงบประมาณเพื่อตอบโจทย์ของการพัฒนาตาม ยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลได้กล่าวไว้โดยสิ้นเชิง ต่อไปความล้มเหลวเรื่อง กศน. กศน. จริง ๆ แล้ว เป็นกรมที่น่าสงสารมากเลยได้รับงบประมาณก็น้อยแต่ประชากรที่จะต้องดูแลมากและมากที่สุด ขออนุญาตยกตัวอย่างที่จังหวัดสระบุรี มีแรงงานที่จบไม่ถึง ป.๖ ถึง ๔๓ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน จบอาชีวศึกษาแค่ ๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วจะมีแรงงานฝีมือได้อย่างไร แรงงานเหล่านี้จะต้องใช้ กศน. ไปสอนให้จบอีกเป็นจำนวนมาก ถ้าจะใช้อัตราปกติต้องถึง ๒๔ ปีสำหรับจังหวัดสระบุรี ที่จะทำให้คนจบการศึกษาภาคบังคับ และจบอาชีวศึกษา ๗ เปอร์เซ็นต์ อาชีวศึกษาได้รับ งบประมาณลดลงจะตอบโจทย์เรื่องแรงงานฝีมือได้อย่างไร ประเทศจะมีการแข่งขันในเชิง เศรษฐกิจได้อย่างไร การพัฒนาคนนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดไม่ใช่พัฒนาแต่เรื่องถนนหนทาง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงไม่อาจที่จะรับหลักการนี้ได้ ในเรื่องของสถาบันอุดมศึกษานั้น มหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลถูกลอยแพได้รับงบน้อยมาก ไม่เพียงพอต่อการจัดการศึกษา และที่สำคัญที่สุดกระทรวงศึกษาธิการได้ปล่อยปละละเลย ให้มีการทุจริตครูผู้ช่วยที่เสื่อมเสียเป็นวงกว้าง ซึ่งคณะกรรมาธิการการศึกษาและดีเอสไอ ได้สอบสวนแล้วก็สุดท้ายกระทรวงศึกษาธิการยอมจำนนได้ให้ กคศ. ออกคำสั่งเพิกถอน ออกจากราชการ ๓๔๔ คน ซึ่งจริง ๆ ต้องมีมากกว่านี้ผมไม่เชื่อว่ามีแค่นี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นกระทรวงสร้างคนให้มีความสุจริตกระทำเสียเองเช่นนี้ประเทศชาติจะพึ่งใครครับ เพราะฉะนั้นกระทรวงศึกษาธิการขออะไรก็ได้ อนาคตกระทรวงศึกษาธิการขออะไรก็จะไม่ได้ แล้วจะบอกเสียงดัง ๆ ในสภาแห่งนี้ไว้ ก็ขอวิงวอนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กระชากหน้ากากอ้ายโม่งที่เป็นตัวการที่สามารถบงการ สพฐ. และ กคศ. เรื่องการทุจริต ในวงกว้างจากส่วนกลางถึงภูมิภาคซึ่งดีเอสไอมาชี้แจงไว้อย่างชัดเจน แล้วปัจจุบันทราบว่า จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการโดยให้ปลัดกระทรวงมาสอบสวนข้อเท็จจริง ผมคิดว่าไม่เพียงพอ ถ้าไม่มีฝ่ายการเมืองที่มาหนุนหลังไม่สามารถที่จะมีการทุจริตได้วงกว้างถึงขนาดนี้ ก็ขอให้ รัฐมนตรีได้แสดงความรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยการกระชากหน้ากากออกมาให้จงได้ ถ้าหาก ไม่สามารถทำได้ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่สามารถที่จะลอยตัวเหนือปัญหานี้ได้ ถ้าหากว่า กระทรวงศึกษาธิการมีการทุจริตแล้วกระทรวงศึกษาธิการพังอย่างเดียวไม่เป็นอะไรครับ แต่ประเทศชาติและอนาคตเยาวชนของประเทศไทยจะพังไปกับท่านด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ