สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย อภิปรายเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๗ และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดงบประมาณที่มีโอกาสจัดงบประมาณประจำปีในภาวะสมดุลได้ภายในอีก ๔ ปีข้างหน้า พร้อมหารือเรื่องการพัฒนาระบบประกันสุขภาพ ระบบสาธารณสุข และโรงพยาบาลชัยภูมิที่จะกลายเป็นโรงเรียนแพทย์ในปี 2560 และเรียกร้องให้รัฐบาลมอบงบประมาณพัฒนาโรงเรียนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้กระผมได้มีโอกาสอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ จากกรอบวงเงิน งบประมาณปี ๒๕๕๗ ที่ทางรัฐบาลจัดทำขึ้นในปีนี้ ๒.๕๒๕ ล้านล้านบาท ถ้าเทียบกับ เมื่อปี ๒๕๕๖ จะพบว่ากรอบวงเงินงบประมาณในการจัดทำในปีนี้มีมูลค่าที่มันเพิ่มขึ้น ๕.๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ในภาพรวมยังคงเป็นงบประมาณที่เป็นงบประมาณเชิงขาดดุล โดยมี การขาดดุล ๒.๕ แสนล้านล้านบาท แล้วก็ขาดดุลติดกันมา ๙ ปีแล้ว ตามที่ทางรัฐบาล และท่านรองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้ว่าอยากจะทำให้งบประมาณรายจ่ายประจำปี ของประเทศไทยมีโอกาสได้สู่ภาวะสมดุลในอีก ๔ ปีข้างหน้า ผมในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทย อยู่ภายใต้การบริหารงานของประเทศจากฝั่งทางรัฐบาลก็อยากจะมองเห็นว่าภายในอีก ๔ ปี ข้างหน้าเราจะได้มีโอกาสจัดงบประมาณประจำปีในภาวะสมดุลได้ มองในภาพรวมของงบประมาณ ปี ๒๕๕๗ ครับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณที่จัดทำขึ้น ๘๘ เปอร์เซ็นต์เป็นรายจ่ายประจำ อีก ๑๒ เปอร์เซ็นต์เป็นงบลงทุน ซึ่งงบประมาณที่จัดทำขึ้นในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาในอนาคตอันใกล้ของเราอาจจะต้องสะดุดลงหรือไม่ ถ้าทางรัฐบาลได้มีโอกาส จัดทำงบประมาณในปีถัด ๆ ไปให้เห็นว่างบประมาณในการลงทุนควรจะมีเพิ่มขึ้น รายจ่ายประจำ ถ้าไม่จำเป็นขอให้ได้ลดลง กระผมในฐานะที่เป็นแพทย์วันนี้ก็ขออภิปรายในส่วนของงบประมาณ ที่เกี่ยวกับทางด้านสาธารณสุข โดยในวันนี้จะขออภิปรายในส่วนของยุทธศาสตร์ที่ ๔ การศึกษา คุณธรรมจริยธรรม คุณภาพชีวิต และความเท่าเทียมกันในสังคม ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ ที่มีงบประมาณที่ทางรัฐบาลจัดทำขึ้นมากที่สุดประมาณ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ โดยในส่วน ของรายละเอียดปลีกย่อยในยุทธศาสตร์ที่ ๔ ประกอบไปด้วย ส่วนที่ผมจะอภิปรายในวันนี้ คือแผนงานพัฒนาด้านสาธารณสุขได้จัดไว้ประมาณ ๔๔,๘๓๒ ล้านบาท ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวไว้ว่าแผนงานพัฒนาด้านสาธารณสุข ทางรัฐบาลอยากจะส่งเสริมแล้วก็ป้องกัน ฟื้นฟู ให้ระบบสุขภาพของประเทศไทยเป็นระบบที่มีการพัฒนาแบบปฐมภูมิ และมีการส่งเสริม ให้สุขภาพประชาชนเกิดขึ้นที่บ้าน โดยที่ให้บุคลากรสาธารณสุขเข้าไปดูแลแบบใกล้บ้านใกล้ใจ แต่วันนี้ที่ผ่านมาตลอดระยะเวลาที่ผมได้มีโอกาสเป็นแพทย์ ๑๐ ปี เพราะเนื่องจาก ประชาชนมีมากกว่าผู้ที่จะให้บริการ ก็คือบุคลากรทางการแพทย์

อีกส่วนหนึ่งครับ แผนงานทางด้านพัฒนาระบบประกันสุขภาพ รัฐบาลจัดไว้ ปีนี้ ๒๗๐,๙๑๖ ล้านบาท ซึ่งแผนงานพัฒนาระบบประกันสุขภาพตามที่นโยบายรัฐบาลจัดไว้ ก็คืออยากจะให้มีการบูรณาการระบบประกันสุขภาพ คือ ๓๐ บาท เข้าร่วมกับระบบ ประกันสังคมและระบบสิทธิสวัสดิการของข้าราชการ ทั้งข้าราชการภาครัฐและข้าราชการ ที่เกี่ยวกับข้าราชการเทศบาล วันนี้ก็ต้องบอกว่าการบูรณาการนี้เกิดขึ้นแล้ว และผมก็ คาดหวังว่าอยากจะให้รัฐบาลนำโดยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีโอกาส บูรณาการให้สมบูรณ์แบบ เพื่อให้ประชาชนที่ใช้ทุกสิทธิตั้งแต่สิทธิ ๓๐ บาท สิทธิประกันสังคม และสิทธิข้าราชการเข้าถึงการเข้ารับบริการทางด้านสาธารณสุขได้ดีที่สุด โดยเฉพาะ การเข้าถึงการบริการด้านยา วันนี้ก็ต้องบอกว่าทางรัฐบาลก็พยายามจะสนับสนุน ให้ประชาชนได้เข้าถึงการบริการด้านยา ได้ยาที่มีคุณภาพ โดยที่ไม่ต้องจ่ายค่าบริการ คือจ่ายเพียงแค่ ๓๐ บาท ผมในฐานะที่เป็นแพทย์เราจะคอยดูการพัฒนาระบบประกันสุขภาพ ของทางรัฐบาล และจะคอยตรวจสอบว่าทางรัฐบาลจะสามารถทำระบบแบบองค์รวม ๓ องค์รวมนี้ได้จริงหรือเปล่านะครับ

ในส่วนของการพัฒนาระบบประกันสุขภาพอีกอย่างหนึ่งที่รัฐบาลพยายาม บอกไว้ก็คือพยายามจะลดความแออัดในโรงพยาบาล วันนี้ก็ต้องบอกว่าความเป็นจริง ที่เกิดขึ้นในถิ่นทุรกันดาร ความแออัดในการที่ประชาชนจะเข้ามารับบริการในโรงพยาบาล ยังมีมาก โดยเฉพาะโรงพยาบาลอำเภอและโรงพยาบาลจังหวัด เพราะเนื่องจากบุคลากร ทางการแพทย์ยังมีปริมาณไม่เพียงพอต่อการให้บริการทางด้านสุขภาพ วันนี้ยกตัวอย่าง ให้เห็นนะครับ มีเพื่อน ส.ส. ฝั่งของพรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดนครราชสีมา ท่านพิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ท่านแจ้งว่าที่โรงพยาบาลเทพารักษ์ อำเภอเทพารักษ์ จังหวัดนครราชสีมา มีโรงพยาบาลครับ แต่ยังขาดบุคลากรทางการแพทย์ ก็คือแพทย์ ซึ่งจะไปให้บริการตลอด ๒๔ ชั่วโมง วันนี้ทางโรงพยาบาลเทพารักษ์จะต้องขอยืมแพทย์ให้ไปช่วยตรวจในเวลาราชการ จากโรงพยาบาลด่านขุนทด ซึ่งเป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่าวันนี้รัฐบาลควรจะมีการจัดการ บุคลากรทางการแพทย์ให้เพียงพอ วันนี้ต้องบอกเลยว่าสัดส่วนอัตราบุคลากรทางการแพทย์ ของกระทรวงสาธารณสุขวันนี้ไม่เพียงพอต่อการให้บริการประชาชน ยังขาดเหลือประมาณ ๗๐,๐๐๐ อัตรา ผมจะลองเปรียบเทียบอัตราส่วนบุคลากรให้กับท่านประธานทราบในวันนี้ อัตราส่วนบุคลากรที่จะให้บริการสุขภาพมีคุณภาพมาตรฐานที่ดีก็คือ แพทย์ ๑ ท่าน จะต้อง ดูแลประชากรให้ได้ ๒,๕๐๐ คน ปัจจุบันประเทศไทยมีแพทย์อยู่ ๑๔,๙๕๖ คน ยังขาดแพทย์ ที่จะมาบริการหรือดูแลสุขภาพประชาชนอยู่ ๑๑,๐๐๐ คน ทันตแพทย์ ๑ คน ควรจะดูแล ประชาชนหรือประชากร ๘,๗๔๐ คน ปัจจุบันมีทันตแพทย์ ๔,๔๓๗ คน ขาดอยู่ ๒,๙๘๙ คน เภสัชกร ๑ คนต่อประชากร ๖,๒๐๐ คน ปัจจุบันมี ๖,๙๙๔ คน ขาดอยู่ ๓๓๔ คน พยาบาล ๑ คน ต่อ ๕๕๐ คน ปัจจุบันมี ๑๐๐,๗๘๓ คน ขาด ๑๗,๐๐๐ คน นี่เป็นเพียงแค่การยกตัวอย่าง แสดงให้เห็นว่าระบบสุขภาพของประเทศไทยวันนี้ยังขาดบุคลากรที่จะให้บริการ เพราะฉะนั้น แล้วนี่คือสิ่งสำคัญที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและท่านนายกรัฐมนตรีควรจะพิจารณา ในการเพิ่มอัตราข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุขให้เพียงพอ เพราะวันนี้ต้องบอกเลยว่า ถ้าประชาชนสุขภาพไม่ดีหรือเยาวชนสุขภาพไม่ดี สติปัญญาที่เขาจะไปเรียนที่โรงเรียน หรือระบบการเรียนการสอนในโรงเรียนคงไม่มีประโยชน์ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญ อันดับแรกคือการทำให้เขามีสุขภาพดี เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญอันดับแรกคือการทำให้เขามีสุขภาพดีสติปัญญาจะมาครับ สุขภาพแข็งแรง เราสุขภาพแข็งแรงเราไปช่วยกันทำงานเศรษฐกิจของประเทศจะดีขึ้น วันนี้ก็สะท้อนให้เห็นว่า อยากจะฝากให้ทางรัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงสาธารณสุขหรืองบประมาณ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุขเพิ่มขึ้นกว่านี้ โดยเฉพาะงบประมาณทางด้านวิจัย ปีนี้งบประมาณ ทางด้านวิจัยของระบบสาธารสุขก็ลดลง อยากจะฝากให้ทางรัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้ทางรัฐบาลบอกว่าจะซื้อรถ ๑,๐๐๐ คัน เพื่อรับส่งนักเรียนไปโรงเรียน ผมสะท้อนให้เห็นว่าถ้าปีหน้าทางรัฐบาลใจดีในฐานะที่ผมเป็นแพทย์ฝากให้ทางรัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุขซื้อรถพยาบาลให้กับโรงพยาบาลในประเทศไทยที่มีทั้งสิ้นตอนนี้ ประมาณ ๑,๐๐๐ โรงพยาบาล เพื่อเขาจะได้มีโอกาสทำระบบส่งต่อให้ประชาชนในถิ่น ทุรกันดารได้ไปรับบริการที่โรงพยาบาลที่มีบุคลากรทางการแพทย์และเครื่องมือที่พร้อม ฝากทางรัฐบาลนะครับ ๑,๐๐๐ คัน สำหรับรถพยาบาลในปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ผมจะรอ เฝ้าดูว่าทางรัฐบาลจะสามารถจัดสรรรถพยาบาลคล้าย ๆ กับรถรับส่งนักเรียนของ กระทรวงศึกษาธิการได้หรือเปล่า และสุดท้ายครับ วันนี้ฝากให้ทางรัฐบาลจัดสรรบุคลากร ทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน วันนี้ผมทราบว่าทางรัฐบาลพยายามจะจัดสรรแล้วในปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ และปี ๒๕๕๘ ท่านบอกว่าท่านจะจัดสรรในส่วนของลูกจ้างชั่วคราวเป็นข้าราชการอีก เกือบ ๆ ๓๐,๐๐๐ อัตรา ในส่วนนี้ขอบพระคุณทางกระทรวงสาธารณสุขที่มอบอัตราในส่วน ของข้าราชการให้กับพนักงานลูกจ้างของกระทรวงสาธารณสุข

สุดท้ายเป็นเรื่องฝากของประชาชนในจังหวัดชัยภูมิฝากครับ โรงพยาบาลชัยภูมิ จะกลายเป็นโรงเรียนแพทย์ในปี ๒๕๖๐ เราอยากจะมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาคาร และสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนคนจังหวัดชัยภูมิได้มีโอกาสรับบริการสุขภาพที่ดีขึ้น ฝากทางกระทรวงสาธารณสุขพิจารณางบให้กับทางโรงพยาบาลชัยภูมิ ฝากงบในการพัฒนา ด้านการศึกษาให้กับโรงเรียนในจังหวัดชัยภูมิ โดยเฉพาะโรงเรียนประจำจังหวัดซึ่งท่านบอกว่า ท่านจะยุบโรงเรียนเล็ก ผมฝากโรงเรียนใหญ่ ๆ ครับ โรงเรียนประจำจังหวัดโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล โรงเรียนสตรีชัยภูมิ วิทยาลัยเทคนิคจังหวัดชัยภูมิ วันนี้เราขาดอาคารให้นักเรียนได้มีโอกาสเรียน ฝากท่านมอบงบประมาณในปี ๒๕๕๘ ด้วย แล้วก็สิ่งสำคัญในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วันนี้เราขอเรียกร้องอยากให้ทางรัฐบาลมอบงบให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอัตรา ที่ท่านเคยสัญญากับพวกเขาเหล่านั้นไว้ที่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และสุดท้ายฝากพัฒนาระบบ การจัดการแหล่งน้ำให้กับคนอำเภอเมืองจังหวัดชัยภูมิ วันนี้เราแล้งมาก เราท่วมมาก อยากให้ท่านอย่าลืมจังหวัดชัยภูมิครับ ผมขอขอบพระคุณทางรัฐบาล ขอบพระคุณแทน ประชาชนจังหวัดชัยภูมิ ขอขอบพระคุณครับ