สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

ปลอดประสพ สุรัสวดี แถลงว่าอรรถวิชช์ พูดเรื่อง 7 ข้อที่ไม่เป็นความจริง และจะอธิบายทีละข้อ และเรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมโดยการสร้างระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องงบประมาณการบำรุงรักษาและพัฒนาโครงการน้ำ และเรียกร้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณน้ำที่กรมชลประทานจัดสรร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องร้องขอคำแนะนำจากผู้ตรวจการแผ่นดิน (ป.ป.ช.) และการเดินทางของนายกรัฐมนตรีไปประเทศเกาหลี

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานครับ ผมไม่ได้อยู่ในห้อง อยู่ในรถ ดีใจที่ไม่ได้ปิดวิทยุ ก็ได้ฟังท่านสมาชิก ท่านอรรถวิชช์ ซึ่งความจริง ก็รู้จักนะครับ ได้พูดมีอยู่ ๗ ข้อ ที่ท่านพูดไม่เป็นความจริงนะครับ เดี๋ยวผมจะไปฟ้องลูกผม ที่เป็นเพื่อนกับท่านว่าท่านพูดไม่เป็นความจริง มี ๗ ข้อ

ข้อ ๑ ท่านบอกฮั้วประมูล ไม่เป็นความจริงเดี๋ยวจะอธิบาย ตอนนี้ยังไม่อธิบาย ตั้งใจจะพูดให้ถึง ๒ ยามเลย

ข้อ ๒ ท่านบอกเหมาเข่ง แล้วตอนหลังท่านก็บอกว่ารวมเข่ง ก็ไม่เป็นความจริง นี่ศัพท์ของท่าน ตอนประมูลไม่มีใครเขาใช้ศัพท์คำนี้ผมดูในหนังสือฉบับไหนก็ไม่มีศัพท์คำนี้ ท่านไปติดศัพท์ภาษานี้มาจากที่ไหน

ข้อ ๓ ท่านบอกว่าเบิ้ลงบประมาณภาษาอังกฤษแล้วนะครับ เมื่อสักครู่ ภาษาจีนก็ไม่เป็นความจริง

ข้อ ๔ ท่านบอกเค-วอเตอร์ได้งานแน่นอน นี่ท่านไปหัดเป็นหมอดูจากที่ไหน มาครับ หรือท่านจะข่มขู่ผมให้เค-วอเตอร์ได้ตอบผมมาสิ ผมยังไม่รู้เลย

ต่อไปนะครับ เดี๋ยวจะอธิบายนะครับ ท่านบอกมีการถอนตัวแล้วท่านก็ อธิบายการถอนตัวของประเทศญี่ปุ่นกับบริษัทจีน ที่มันพูด ที่ท่านพูด ไม่ใช่มันพูดที่ท่านพูดนะครับ จดหมายที่เขาเขียนมามันไม่ได้บอกว่าไม่ใช่มันอีก ที่ ๒ บริษัทบอกมาก็ไม่ใช่แบบที่ท่านพูด ท่านไปเห็นจดหมายเขามาหรืออย่างไร

ข้อต่อไปท่านพูดเรื่อง ป.ป.ช. ป.ป.ช. นี้เป็นความลับหรือ ผมยังเพิ่งได้อ่านเลย ท่านก็มั่ว เขาไม่ได้พูดอย่างนั้นสักหน่อย ถ้าไม่เป็นความลับนักเดี๋ยวผมจะซีรอกซ์ให้ท่าน

ข้อสุดท้าย ท่านพูดเรื่องการเดินทางของนายกรัฐมนตรีไปประเทศเกาหลี นายกรัฐมนตรีไปประเทศเกาหลีจริงครับ แต่ไม่ได้ไปแบบที่ท่านพูด

ทีนี้ผมจะไล่ทีละเรื่อง ขออนุญาตเพื่อน ๆ ด้วยนะครับขอพูดยาวหน่อย โทษฐานไปแล้วดันเรียกกลับมา เมื่อเราตัดสินใจทำเรื่องนี้ซึ่งมันเป็นเรื่องน้ำท่วม ทุกคน ท่วมหมด ทุกคนเดือดร้อนหมด ประเทศเสียหาย ๑.๔ ล้านล้านบาท คนตายไป ๖๐๐-๗๐๐ คน คนจมน้ำไป เกือบจมน้ำไป ๑๐ กว่าล้านคน เศรษฐกิจดิ่งเหว ส่งออกไม่ได้ เดือดร้อนไปทั้งโลก ไม่มีทางเลือกครับ เพื่อคนไทยก็ต้องทำ เพื่ออนาคตประเทศไทยก็ต้องทำ ไม่ว่าคิดอย่างไร มันก็ต้องทำอยู่วันยังค่ำ ไม่ทำวันนี้ก็ต้องทำวันหน้า ทำวันนี้เสียดีกว่าเพราะไม่รู้ว่าวันหน้า มันจะเป็นอย่างไร นั่นคือเหตุผลที่ต้องบากหน้าไปกู้เงินมา ท่านคิดว่าใครเขาอยากกู้เงินหรือ ไม่มีหรอกครับ รัฐบาลไหนก็ไม่อยากกู้เงิน แต่เมื่อมันยังไม่มีหรือมีไม่พอต้องการก้อนเดียว ให้เบ็ดเสร็จก็ต้องกู้เงิน เราก็ต้องคิดว่าเรารู้อะไร ตัวเรานี่รู้อะไร ที่รู้ก็คือว่าน้ำท่วม เพราะประเทศไทยไม่มีระบบระบายน้ำ ประเทศไทยมีแต่ระบบส่งน้ำ ก็คือชลประทาน ชลประทาน ภาษาไทยก็คือประทานชล ประทานชลก็คือส่งน้ำ ก็คือดิสทริบิวชัน (Distribution) เราเอา ระบบส่งน้ำมาระบายน้ำน้ำมันถึงได้ท่วมครับท่าน เราก็บอกถ้าอย่างนั้นประเทศไทยต้องมี ระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพที่สุด น้ำท่วมอย่างไร ๆ ก็ต้องไม่รุนแรงเหมือนปี ๒๕๕๔ เอาปี ๒๕๕๔ เป็นสถิติใช้ภาษาว่า วัน ฮันเดรด เยียร์ รีเทิร์น พีเรียด (One Hundred Year Return Period) คือสูงสุด ไม่ว่าเขื่อน ไม่ว่าคลอง ไม่ว่าอะไรทำไว้เพื่อป้องกันสิ่งเหล่านั้น ซึ่งไม่รู้ว่าจะเกิดวันไหน ทีนี้แล้วอย่างไรเราก็คิดกันว่าสิ่งที่เรารู้นี่มีอะไรบ้าง ที่เรารู้ทุกวันนี้ ที่เรารู้ก็คือว่าบรรดากรม กองทั้งหลายที่มีอยู่และทำมา เราก็ไปเอาโครงการเขามา เอาความคิดเขามากองปึกเอาไว้ คณะกรรมการก่อนผมก็คือ กยอ. เอาเรื่องเข้าสภาแห่งนี้ จนเกิดเป็น พ.ร.ฎ. ขึ้นมา ก็เอาข้อมูลนั้นมาวางเอาไว้ เทิดทูนสติปัญญาของพระมหากษัตริย์ ของเราซึ่งทำงานมานานนมเนก็ไปค้นมาวางเอาไว้ จากนั้นก็คิดกันเองอีกเท่าที่มีก็ยังคิดว่ามันยัง ไม่เพียงพอ เราก็ประกาศไปทั่วโลกบอกถ้าเอาอย่างนั้น ทั้งโลกนี้ช่วยมาบอกเราทีสิถ้าเรามี โจทย์แบบนี้ น้ำท่วมแบบนี้ ฝนตกแบบนี้ น้ำไหลแบบนี้ เสียหายแบบนี้ และไม่ต้องการ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เอ้าว่ามามี ๓๔๐ บริษัทท่านที่เข้ามา ท่านว่ามันน้อยไหม ๓๔๐ บริษัททั่วโลก เมื่อเขาเห็นโจทย์ของเราเขารู้ว่ามันทำคนเดียวไม่ได้เขาก็รวมตัวกันเป็น ๑๐ กลุ่ม ซึ่งเรา อนุญาตให้เป็นจอยท์ เวนเจอร์ (Joint venture) ให้เป็นคอนซอร์เทียม (Consortium) ใน ๑๐ กลุ่ม มีอยู่ ๒ กลุ่ม ซึ่งไม่ค่อยชัดเจนเราก็บอกถ้าอย่างนั้นยู (You) มันน่าจะ ไม่ควอลิฟาย (Qualify) ก็เหลือ ๘ กลุ่ม ใน ๘ กลุ่มนี้มีทั้งไทย ทั้งต่างประเทศ มีทุกชาติ ภาษา แต่ละกลุ่มไม่ต่ำกว่า ๑๕-๒๐ บริษัท ก็เอาโจทย์ที่ผมบอกเมื่อสักครู่นี้ ๕-๖ หมวด จากสภา โครงการพระราชดำริ จากที่หน่วยราชการ ทำกันมาเป็นสิบเป็นร้อยปี จากที่เราคิดเท่าที่เราจะรู้ให้เขาไปเป็นเอกสาร ๒ เล่ม ให้เขาไปคิด ๓ เดือน เขาก็ส่งเอกสารกลับคืนมาให้เรา ๓๐,๐๐๐ กว่าหน้า หนัก ๑๕ ตัน คนที่บอกว่า เขาอ่านไม่รู้เรื่อง อ่านไม่รู้เรื่องแล้วมันจะเขียนตอบมาได้อย่างไรตั้ง ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ หน้า เราใช้คน ๔๐ คนที่เก่งที่สุดในประเทศไทยมานั่งอ่านอยู่เป็นเดือน อ่านเสร็จเราก็บอกว่า ที่เก่งจริง ๆ แน่นอนจริง ๆ มีแค่ ๖ บริษัทเท่านั้น ก่อนที่จะอ่านเราก็บอกกติกาแล้วว่า ใน ๑๐ โมดูล ๑๐ โมดูลก็คือ ๑๐ หมวด ถ้าไม่คิดอะไรมาก นี่ก็เรียกว่าหัว นี่ก็เรียกว่ามือ นี่ก็เรียกว่าแขน นี่ก็เรียกว่าขา น้ำมันก็มีต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มีเขื่อน มีการระบายน้ำ เขื่อนเก็บน้ำ เขื่อนป้องกันน้ำ อะไรก็สุดแล้วแต่ เราบอกว่า ๑๐ หมวด ทุกหมวดเราจะเอาไว้ ๓ หมวด เราบอกมาแต่ต้นว่าจะเอาไว้ ๓ หมวด ไว้แข่งกันอีกรอบหนึ่ง ไม่มีใครประท้วง ทุกคน เขาก็เข้าใจว่าที่เขาแข่งกัน ๘ หมวด ๘ กลุ่มนี่จะเหลือ ๓ หมวด เพราะฉะนั้นที่เป็น ๑๐ หมวด แต่เดิมก็ไม่ได้ฮั้ว อ้ายที่เหลือ ๘ หมวด ออกไป ๒ หมวดเขาก็ไม่ได้ฮั้ว อ้ายเหลือ ๓ หมวด ก็ไม่ได้ฮั้ว เพราะเป็นกติกาที่เราประกาศว่าจะให้เหลือ ๓ หมวดในที่สุดก็เหลือ ๓ หมวด ในแต่ละหมวด ๆ นะครับ เราก็บอกโอเคถ้าอย่างนั้นที่พวกคุณเขียนมาทั้งหมดผมขอรวบมา เป็นของผม เพราะในระเบียบเขียนว่าอย่างนั้น แล้วก็ไปคั้นกะทิเอาครีมมาเขียนใหม่ คราวนี้เมื่อสักครู่ผมบอกว่าเราเอาข้อมูลจาก ๕ หมวด คราวนี้เอาข้อมูล ขโมยข้อมูลเขาด้วย ไม่ให้สตางค์เขาด้วย ไม่ได้จ่ายสักบาทเอามาเขียนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นความคิดของญี่ปุ่น ของแขก ของจีนของอะไรไม่รู้ เอามารวมใหม่ให้เป็นของไทย ฉันเอาของเธอมาแล้ว เอามาเขียนใหม่ แล้วก็บอกเขาว่าโอเคคุณมีเวลาประมาณ ๒ เดือน คราวนี้ไม่ใช่คอนเซพชวล แพลน (Conceptual plan) แล้ว ต้องเป็นเดฟฟินิทีฟ ดีไซน์ (Definitive design) เดฟฟินิทีฟ ดีไซน์คือ การออกแบบ ถึงขั้นที่สามารถระบุพื้นที่ได้ เป้าหมายได้ ราคาได้ แต่ไม่ใช่ดีเทล ดีไซน์ (Detail design) ที่บอกว่าเหล็ก หิน ดิน ทราย ยังไม่ถึงขนาดนั้น ทุกคนรู้ ไม่มีใครเขาประท้วง ก็กลายเป็น หมวดละ ๓ ก็จบ นี่ ๒ บริษัท เริ่มด้วยประเทศญี่ปุ่นก่อน ผมไปประเทศญี่ปุ่นเขาก็บอกเลยว่า เขาสู้ราคาไม่ได้ แล้วเขากังวลการประท้วง ถามว่าเขาสู้ราคาไม่ได้เพราะอะไร เพราะในการแข่งขั้น ตั้งแต่ รอบแรกเฉพาะหมวดเดียวหรือโมดูลเดียวว่าด้วยเรื่องของฟลัดเวย์ (Floodway) เรามีสตางค์ ๑๒๐,๐๐๐ เขาเสนอ ๓๕๐,๐๐๐ เรามี ๑๒๐,๐๐๐ นะครับ เขาเสนอ ๓๕๐,๐๐๐ เราบอก ๕ ปีเสร็จ เขาบอกว่าขอ ๒๐ ปีเสร็จ เพราะฉะนั้นเขาก็บอกมาว่าเขาสู้ราคาไม่ได้ กับเวลา ที่เราให้มันไม่เพียงพอ เพราฉะนั้นเขาก็ถอนตัว ในขณะที่อีกสักไม่กี่สัปดาห์บริษัทอีกบริษัทหนึ่ง ชื่อทีมไทยแลนด์ ทีมนี่ไม่ใช่ทีมที่แปลว่าทีมฟุตบอล มันเป็นชื่อบริษัทที่ปรึกษา ชื่อบริษัททีม เขาก็เลยเอามาพ้องกัน ก็บอกว่าสู้ราคาไม่ได้ ในจดหมายเขียนว่าสู้ราคาไม่ได้ ทั้งบริษัท ทีมไทยแลนด์ซึ่งนำโดยบริษัท ทีมกรุ๊ป (Group) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษา ทั้งบริษัทญี่ปุ่น ซึ่งมีบริษัทที่ปรึกษาหลายบริษัท ผมขออนุญาตเอ่ยชื่อเพราะไม่ทำให้เกิดเสียหายอะไรเช่น บริษัท ซันยูซึ่งทำงานกับกรมชลประทานมานานก็บอกว่าออกไปแล้วนี่ไม่ใช่ไปลับ แต่จะ กลับมาหวังว่าเมื่อเขากลับมาแข่งขังอีกทีในฐานะบริษัทที่ปรึกษาเราจะไม่รังเกียจ ผมก็บอกว่า ถ้ามันหมดเรื่องนี้ไปแล้วโดยสิ้นเชิงเป็นการประมูลใหม่ ไม่มีความเกี่ยวข้อง ไม่มีการผูกพัน ไม่มีผลประโยชน์ คุณก็เข้ามาได้ เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่าเขาออกไปเขาสู้ราคาไม่ได้ เขาออกไปก็มีเป้าหมายคือถอนบริษัทก่อสร้างเช่นในกลุ่มญี่ปุ่นมันมีโอบายาชิ บริษัทก่อสร้าง สู้ราคาไม่ได้ แต่บริษัทที่ปรึกษาสู้ราคาได้ เช่นเดียวกับบริษัททีมไทยแลนด์ บริษัทก่อสร้าง ผมจะไม่เอ่ยชื่อ เอ่ยชื่อก็รู้จักกัน เขาสู้ไม่ได้เขาก็ไป คงเหลือไว้บริษัทที่ปรึกษา มาวันนี้บางโมดูลก็ยังมี ๓ บริษัท บางโมดูลก็เหลือ ๒ บริษัทเพราะออกไปแล้ว แต่ไม่มี โมดูลไหนเหลือ ๑ บริษัทเลยแม้แต่สักนิดเดียว บัดนี้ได้เวลาจบแล้วคณะกรรมการวิชาการ วิเคราะห์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมรู้ใครได้คะแนนมากสุด แต่ผมไม่บอก แต่คุณอรรถวิชช์ แน่กว่าผม ไม่รู้แต่บอก เพราะท่านจะเป็นโหร อย่าเป็นเลยท่าน เป็นผู้แทนราษฎรดีกว่า อย่าไปเป็นโหรเลยท่าน เอาใหม่นะครับ เพราะฉะนั้นผมถึงได้บอกว่าฮั้วประมูลไม่ได้ฮั้ว มันเป็นระบบ ซึ่งประกาศมาสู้กันตั้งแต่ ๓๔๑ บริษัท ตั้งแต่ ๑๐ กลุ่ม เหลือ ๘ กลุ่ม เหลือ ๖ กลุ่ม แล้วก็จนมาทุกวันนี้แล้วมันจะฮั้วตรงไหน เหมาเข่ง ใครเหมาครับ ถ้าเหมาพวกนี้คือคนซื้อเหมานะ ผมก็ไม่เหมาหรอกครับ ผมเอาเข่งเดียว เอาคนที่มันเก่งที่สุดมา รวมเข่ง ก็หมายถึงคนขายรวม ก็ไม่ให้รวมเอาบริษัทเดียวอีก เพราะฉะนั้นฮั้วก็ดี เหมาเข่งก็ดี รวมเข่งก็ดี ภาษาท่านทั้งนั้น ท่านก็พูดไปเรื่อยผมอยู่กับบ้านดี ๆ อยู่แล้วนะครับ

ไปอีกเบิ้ลงบประมาณ อันนี้ขอประทานโทษจริง ๆ ไม่รู้จริง ๆ ช่วยกรุณาบอก ด้วยนะครับ ผมอาจจะมีสิทธิผิดได้ แต่โดยปกติแล้วงบเรื่องน้ำทั้งหมดกติกาใหม่ปีกว่า ๆ นี่ต้อง ผ่าน กบอ. หมดเพื่อป้องกันไม่ให้ซ้ำซ้อนก็ผ่านหมดถ้าเป็นงบดีเวลอปเมนท์ (Development) แต่ถ้าเป็นงบเมนเทแนนซ์ (Maintenance) บำรุงรักษาไม่มา แต่ถ้าเป็นงบดีเวลอปเมนท์ จะขุด จะลอก จะก่อ จะสร้าง ก็มาหมดเรียบร้อยครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านบังเอิญค้นพบ กรุณาบอก ถ้าผมไม่ตัดไม่ใช่ลูกคนนะท่าน เดี๋ยวลงไปเอามาเลย แล้วผมจะเดินไปบอกตัดนะครับ เพราะโทษฐานหลอก ผมให้สัญญากับท่านได้

ทีนี้เค-วอเตอร์ อันนี้ผมก็พูดกลับไปกลับมานะ ท่านก็บอกว่าดูไปเค-วอเตอร์ จะได้ เอาอย่างนี้ไหมท่าน ที่ท่านพูดอย่างนั้นผมแปลว่าเค-วอเตอร์ได้หลายโมเดลใช่ไหม ไม่รู้ ท่านอยู่ไหนหาตัวไม่เจอ อยู่นั่นเห็นแล้วรูปหล่อ ที่ท่านพูดท่านกำลังหมายความว่าเค-วอเตอร์ จะได้โมเดลเยอะมากกว่าคนอื่นใช่ไหม ท่านประธานครับ การพนันในที่นี้ผิดหรือเปล่า พนัน กับผมไหมว่าไม่ใช่ เอาไหม เอาข้าวมื้อเดียวก็ได้เอามา ท่านอย่ามั่วสิ ไม่อยากพูดหยาบ นี่อาศัยคนรู้จักกัน อย่าไปเดา ยิ่งเดาเวลานี้ท่านเดาไม่ได้นะ เขากำลังต่อสู้กันอย่างขึงขัง เดี๋ยวฝ่ายตรงข้ามกับเค-วอเตอร์เขาจะหาว่าท่านมาข่มขู่ผมนะ

ต่อไป ป.ป.ช. นะครับ ป.ป.ช. ๑๔ หน้า แบ่งเป็น ๓ พาร์ท (Part) พาร์ทแรก ป.ป.ช. พูดถึงเอกสารที่ ป.ป.ช. มีก็ไม่มีอะไรผมก็อ่าน ๆ ผมก็มีเหมือน ป.ป.ช. มี ผมมีมาก่อน ว่าอย่างนั้นเถอะ อันที่ ๒ ป.ป.ช. ก็วิเคราะห์ว่าวิตกอะไรบ้าง วิตกโน่น วิตกนี่ วิตกนั่น ก็ไม่เป็นอะไร ของ ป.ป.ช. พวกผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ ป.ป.ช. ให้คำแนะนำ เมื่อแนะนำแล้ว ผมทำวันหน้าจะได้ไม่มีปัญหา เพราะถ้าไม่แนะนำแล้วไม่รู้อะไรสักอย่างผมทำแล้วมันอาจจะ มีปัญหาเพราะฉะนั้นก็ขอบพระคุณที่แนะนำ และที่แนะนำมานี้เนื่องจากไม่เคยคุยกันเพราะไม่จำเป็น ต้องคุยกันครับ ผมก็ไม่ชอบคุยกับ ป.ป.ช. นะไม่สนุก ก็ต่างคนต่างอยู่ ที่ท่านแนะนำมา ๘ ข้อ ทำอยู่แล้ว ๔-๕ ข้อ ก็กำลังจะไปบอก ป.ป.ช. ว่าที่ท่านแนะนำมาคิดเหมือนกันเปี๊ยบ ทำอยู่ เรียบร้อยแล้วท่านจะได้สบายใจ ท่านก็พูดให้คนเข้าใจว่า ป.ป.ช. ตำหนิโน่น ตำหนินี่ ท่านไม่ได้ตำหนิ ท่านวิเคราะห์ แล้วก็แสดงความกังวล แล้วก็ให้คำแนะนำ

ทีนี้การเดินทางของนายกรัฐมนตรีไปประเทศเกาหลี ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ไปครั้งที่ ๑ ไปกับทีมน้ำทั้งหมดเลยบังเอิญผมไม่ได้ไปครั้งนั้นผมติด ผมไปกับท่าน ครั้งที่ ๒ ตอนที่ประธานาธิบดีเกาหลีซึ่งบังเอิญเป็นผู้หญิงเป็นประธานาธิบดีเขาก็เชิญ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไปผมก็ไปแล้วก็ดูงานต่อ แต่การดูงานของผมเป็นการดูงานที่เขียน และทำความเข้าใจไว้ในทีโออาร์ว่าบรรดาต่างชาติที่พูดถึงชาติตัวว่าทำโน่น ทำนี่ ทำนั่น มันดีต้องให้ดู เพราะฉะนั้นผมและคณะจึงไปดูที่ประเทศจีน จึงไปดูที่ประเทศเกาหลี จึงไปดู ที่ประเทศญี่ปุ่น จึงไปดูที่ยุโรปว่าที่เขียนไว้โม้หรือเปล่าหรือทำจริง ที่ไปดูเรื่องน้ำเกี่ยวกับ การประมูลมีผมคนเดียวและคณะของผม ไม่เกี่ยวกับท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ท่านนายกรัฐมนตรีไปผมไปด้วยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไม่อยู่ ไม่ได้ไปไหนเลย อยู่ในรถกับอยู่ในโรงแรม กับอยู่ที่พิธีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ไปดูอะไร ท่านไม่ไปดูหรอกครับ ผมละครับไปดูคนเดียว เพราะฉะนั้นท่านไม่เกี่ยวเค-วอเตอร์อะไรนะครับ ส่วนท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านไปก่อนหน้านั้น ไปเมื่อไรผมก็ไม่รู้ ท่านเป็นประชาชน คนธรรมดา ท่านจะไปประเทศเกาหลีท่านก็ไปของท่าน ท่านจะไปดูงาน ไปพบเพื่อนไปอะไร มันเรื่องอะไรของท่านไปเดือดร้อนนักหนา ไปพูดถึงท่านทำไม เดี๋ยวผมก็สืบเสาะท่านไปเที่ยวไหนบ้าง ผมเอามาพูดในสภานะ ยุ่งอะไรกับท่านทักษิณท่านล่ะ เพราะฉะนั้นท่านทักษิณไปผมก็ไม่เชื่อว่า จะนัดกับท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไปเกี่ยวกับผมเพราะผมไปด้วย เพราะฉะนั้นโดยสรุปนะครับ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ข้อที่ท่านอรรถวิชช์พูด ก็ขอบคุณ ที่อุตส่าห์พูด มันไม่จริงนะท่าน แต่ก็มีสาระ ฟังได้ ผมจะจดจำในสิ่งที่เป็นประโยชน์เอาไว้ แต่ผมไม่อยากให้ประชาชนไปเชื่อท่านเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ มันยุ่งนะท่าน มันไม่จริง เพราะฉะนั้น ขอยืนยันอีกครั้งครับ ไม่มีฮั้ว ไม่มีเข่ง ไม่มีเบิ้ลแน่นอน ก็ขอบคุณครับ