สุรเชษฐ์ แวอาแซ วิพากษ์วิจารณ์กระบวนการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลใช้งบประมาณเพื่อสนับสนุนความมั่นคงมากกว่าการพัฒนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และไม่ได้ให้ผลประโยชน์ต่อประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การพิจารณางบประมาณปีนี้ก็เป็นปีที่ ๓ ของรัฐบาลนี้ รัฐบาลนี้เข้ามา บริหารย่างเข้าในปีที่ ๒ แต่ว่าได้พิจารณางบประมาณเป็นปีงบประมาณ ๓ ปีติดต่อกัน จากการบริหารงบประมาณตลอดมา ๓ ปีติดต่อกันนั้น ผมมองว่ารัฐบาลได้บริหารล้มเหลว ขาดประสิทธิภาพ เน้นประชานิยมเพื่อหวังผลทางการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติ ปีนี้รัฐบาลได้กำหนดงบประมาณ ๒,๕๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งมากกว่าปีที่แล้ว ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็เป็นงบขาดดุลที่ต้องกู้เงินมาอีก ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องยอมรับว่า รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ๒ ปีที่ผ่านมานั้นมีแต่เงินกู้ กู้แล้วกู้ไม่รวมเฉพาะที่จะสมทบ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ เท่านั้น รัฐบาลก็ได้กู้เงินมาแล้วไม่ว่าในเรื่องของแก้ปัญหาน้ำท่วม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และรวมถึงรัฐบาลที่กำลังจะกู้เพิ่ม ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะไป สนับสนุนโครงการให้มีโครงการรถไฟความเร็วสูงให้เหมือนกับประเทศที่เจริญแล้ว ก็เป็นปัญหา ที่ถกเถียงกันว่าเหมาะสม สมควรหรือไม่ที่เราจะกู้ลงทุนในวงเงินมหาศาลอย่างนี้ ท่านประธาน ที่เคารพ ผมจะชี้แจงพูดในด้านของความล้มเหลวในยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงที่รัฐบาลนี้ เข้ามาบริหารในรอบ ๒ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความสงบเรียบร้อยในประเทศนั้น วันนี้เรายอมรับว่าล้มเหลวสิ้นเชิง ไม่ใช่เฉพาะแต่พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น พี่น้องทุกภูมิภาคจะประสบจากการล้มตายจากอุบัติเหตุ จากการฆ่ากันตาย หรือฆ่าตัวตาย นี่สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพชีวิตของพี่น้องคนไทยในยุคของรัฐบาลเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพ ผมจะเน้นให้ความสำคัญในเรื่องของการใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีนี้เราได้รับการสนับสนุนเป็นเงิน ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งสูงกว่าทุกปี เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ที่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารก็ใช้เงินงบประมาณทั้งสิ้น ๑๖,๒๗๗ ล้านบาท มาปี ๒๕๕๖ คือปีนี้ได้เพิ่มขึ้นมาเป็น ๒๐,๗๓๑ ล้านบาท และในปีหน้า ปี ๒๕๕๗ ที่เรากำลังพิจารณากันอยู่นี้เพิ่มเป็น ๒๕,๙๒๑ ล้านบาท การเพิ่มและการจัดสรร งบประมาณที่ลงไปในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นล้วนแล้วเป็นงบด้านความมั่นคงทั้งสิ้น ไม่ใช่งบด้านการพัฒนา ๑๐ ปี ที่เราทุ่มเทงบประมาณมหาศาลลงไปเพื่อแก้ไขความมั่นคง ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเห็น ส.ส. ในซีกของรัฐบาลชื่นชมว่ารัฐบาลนี้มีความจริงใจ ส่งเงินงบประมาณลงไปให้กับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเงินก้อนโต เป็นงบประมาณ ที่มากมาย แท้ที่จริงแล้วพี่น้องในพื้นที่เขาไม่อยากจะได้หรอกครับงบอย่างนี้ เขาอยากจะได้ ในงบการพัฒนาในการพัฒนาสร้างเสริมอาชีพสร้างรายได้ให้เขา ไม่ใช่จัดสรรงบประมาณ เพื่อสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับหน่วยงานของรัฐเพื่อไปปราบปรามจนกระทบถึงวิถีชีวิต ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ การจัดสรรงบประมาณที่ลงไปนั้นรัฐบาลนั้นไม่ได้ติดตามและควบคุมการบริหารงบประมาณ จึงไม่ทราบว่างบประมาณที่ลงไปนั้นใช้ประโยชน์และเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน มากน้อยแค่ไหน อย่างไร ให้ความสำคัญเพิ่มงบประมาณทุก ๆ ปี แต่เป็นงบประมาณ ที่ไม่ถึงมือพี่น้องประชาชนอย่างเห็นได้ชัด ปีนี้ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทที่ลงไปในพื้นที่ ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ จะไปอยู่ในส่วนของ กอ.รมน. ๗,๘๕๖ ล้านบาท จะไปอยู่ในกองทัพทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกองทัพบก กองทัพอากาศ กองทัพเรือ รวมเบ็ดเสร็จแล้ว ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมไปถึงตำรวจในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท และกรมการปกครอง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ศอ.บต. ปีนี้เพิ่มจากปีที่แล้วอีกเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เบ็ดเสร็จแล้วงบประมาณที่ลงไปอยู่ในส่วนของหมวดความมั่นคงนั้น เกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จะมีก็เป็นงบปกติของกระทรวง ทบวง กรม อีก ๑๖ กระทรวง ประมาณสัก ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท และส่วนใหญ่ก็จะไปกระจายอยู่แถวเมืองท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล เพราะฉะนั้น ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อะไรล่ะ ได้กระสุน ได้กองกำลัง ได้อาวุธยุทโธปกรณ์ อย่างนี้หรือที่ไปสนับสนุนและพัฒนาจิตใจ แล้วก็พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัด เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วย แล้วก็ขอตำหนิในการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลในปีนี้ด้านการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอบคุณครับ