สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของยุทธศาสตร์ ๘ ด้านที่ครอบคลุม ๑๖ นโยบาย ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของทางรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๗ ซึ่งทางรัฐบาลได้จัดงบประมาณไว้ ๒,๕๒๕,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มจากงบประมาณปี ๒๕๕๖ ๑๒๕,๐๐๐ ล้านบาท เป็นรายจ่ายประจำ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ใช้เงินคงคลัง ๑๓,๔๐๐ ล้านบาทเศษ ชำระเงินคืนต้นเงินกู้ ๕๒,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เป็นรายจ่ายลงทุน ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งงบประมาณทั้งหลายแหล่นี้อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ ๘ ด้าน ครอบคลุม ๑๖ นโยบายซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของทางรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชิ น วั ต ร ซึ่งตัวดิฉันได้ตรวจสอบดูแล้วว่าตัวดิฉันขอสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๗ เนื่องจากทางรัฐบาลได้จัดทำงบประมาณเป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ ซึ่งยุทธศาสตร์แรก ตัวดิฉันขอพูดถึงยุทธศาสตร์นี้ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญมาก ที่ทางรัฐบาลจะเร่งรัดการพัฒนาประเทศและเตรียมความพร้อมไปสู่ประชาคมอาเซียน หรือเออีซี ซึ่งใช้งบประมาณเพียง ๑๔๕,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๕.๗ ของวงเงินงบประมาณ ซึ่งจะแยกออกเป็นในการส่งเสริมดำเนินงานของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม งบประมาณ จำนวน ๑,๗๙๗ ล้านบาท สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมเพื่อเพิ่ม มูลค่าสินค้าเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ใช้งบประมาณ ๑,๗๐๐ ล้านบาทเศษ มุ่งเน้น การคุ้มครองดูแลพิทักษ์ผู้สูงอายุ เด็ก สตรี คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ให้มีคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดี ใช้งบประมาณ ๗๘,๕๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งในส่วนนี้ตัวดิฉัน ให้ความสำคัญมากที่ทางรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์หลังจากที่ได้มาเป็นรัฐบาล ได้ฝ่าฟันกับปัญหาต่าง ๆ มากมาย ซึ่งเป็นปัญหาคาราคาซัง ไม่ว่าเกี่ยวกับเรื่องสงคราม กับยาเสพติด ไม่ว่าจะเกี่ยวกับเรื่องการว่างงาน เศรษฐกิจถดถอย และสิ่งสำคัญคือท่านได้มา ต่อสู้กับเศรษฐกิจ ปัญหาเรื่องอุทกภัย ท่านก็พยายามแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จนงบประมาณ ปี ๒๕๕๗ นี้ท่านว่าประเทศไทยเราพร้อมแล้วที่จะต้องมีการพัฒนาหลังจากที่แก้ปัญหา ในส่วนต่าง ๆ ๑. จะต้องแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องคน ไม่ว่าเกี่ยวกับการจะทำอย่างไรให้คน ในประเทศไทยได้มีการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ขยายโอกาส นำไปสู่การเปิดประชาคมอาเซียน และประเทศเราจะต้องมีความเจริญพร้อม ไม่ว่าทางด้านคมนาคมหรือปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในประเทศไทย เช่นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการน้ำ สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญ และท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เห็นถึงความสำคัญกับคนซึ่งเป็นจุดเล็ก ๆ ซึ่งเป็นสตรีที่มีปัญหามายาวนาน ไม่ว่าเกี่ยวกับเรื่องการถูกกระทำความรุนแรงภายในครอบครัว เกี่ยวกับเรื่องการขาดโอกาส ในสังคม การถูกเลือกปฏิบัติ การขาดการส่งเสริมศักยภาพต่าง ๆ หลายสิ่งหลายอย่างนี้ จนท่านได้มาคิดว่าจะทำอย่างไรแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ท่านได้รับ ก็คือมาทำกองทุนพัฒนา บทบาทสตรีซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่จะส่งเสริมให้ผู้หญิงที่เป็นคนส่วนมากในประเทศ ณ ขณะนี้ ๖๕ ล้านคน มีสตรีถึง ๓๓ ล้านคนเศษแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จุดมุ่งหมาย จะเฉลี่ยงบประมาณแต่ละจังหวัดให้กับสตรีนี้ ๑๐๐ ล้านบาท เงินก้อนนี้เอาไปทำอะไร ๑ ก้อนเพื่อจะให้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้สตรีที่จับกลุ่มจับก้อนกันที่เคยทำอาชีพต่าง ๆ แล้ว และขาดเงินทุนในส่วนนี้สามารถเอาเงินก้อนนี้ไปสร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้กับเขา และกลุ่มของเขา และรายได้นั้นเอาไปไหน ไปเลี้ยงลูกนะคะด้านการศึกษา ดูแลพ่อแม่ ก็ทำให้เศรษฐกิจ ในชุมชนสังคมดีขึ้น อีกส่วนหนึ่งก็คือการขาดการพัฒนาศักยภาพ งบตรงนี้ละที่จะไปช่วยเหลือ สตรีที่มีความรู้ความสามารถแต่ขาดโอกาสในส่วนนี้ และอีกสิ่งสำคัญหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง ที่เขามีปัญหาอยู่ในการที่จะเฝ้าดูแลคุ้มครองพิทักษ์สิทธิ์หลาย ๆ อย่างในตัวเขา ตัวดิฉัน ขอสนับสนุน และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือกรมการพัฒนาชุมชนที่ทางรัฐบาลปีนี้ได้ผลักดัน ให้งบประมาณเพิ่มขึ้นถึง ๕๕๐ ล้านบาทเศษ ดิฉันขอบคุณมาก ๆ เพราะว่ากรมการพัฒนา ชุมชนนี้เป็นกรมหนึ่งที่มีบุคลากรที่จะเป็นผู้ที่จะให้ความรู้ความสามารถพัฒนาศักยภาพ โดยเฉพาะกลุ่มโอทอปที่จะดีหรือไม่ดีก็คือนักพัฒนาชุมชนเหล่านี้ ตัวดิฉันขอขอบคุณ และขอสนับสนุนงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๗ ขอบคุณค่ะ