สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือเรื่องรถยนต์ของกระทรวงศึกษาธิการและงบประมาณ ๒.๒ ล้านล้านบาท โดยแสดงความไม่เห็นด้วยต่อโครงการพัฒนาประเทศไทยแลนด์ ๒๐๒๐ เนื่องจากไม่มีการวางแผนให้ประชาชนในพื้นที่ได้คิดและพัฒนาเศรษฐกิจของตนเอง

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ เขตคลองสามวา พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวานนี้ฟังท่านนายกรัฐมนตรี ๒ วันเต็ม ๆ วันแรกแล้วก็เมื่อวาน เห็นได้อย่างชัดเจนครับว่าท่านกำลังจะเป็นผู้นำพาประเทศไทย ไปสู่ความเจริญ ถ้าเป็นไปได้นะครับอยากจะให้แซงทันประเทศมาเลเซียที่เขากำลังจะประกาศเป็นประเทศ พัฒนาแล้ว อายมาตลอดครับตั้งแต่เกิดมาเรียน ป. ๑ มาเวลาผมถามครูครูก็บอกว่าเป็นประเทศ กำลังพัฒนา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวานนี้ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านได้ให้สัมภาษณ์แล้วก็อภิปรายไว้ บอกว่างบ ๒๕๕๗ ทำรวยกระจุกจนกระจาย แต่ผมมองกลับกันนะท่านประธานครับ ที่ผมมอง กลับกันก็เพราะว่าวันนี้มันต้องกลายเป็นว่ารวยกระจาย จนจิ๊บ ๆ เหตุผลอย่างนี้ท่านประธาน ที่เคารพครับ ที่บอกว่ารวยกระจายนโยบายของรัฐบาลเวลาทำเขาเรียกว่าคืนให้กับประชาชน อย่างเต็มที่ครับ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการศึกษา พัฒนาสังคม เอสเอ็มแอล เอสเอ็มอี ผมลงรายละเอียดเรื่องแรกก่อนท่านประธานครับ เรื่องของกระทรวงศึกษาธิการหลายท่าน อธิบายความครับ พยายามจะโจมตีเรื่องรถตู้ เมื่อคืนนี้นอนไม่หลับทั้งคืนเข้ากูเกิล แล้วก็ สอบถามเจ้าหน้าที่ รวมทั้งวงการรถยนต์ครับ เขาบอกว่าถ้าเกิดกระทรวงศึกษาธิการซื้อคันละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ยื่น ป.ป.ช. เอาผิดท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ข้างบนนี้ได้เลย ปรากฏว่าผมไปตรวจสอบ ท่านประธานที่เคารพครับ รถยนต์ในประเทศไทยราคาที่ท่านบอกว่า ๙๘๐,๐๐๐ บาทมันก็มีครับ แต่ว่าเวลาเขาตั้งงบประมาณขึ้นมาเขาตั้งไว้ไม่เกิน ๑,๒๓๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเองครับ แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่ารถยนต์ในประเทศไทยอย่างโตโยต้า คอมมูเตอร์ ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท ฮุนได เอช ๑ ผู้แทนใช้กันเยอะ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท โฟล์กสวาเกน ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท รถจีน ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ บาท มีรถยนต์นิสสัน รถญี่ปุ่น รถอีกหลากหลายประเทศครับ แต่ผมถามครับว่าเงื่อนไขการประมูลอยู่ที่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีไม่ได้น่าตื่นเต้นอะไร อยู่ที่ว่าใครจะไปเล่นคำพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ตามฝ่ายค้านครับ แต่จริง ๆ ข้อเท็จจริงก็คือ คันละไม่เกิน ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่ประเด็นก็คือกระทรวงศึกษาธิการซื้อรถยนต์เพื่ออะไร ท่านประธานครับ การควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่มีครู ๒-๓ คนแล้วมันห่วงไกลกัน ๔-๕ กิโลเมตร เด็กและเยาวชนจะได้มีรถตู้เดินทางไปแสดงละคร เดินทางไปดูการศึกษาต่าง ๆ เด็กที่โรงเรียน จังหวัดสุราษฎร์ธานีของท่านเชน เทือกสุบรรณ ของผมนี่นะครับบางทีอยากจะมาเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่ก็ใช้บริการรถตู้ของโรงเรียน อันนี้สนับสนุนครับงบประมาณ เพราะว่า เป็นโรงเรียนหลักนี่ประมาณ ๘๐๐ กว่าคัน ท่านประธานครับ แล้วก็เป็นโรงเรียนควบรวม ประมาณ ๑๐๐ กว่าคัน ที่เหลืออยากจะให้เพิ่มด้วยนะครับจริง ๆ ซื้อรถบัสท่าทางจะดีกว่า โรงเรียนหนึ่งสัก ๕๐ คน จะได้ขนกันไปทีเดียวราคาก็ไม่แพงครับประกอบในประเทศเยอะแยะ เพราะฉะนั้นไม่น่าตื่นเต้นครับเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการในกรณีเรื่องของรถตู้ ชัดเจนนะครับ ซื้อในราคาไม่เกิน ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท รถตู้ ๑๑ ที่นั่งถึง ๑๒ ที่นั่ง ท่านประธานครับ ราคาขนาดนี้ ถูกมหาถูกครับ

เรื่องต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของท่านนายกรัฐมนตรียิงลักษณ์ ได้อธิบายความไว้เมื่อวานนี้ในเรื่องของงบประมาณ ๒.๒ ล้านล้านบาท ประชาชนฟังแล้วบอก โอ้โฮ รัฐบาลมีเงินตั้ง ๒.๒ ล้านล้านบาท เป็นงบของข้าราชการ ๒.๑ ล้านบาท ชัดเจนครับ เป็นงบลงทุนประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็พยายามจะโยงครับบอกว่าเงินกู้ในโครงการ พัฒนาประเทศไทยแลนด์ ๒๐๒๐ มันกู้ไปเยอะแล้ว ผมถามท่านประธานครับ ถ้าเกิดท่านประธาน อยู่ทาวน์เฮ้าส์แล้ววันหนึ่งคิดบอกอยากจะอยู่บ้านเดี่ยวมีวิธีการแบบไหนบ้างครับ วิธีการที่ ๑ ก็คือขายทาวน์เฮ้าส์ แต่เงินมันไม่พอไปซื้อบ้านเดี่ยวไม่ได้หรอกครับ ทาวน์เฮ้าส์หลังละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท บ้านเดี่ยวหลังละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานก็ต้องคิดครับ ๑. คือกู้ร่วมกับภรรยา ถูกไหมครับ ก็กู้แบงก์ แล้วท่านประธานกู้แบงก์กู้ ๓ เดือนหรือครับ ส่วนใหญ่ก็ ๓๐ ปี ผมเคยผ่อนบ้านท่านประธานครับ ถ้าผมไม่ได้คุยกับครอบครัว ไม่ได้วางแผนชีวิต ไม่ได้คิด ไม่ได้กู้บ้านไม่มีครับ ประเทศไทยก็เช่นเดียวกันครับ พอบอกอะไรก็เดี๋ยวกู้ ถ้าไม่กู้ ก็ไม่ต้องทำอะไรครับ ก็ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำจ่ายให้ข้าราชการปลายปีเท่านั้น ๓๐๐,๐๐๐ บาทก็เอาไปซ่อมถนน เอาไปซ่อมโรงเรียนทาสีใหม่ก็หมดแล้วครับ ประเทศก็อยู่แบบนี้ ไม่ต้องพัฒนา เพราะฉะนั้นผมมองงบประมาณภาพรวมทั้งหมดถือว่าประเทศกำลังพัฒนา ประชาชนกำลังเข้าสู่ยุคหน้าใส ท่านประธานครับ ประเภทรวยกระจุก จนกระจายถ้าผมจำไม่ผิด ประมาณสักปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ไม่แน่ใจครับ เหตุผลครับท่านประธาน นโยบายยุทธศาสตร์ การคืนให้กับสังคมหลากหลาย เช่น กองทุนหมู่บ้าน กองทุนเอสเอ็มแอล ผมไม่ได้ไปเปรียบเทียบ เพื่อจะให้เห็นส่วนต่างอย่างชัดเจนมากมายนัก แต่รัฐบาล ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในยุคนั้น ทำโครงการชุมชนพอเพียง ลักษณะคล้ายกันท่านประธานครับ แต่ว่ารัฐบาลปัจจุบัน ทำโครงการเอสเอ็มแอล หมู่บ้านในพื้นที่เขตคลองสามวาบ้านผม ๘๑ ชุมชน โอ้โฮ ยิ้มกันทุกวัน เพราะอะไรครับ ไม่ได้มีเมนู (Menu) มาให้เลือก รัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์บอกว่าปัญหาของประชาชนในพื้นที่เป็นปราชญ์ของแต่ละพื้นที่ ย่อมใช้สมองคิดได้ เพราะฉะนั้นท่านเสนอมา ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท หลายชุมชน บ้านผมทำห้องอ่านหนังสือให้กับลูกหลานของเขา เพราะฉะนั้นประเด็นนี้น่าสนใจเป็นการคืนให้ กับประชาชนในรูปแบบให้ประชาชนคิดครับ และผมถามต่อครับ ถ้าเกิดในสมัยก่อน ในยุคชุมชนพอเพียงมันรวยกระจุก จนกระจายจริงไหมครับ เพราะอะไรครับ บริษัท น้ำดื่มพลังงาน แสงอาทิตย์ บริษัท เสาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เขตบางกะปิ ท่านประธานครับ ตอนผม เป็นฝ่ายค้านพานักข่าวไปดู ยืนงงครับ เสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าตั้งคู่กับเสาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กรุงเทพมหานคร นี่ถ้าเป็นโคกอีต่องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนไม่ว่ากันครับ และบริษัทกี่บริษัทละครับ ที่ทำสินค้าลักษณะนี้ ก็รวยกระจุกครับ แต่วันนี้มันรวยกระจายท่านประธานครับ เพราะอะไร ชุมชนบางชุมชนคิดแบบที่รัฐบาลก็คิดไม่ออก ทำอะไรรู้ไหมครับ ไหปลาร้าเมดอิน (Made in) หมู่บ้าน รัฐบาลคิดไม่ออกบางทีมันเป็นเรื่องของโอทอประดับชุมชนเขา และถามว่าใครรวยครับ คนทำไหปลาร้าก็รวย คนขายปลาก็รวย มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถขนส่งก็รวย พื้นที่บ้านผม บางหมู่บ้านท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครไม่มีงบประมาณทำถนนครับ ก็เข้าใจครับ ปีหนึ่งมีน้อย หารกัน ๕๐ เขต ประมาณเขตละ ๕๐-๘๐ ล้านบาท แต่สาระสำคัญก็คือ งบประมาณที่คืนสู่พี่น้องประชาชนโดยความคิดของเขาถือว่าเป็นความสุดยอดที่เกิดขึ้นครับ หลายท่านถามผมต่อครับว่าแล้วเอาอะไรมาเป็นความคาดหวัง บางคนอยากถูกหวยแต่ไม่เคยฝัน ไม่เคยซื้อ ประเทศก็เช่นเดียวกันท่านประธานครับ ถ้าเราไม่วางแผนอนาคตประเทศ แล้วมันเดินไปถึงจุดไม่ได้หรอกครับ วัดกันที่ ๓ ปี ๕ ปี ๖ ปี ๘ ปี ถ้ารถไฟความเร็วสูง ที่ท่านบอกว่ามันไม่เวิร์ก (Work) เราก็แก้ไขครับ ก็เป็นข้อบกพร่อง มนุษย์ ๑ คนท่านประธานครับ มันแน่นอนครับ มันดีไม่หมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรอกครับ และถ้าเกิดท่านยกโมเดลของ ประเทศไปไว้ในโมเดลครอบครัวมันก็เหมือนการวางแผนชีวิตของครอบครัว ผมบอกภรรยา ผมครับ บอกว่าปีหน้าถ้าเราอยากจะไปเที่ยวเมืองนอกกันนี่เรามีสตางค์ไหม ถ้าไม่มีเรามีเงิน มาจากไหน การจัดเก็บรายได้หรือเงินเดือนเรามั่นคงไหม ถ้าเรามั่นคงปีหน้าเราไปเมืองนอก แต่ถ้ายังไม่มั่นคงเราวางแผนนิ่ง ๆ ครับ ผมพูดอย่างนี้สอดรับกับรัฐบาลแล้วก็ผลงานที่ทำ ในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมาครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์รายงานมาตั้งแต่ ๑ ปีที่แล้วนะครับ นี่ครับ ๑ ปีผลงานรัฐบาล อีก ๒ อาทิตย์จะแถลงผ่านทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ ช่อง ๑๑ ไทย พีบีเอส (Thai PBS) แล้วก็อีกหลากหลายช่อง ทางวิทยุด้วย ผมถามเลยครับว่า ถ้าเปรียบเทียบกันหลากหลายรัฐบาล ผมว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์คิดเร็วกว่าผม แล้วก็ทำได้มากกว่าหลายรัฐบาลครับ ถ้าไม่กล้าทำ โครงการไทยแลนด์ ๒๐๒๐ นี่นะครับ ไม่มีวันหรอกครับท่านประธานที่ประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้ อนาคตไม่แน่หรอกครับ ท่านอภิสิทธิ์อาจจะเป็นนายกรัฐมนตรี อาจจะนั่งรถไฟฟ้าไปประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่ ไปประชุมที่หัวหิน ไปประชุมที่ภาคใต้ได้ เพราะฉะนั้นแยกกันระหว่างงบประจำกับงบที่ต้อง ลงทุนประเทศ และที่น่าสนใจท่านพูดถึงโครงการรับจำนำข้าวบอกขาดทุนเจ๊งกระบ๊งสารพัดคำ ที่ท่านจะใช้ครับ ถ้าท่านเปรียบประเทศเป็นบริษัท หรือเปรียบประเทศเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจ หรือเปรียบประเทศเป็นกระทรวง มันจะมีแผนกใช้สตางค์ท่านประธานครับ ถ้าเป็นบริษัท ปตท. หรือเป็นรัฐวิสาหกิจการบินไทย เขามีแผนกใช้เงิน ฝ่ายการตลาดหาเงิน ฝ่ายประชาสัมพันธ์ใช้เงิน ฝ่ายลงทุนใช้เงิน โครงการรับจำนำข้าวนี่ก็เหมือนประเทศกำลังใช้เงินเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ และไปวัดผลที่ปลายทางครับว่าประเทศนั้นมีกำไรและประชาชนมีการกินดีอยู่ดีขึ้นมากน้อย ขนาดไหนครับ คือถ้าท่านโจมตีเรื่องจำนำข้าวว่าขาดทุน ๆ แน่นอนครับก็มันช่วยคนรากหญ้า มันต้องขาดทุน และจะไปให้กำไรก็จำนำแพง ๆ มันก็ได้กำไร และใครได้ประโยชน์ครับ ประเทศก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ถ้าชาวไร่ชาวนาไม่มีรายได้ เพราะฉะนั้นเวลาท่านกล่าวถึง ภาพรวมท่านพูดได้หมดละครับ จำนำข้าวก็ไม่ดี อย่างนั้นอย่านี้ก็ไม่ได้ แต่ท่านอย่าลืมนะครับ ถ้าชาวไร่ชาวนาเขามีเศรษฐกิจดีขึ้น ลูกหลานเขาก็เรียนสูงขึ้น ปัญญาเขาก็เกิดขึ้น ๓ เดือนปลูกข้าวได้ ต่อไปนี้ปลูกได้แค่เพียง ๒ เดือน ผลิตผลก็เพิ่มมากขึ้น มีเงินซื้อรถปิกอัพมากขึ้น เพราะว่า ปิกอัพมันใหญ่ขึ้น ขนของได้มากขึ้น มันก็เป็นวิธีคิดง่าย ๆ เพราะฉะนั้นผมไม่ตื่นเต้นครับ ถ้าใครทำบริษัทจะรู้ มันจะมีแผนกใช้เงิน แผนกหาสตางค์ หาสตางค์ของประเทศก็คือการเก็บภาษี รถยนต์คันแรกอีก เมื่อวานนี้ท่านสมาชิกอภิปรายบอกว่าคิดอะไรไม่ออก ไม่มีปัญญาคิด หรืออย่างไรโครงการแบบนี้ และท่านพยายามบอกว่าปีที่แล้วขายดีไปแล้วล้านกว่าคัน ท่านดู ตัวเลขเลยครับ เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน ที่ผ่านมา ยอดเสถียรทั้ง ๆ ที่รัฐบาลไม่มีโครงการรถยนต์คันแรกท่านประธานครับ สุดท้ายปลายทาง ขายกันเดือนละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคัน ถึง ๕๐๐,๐๐๐ คันเมื่อ ๔ เดือนที่ผ่านมา ผมสรุปภาพรวมอย่างนี้ ท่านประธานครับ มองงบประมาณประจำปีให้มองอย่างผิวเผินนะครับ ไม่ต้องไปลงลึกครับ เพราะท่านก็ทำกันมาประจำ งบกลางตั้งไว้เกิดภัยสึนามิขึ้นมาท่านจะทำ อย่างไร แต่การลงทุนประเทศถ้าวันนี้ไม่เริ่มเราจะไม่ได้เป็นผู้นำของอาเซียนอย่างแน่นอนครับ สุดท้ายปลายทางก็จะอายกับประเทศมาเลเซียเขาครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ