อิสสระ สมชัย เสนอแนะเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยเฉพาะด้านยุทธศาสตร์เร่งรัดการพัฒนาประเทศและเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน รวมถึงการดูแลผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังเสนอให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณและยกฐานะสำนักงานให้เป็นกรม และสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงและโครงการสวัสดิการชุมชน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้ขึ้นมาแสดงความคิดเห็น ต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งรัฐบาล ได้เสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาในวันนี้ ท่านประธานครับ กระผมสนใจ งบประมาณด้านยุทธศาสตร์เร่งรัดการพัฒนาประเทศและเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งทางรัฐบาลได้เขียนไว้ในหนังสืองบประมาณโดยสังเขปประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ในข้อที่ ๑.๕ แผนงานดูแลผู้สูงอายุ เด็ก สตรี คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ซึ่งได้อธิบาย ในการใช้งบประมาณไว้ว่าเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคและสนับสนุนการจัดกิจกรรมทางด้าน การพัฒนาบทบาทสตรีให้มีความเข้มแข็ง ตลอดจนเสริมสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย แก่ผู้ยากจนและผู้ด้อยโอกาสในชนบทและชุมชนแออัดในเมือง ท่านประธานครับ ถ้าอ่านเพียงแค่นี้ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่ารัฐบาลให้ความสนใจ แต่ถ้าเรามาดูรายละเอียด ในงบประมาณซึ่งรัฐบาลได้เขียนไว้ตั้งจ่าย งบประมาณเหล่านี้ส่วนใหญ่จะไปเกี่ยวข้องกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งอยู่ในเล่มขาวคาดแดง เล่มที่ ๒ ฉบับที่ ๓ ท่านประธานครับ มันไม่ได้เป็นไปตามที่รัฐบาลได้เขียนไว้แต่ประการใดเลย งบประมาณในหลายส่วนถูกตัดออกด้วยซ้ำไป ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ แม้กระทั่งกองทุนส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการปีที่แล้วได้รับงบประมาณ ๒๖ ล้านบาท ปีนี้ตัดเหลือ ๑๘ ล้านบาท ในขณะที่จำนวนตัวเลขคนพิการมีจำนวนมากขึ้น ผมไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด จึงไปตัดลงนะครับ ในขณะเดียวกันอีกอันหนึ่งกองทุนผู้สูงอายุก็ต้องขอบคุณรัฐบาลที่เพิ่มจาก ๑๗๔ ล้านบาทมาเป็น ๓๐๐ ล้านบาท ถามว่าเพียงพอไหม กราบเรียนว่ายังไม่พอครับ ท่านประธาน เดี๋ยวนี้คนสูงอายุทั่วประเทศมีทั้งหมด ๘.๔ ล้านคน เท่ากับ ๑๓ เปอร์เซ็นต์กว่า ซึ่งทางหลักสากล เขาบอกว่าประเทศใดที่มีผู้สูงอายุเกินกว่าร้อยละ ๑๐ ขึ้นไปจะต้องถือว่า ประเทศนั้นเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว การเตรียมความพร้อมดูแลผู้สูงอายุนอกจากงบประมาณ โดยปกติแล้วกองทุนผู้สูงอายุมีความจำเป็น ผมจึงถือว่าได้ตัดเงินงบประมาณนี้น้อยและตรงกันข้ามกับที่ท่านเขียนแถลงไว้ในนี้ ท่านประธานครับ ผู้สูงอายุนั้นครั้งหนึ่งซึ่งผมเคยไปเป็นผู้บริหารที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เคยมีความคิดว่าจะตั้งกรมกิจการผู้สูงอายุขึ้นมาเป็นกรมต่างหาก เพื่อจะดูแลผู้สูงอายุครับ แล้วจนกระทั่งถึงเดี๋ยวนี้ผมอยากให้รัฐบาลชุดนี้ได้ดำเนินไปต่อโดยยกฐานะจากสำนักงาน ให้เป็นกรมเพื่อจะได้ดูแลผู้สูงอายุอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นสถานสงเคราะห์เงินกองทุน ตลอดจนกระทั่งการบำบัดรักษาผู้สูงอายุที่ขาดไร้ผู้อุปการะ อันนั้นเรื่องที่ ๑ นะครับ
เรื่องที่ ๒ ที่ผมสงสัยในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คืองบประมาณสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งได้ตั้งงบประมาณไว้ตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี งบประมาณ ตั้งไว้ ๘๗๘ ล้านบาท และตั้งเป็นรายปีมาตลอด ปี ๒๕๕๔ ตั้งไว้ ๑๓๑ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ ตั้งไว้ ๑๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ตั้งไว้ ๑๓๑ ล้านบาท และปีนี้ตั้งไว้ ๑๕๕,๙๕๒,๐๐๐ บาท ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมได้สอบถามเจ้าหน้าที่กระทรวงแล้ว จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ยังหาสถานที่ก่อสร้างกระทรวงไม่ได้เลยครับ ย้ายไปย้ายมาประมูลเสร็จไปครั้งหนึ่งแล้ว ก็ไม่ตกลงไม่ยินยอมให้มีการเซ็นสัญญา ไม่ทราบว่ายกเลิกไปหรือเปล่า แต่เรียนให้ทราบว่า สัญญายังไม่เกิด สถานที่ก่อสร้างยังไม่มี ไม่ทราบว่าทำไมถึงตั้งงบประมาณติดต่อมาได้ถึง ๓-๔ ปี ตั้งไว้ทำไม เพราะฉะนั้นอยากให้ทางสำนักงบประมาณได้ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยว่า จะดำเนินการตั้งไปอย่างนี้จนถึงสิ้นสุดปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ หมดภาระพอดีแล้วจะสร้างหรือเปล่า ก็ยังไม่ทราบนะครับ อยากจะฝากไว้นะครับ ทีนี้ท่านประธานครับ หันมาดูแลเรื่องยุทธศาสตร์ ที่ผมได้กราบเรียน เรื่องการตั้งงบประมาณของรัฐบาลชุดนี้ในกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์นั้นมีหลายหน่วยงานที่มาดูแล แต่ผมสนใจที่จะดูแลงบประมาณของ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน พอช. นะครับ อยากจะกราบเรียนให้ทราบว่าเป็นหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องที่อยู่อาศัย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอกราบเรียนว่า สถาบันพัฒนาชุมชนนั้นโดยพันธกิจบอกว่าเป็นองค์กรของประชาชนที่มุ่งสร้างความเข้มแข็ง จากฐานรากด้วยพลังองค์กรชุมชนและประชาสังคม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้มาดู โครงการพัฒนาความมั่นคงที่อยู่อาศัยของคนจนในชุมชนแออัดโครงการบ้านมั่นคงนะครับ อยากจะกราบเรียนว่าโครงการบ้านมั่นคงนั้นเป็นการรวมกลุ่มของสมาชิกรวมกลุ่มกัน เพื่อออมทรัพย์ แล้วทีนี้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน พอช. ได้รับเงินงบประมาณจากรัฐบาล จัดสรรให้เป็นสินเชื่อ โดยให้สมาชิกกู้เงินได้ ๑๐ เท่าของเงินออม หลังจากนั้นแล้วก็ได้นำเงินเหล่านี้ ไปทำการก่อสร้างที่อยู่อาศัยบ้านพัก หรือไปพัฒนาชุมชนซึ่งตนเองอาศัยอยู่ ในการดำเนินการ ก่อสร้างบ้านมั่นคงนั้นเขาไม่ใช้ผู้รับเหมานะครับ เขาดำเนินการโดยสมาชิกชุมชนเอง ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งงบประมาณไว้ให้ ๖,๐๐๐ ล้านบาท โดยจ่ายในปี ๒๕๕๓ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ตั้งใจว่าจะจัดให้ปีละ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ได้รับเงินงวดแรกแล้ว ๓,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ เราไม่ได้เป็นรัฐบาลต่อเลยไม่สามารถดำเนินการได้ แต่จนกระทั่งถึงเดี๋ยวนี้ ปรากฏว่าโครงการบ้านมั่นคงไม่ได้รับเงินอีกเลย เงิน ๓,๐๐๐ ล้านบาท จนกระทั่งว่าไม่เพียงพอ ในการที่ไปจัดสวัสดิการที่อยู่อาศัยให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงเห็นว่ามันตรงกันข้ามกับที่รัฐบาลบอกว่าจะดูแลพี่น้องในชุมชนแออัด เงินที่เขาต้องการ อยากจะได้รับการสนับสนุนอย่างน้อย ๆ ปีละ ๒,๐๐๐ บาท จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๗ นี้ก็ไม่ได้จัดสรรให้แต่ประการใด ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการบ้านมั่นคงนั้น ผมอยากจะกราบเรียนว่าทาง พอช. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนนั้นได้ดำเนินการ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งจนกระทั่งเป็นต้นแบบ อยากจะกราบเรียนว่าบ้านมั่นคง ที่เป็นต้นแบบนั้นคือบ้านมั่นคงบางบัว ซึ่งดำเนินการโดยชุมชนที่นั่นนะครับ ตั้งอยู่ที่เขต กทม. โดยมี ร้อยตรี ประภาส แสงประดับ เป็นประธานบ้านมั่นคง ถึงขนาดที่รัฐมนตรีจากประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแอฟริกา ยุโรป หรือเอเชีย ได้มาดูกิจการ บ้านมั่นคงเพื่อไปเป็นต้นแบบหรือเป็นแบบอย่างในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของเขา เร็ว ๆ นี้นะครับ รองเลขาธิการองค์การสหประชาชาติก็ได้มาดูกิจกรรมของบ้านมั่นคงที่บางบัวแห่งนี้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้รัฐบาลได้พิจารณาเห็นความสำคัญตัวนี้โดยจัดสรรเงินงบประมาณ ลงไปเพิ่ม ไม่ควรจะไปตัดเลยในปีนี้นะครับ
อีกส่วนหนึ่งนะครับท่านประธานที่เคารพ อยากจะกราบเรียนถึงงบประมาณ โครงการอีกอันหนึ่งคือโครงการสวัสดิการชุมชนหรือที่เรียกว่า สัจจะออมทรัพย์ออมวันละบาท ที่มีการพูดนั่นละครับ รัฐบาลอยากจะเรียนให้ทราบว่าโครงการนี้เริ่มดำเนินงานโดยครูชบ ยอดแก้ว ราษฎรอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นผู้ต้นคิดในการรวบรวมชาวบ้านในชุมชน ช่วยกันออม ออมเพียงวันละบาทแค่นั้นเอง เริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๘ จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ กิจกรรมออมทรัพย์หรือว่าสัจจะเงินออมของครูชบมีเงินหมุนเวียนถึงเป็น ๑๐๐ ล้านบาท และสามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในชุมชนนั้น เป็นการช่วยเหลือตนเองไม่ว่าเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย ลูกไปโรงเรียน ภรรยาไปคลอดที่โรงพยาบาล ก็ใช้เงินนี้เป็นสวัสดิการในชุมชน จนกระทั่ง รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เห็นความสำคัญส่วนนี้ ท่านประธานครับ จึงได้ตั้งงบประมาณ ไปให้เพื่อส่งเสริมการออมวันละบาทนี้เป็นการออม ๓ ขา คือ ขาหนึ่งจากรัฐบาล อีกขาหนึ่ง ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยออก อีกขาหนึ่งนั้นก็คือสมาชิกเงินออม เรียกว่าเป็นการออม ๓ ขา ท่านประธานครับ รัฐบาลอภิสิทธิ์อนุมัติงบประมาณเงินงวดแรกให้ในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ จำนวน ๗๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ อนุมัติให้ ๘๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ และปี ๒๕๕๖ รัฐบาลชุดนี้ ก็มีส่วนในการอนุมัติงบประมาณไปให้ปีละ ๘๐๐ ล้านบาท เป็นที่น่าแปลกใจในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ตั้งเงินงบประมาณสนับสนุนโครงการสวัสดิการชุมชนแห่งนี้เลย อยากจะกราบเรียน ท่านประธานให้ทราบว่าขณะนี้มีกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศทั้งหมดถึง ๕,๕๗๗ กองทุน มีสมาชิกกองทุน ๓.๔ ล้านคน มีเงินกองทุนรวมทั้งหมด ๔,๑๐๐ ล้านบาท ในจำนวนนี้ เป็นเงินที่มาจากสมาชิกสมทบถึง ๒,๗๐๐ ล้านบาท ที่สำนักงบประมาณชี้แจงว่าเหตุที่ไม่ให้นั้น เนื่องจากว่ามีเงินเหลือฝากในนาม พอช. อยู่ถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านอย่าไปดูแค่ตัวนั้น ต้องถามรายละเอียดว่าเงินจำนวน ๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้มันเป็นเงินที่มาจากอะไร ส่วนหนึ่ง เป็นเงินสวัสดิการชุมชนครับ แต่ว่าเขามีเป้าหมายที่จะจ่ายเรียบร้อยแล้ว มีที่หมายมีเงินกองทุน ที่จะดำเนินการจ่ายอยู่แล้วนะครับ และรับรองว่าเขาบอกว่าเงินส่วนนี้จะหมดสิ้น ภายในสิ้นปี ๒๕๕๖ นี้ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ถ้าท่านประธานได้เห็นมีประชาชน จากทั่วประเทศเดินทางมาเรียกร้องรัฐบาล มาสอบถามรัฐบาลว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงตัดเงิน ซึ่งดูแลประชาชนส่วนนี้ไปได้มายื่นข้อเรียกร้องให้แก่รัฐบาล สมาชิกเหล่านี้เป็นสมาชิกคนจน จากชุมชนแออัดทั่วประเทศจำนวน ๒,๐๐๐ คน ได้ยื่นหนังสือต่อผมก็ได้รับในฐานะเป็น อดีตรัฐมนตรี ถึงท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยากจะเรียกร้องรัฐบาลว่าแม้ท่านจะตัดไป ไม่เป็นไรครับ ในชั้นแปรญัตติงบประมาณขอเรียกร้องให้รัฐบาลได้โปรดจัดสรรงบประมาณ เพื่อไปสนับสนุนโครงการสวัสดิการชุมชนตามที่เคยปฏิบัติเถอะครับเพื่อเป็นการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนเหล่านี้จำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน กำลังรอรับการสนับสนุน จากรัฐบาลอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมยังมีประเด็นอีกมากมายเกรงว่า จะเป็นการรบกวนเวลาเพื่อน ๆ ครับ ขอกราบขอบพระคุณที่ได้ให้โอกาสผมได้แสดงความคิดเห็น และในที่สุดก็อยากจะกราบเรียนว่าผมไม่สามารถจะให้การรับรองร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ได้ ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน