รังสิมา รอดรัศมี อภิปรายเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2557 โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ที่ 8 และเรียกร้องให้มีการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันในหน่วยงานของรัฐ โดยแสดงความไม่ไว้วางใจต่อรัฐบาลและย้ำว่าปัญหาคอร์รัปชันยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการตรวจสอบโครงการของกระทรวงต่าง ๆ และโครงการชลประทานระบบท่อส่งน้ำ นิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งโครงการนี้มีการทุจริตคอร์รัปชัน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม วันนี้ดิฉันไม่เห็นด้วยนะคะกับการที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ๒๕๕๗ วงเงิน ๒,๕๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันจะขออภิปรายเฉพาะยุทธศาสตร์ที่ ๘ เพราะว่าระยะเวลาดิฉันได้ ๑๐ นาที แล้วก็ดิฉันจะอภิปรายเฉพาะยุทธศาสตร์ที่ ๘ นี่เกี่ยวกับ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ปีนี้ของบประมาณตั้งเอาไว้ ๓๕๑,๓๓๙.๙ ล้านบาท ปี ๒๕๕๖ แค่ ๓๓๒,๒๙๓.๔ ล้านบาท เพราะฉะนั้นปีนี้ขึ้นมาอีกประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในงบ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทมันจะมีงบ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดินถึง ๕๐,๘๙๖.๔ ล้านบาท ปีที่แล้วตั้งเอาไว้แค่ ๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นปีนี้ตั้งเพิ่มมากกว่าปีที่แล้วถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท งบตัวนี้คืองบเกี่ยวกับการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันในหน่วยงานของภาครัฐ และการประพฤติมิชอบของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างจริงจัง เมื่อพูดถึงตรงนี้ ให้ห้องโสตทัศนูปกรณ์ที่ดิฉันขออนุญาตท่านประธานแล้วช่วยเปิดให้ประชาชนที่อยู่ทางบ้าน จะได้เห็นนะคะ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
อันนี้นายกรัฐมนตรีได้ไปแถลงข่าว รวมพลังเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน คณะรัฐมนตรี แล้วก็ข้าราชการร่วมมือกัน ท่านดูนะคะ แอคท์ (Act) ท่าปราบคอร์รัปชันของนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวจะมีหลาย ๆ แอคชัน (Action) นะคะ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีทำกิจกรรมอันนี้ใน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเมื่อทางท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าให้หยุดคอร์รัปชัน หนังสือพิมพ์ทุกฉบับลงข่าวหน้า ๑ หมดเลยนะคะว่ารัฐบาลนี้ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จะปราบคอร์รัปชัน แต่ดิฉันอยากจะเรียนท่านประธานนะคะว่า ดิฉันอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้งแล้วดิฉันก็แช่งทุกครั้ง แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ทำงานช้า ดิฉัน ก็อยากจะกราบเรียนว่าที่ดิฉันอภิปรายไปทั้งหมดนี้ไปถามพี่น้องประชาชนชาวไทย ทั้งประเทศได้เลย ยกเว้นคนของรัฐบาลเท่านั้นละที่ไม่เชื่อดิฉัน อย่างเช่นข้าวกล่องเห็นไหมคะ ดิฉันอภิปรายประธานฟังอยู่ประธานก็รู้ รู้อยู่แก่ใจ แต่ประธานพูดอะไรไม่ได้น้ำมันท่วมปาก เพราะอยู่รัฐบาลเหมือนกัน ข้าวกล่องทำวันละเป็น ๑๐๐,๐๐๐ กล่อง มันเป็นไปได้อย่างไร ทำวันละเป็น ๑๐๐,๐๐๐ กล่อง เห็นชัด ๆ แต่นายกรัฐมนตรีบอกว่าปราบคอร์รัปชัน ก็ยังไม่เห็นว่ามันจะเห็นผลอย่างไร เรื่องถุงปลิดชีพ ท่านก็เห็นอยู่แล้วว่าถุงปลิดชีพราคา เป็น ๑,๐๐๐ บาท แต่ของในถุงกี่บาทกัน คนจนยิ่งได้รับความเดือดร้อน ท่านก็ยิ่งไปโกงเขาอีก เรือเป็นอย่างไร ส้วมเป็นอย่างไร แม้กระทั้งส้วมมันยังกินเลย นับประสาอะไรจะไม่กินประเทศ ที่ดิฉันพูดเอาไว้ท่านคงจะจำได้ เรื่องจำนำข้าว เมื่อวานนี้ที่หมอวรงค์ได้พูดไปว่ามีคนทุจริต เกี่ยวกับโกงการจำนำข้าว การตั้งราคากลางก็เช่นกัน ดิฉันก็อยากจะเรียนว่าการตั้งราคากลาง ของหน่วยงานต่าง ๆ รู้สึกรัฐบาลนี้ตั้งราคากลางสูงมาก พอตั้งไปแล้วเปิดซองกันก็ ๓๕-๔๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วบางกระทรวง ๕๐ เปอร์เซ็นต์นะคะ เดี๋ยวถ้ามีเวลาดิฉันจะขยายเรื่องค่าที่ปรึกษา เมื่อตอนงบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่กู้ ดิฉันอภิปรายเรื่องค่าที่ปรึกษา ที่ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นค่าจ้างที่ปรึกษา พอดิฉันอภิปรายเสร็จคนส่งข้อความมาให้ดิฉันเยอะมากเลยว่าค่าจ้างที่ปรึกษา เขาตั้งบริษัทก็ไม่ได้ปรึกษาอะไรเลย แค่ตั้งเป็นบริษัทนี้ก็ได้เงินแล้ว อันนี้ไม่ได้ปรึกษาอะไร แล้วได้สตางค์ ต่อไปบริษัทก็ล่มจมฉิบหายหมดละค่ะ ดิฉันแช่งเอาไว้ แล้วอีกอย่างหนึ่งคือ การตั้งงบประมาณ ดิฉันเห็นตั้งทุกปี พูดทุกปี ดิฉันเป็น ส.ส. มา ๔ สมัย พูดทุกปีไม่เคย เปลี่ยนแปลงเลย ช่วยเปลี่ยนแปลงให้นะคะนายกรัฐมนตรี โอนเปลี่ยนแปลงงบ ไปซื้อรถ ไปต่างประเทศ มีทุกปี สภาเราเหมือนกับเป็นตรายางเฉย ๆ พอพิจารณาผ่านไปแล้วก็ไปโอน เปลี่ยนแปลงงบ แล้วก็ไปซื้อรถ แล้วก็ไปต่างประเทศ เพราะฉะนั้นการโอนเปลี่ยนแปลง ถ้างบมันผ่านสภาตามขั้นตอนดิฉันไม่ว่า เพราะว่าคณะกรรมาธิการเขาจะตัดในส่วนเกิน เอาออกมา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะไปพัฒนาอย่างอื่นได้ แต่ถ้าไปโอนเปลี่ยนแปลงมันไปตัดอะไรไม่ได้เลยในส่วนที่เกิน มันก็ไปโกงกินกัน ในส่วนตอนที่ ดิฉันอภิปรายเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเกี่ยวกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พูดไว้ยังไม่ทันไรเลยเห็นไหม ไปดูงานต่างประเทศวันครึ่งใช้งบประมาณเป็น ๑๐ ล้านบาทเลย ของบอร์ด (Board) รฟม.นะคะ ไปวันที่ ๑๙-๒๘ พฤษภาคม ดูงานวันครึ่งแต่ไป ๑๐ วัน ดิฉันก็เคยพูดแล้วดิฉันนั่งเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณเมื่อปี ๒๕๕๔ ดิฉันก็บอกแล้วว่าไปไม่ใช่ไม่ให้ไป ไปได้แต่คุณดูงานวันครึ่งควรไปหน้าสักวันหนึ่งหลังสักวันหนึ่ง ดิฉันก็ไม่ติดใจ เอาเงินในส่วนที่คุณไปเกินระยะเวลาเอามาพัฒนาประเทศหรือว่าเอามาให้กับ คนยากจนหรือให้กับโรงพยาบาล อย่างเช่น โรงพยาบาลสงฆ์ ท่านอดีต ส.ส. วิโรจน์ ณ บางช้าง ท่านไปป่วยท่านเป็นพระ ท่านก็บอกว่าที่โรงพยาบาลสงฆ์มีพระป่วยมามากมายเลยต้องใช้ งบประมาณเยอะ แต่รัฐบาลนี้ให้งบประมาณไม่กี่ล้านบาทเขาจะไปทำอะไรได้ ดิฉันก็ฝากทาง คณะกรรมาธิการช่วยไปพิจารณางบประมาณให้กระทรวงสาธารณสุขด้วยเพราะว่าเขาได้รับ ความเดือดร้อนจริง ๆ รัฐมนตรีพยักหน้าก็ช่วยหน่อยนะคะ
แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือแม้กระทั่งโครงการของกระทรวงต่าง ๆ ดิฉันเห็นทาง ท่านรัฐมนตรีเอาเอกสารเพื่อจะมาตอบดิฉัน วันนี้ดิฉันจะไม่อภิปรายท่านรัฐมนตรีมากนะคะ เพราะว่าระยะเวลา ๑๐ นาทีมันทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ รออภิปรายไม่ไว้วางใจก็แล้วกัน ในส่วนของท่านรัฐมนตรี แต่ดิฉันจะบอกสักนิดหนึ่งว่าท่านท้าดิฉันไว้ ดิฉันจำได้ว่าถ้าไม่ได้ทำจริง ผมจะลาออกจากรัฐมนตรี คุณจะกล้าลาออกไหม ดิฉันไปลงพื้นที่มาแล้วท่านจะกล้าลาออกไหม เพราะว่ามันไม่ได้ทำ ท่านนะคะดิฉันก็เตือนด้วยความหวังดีคือรักกัน คือว่าท่านไม่ควรที่จะ ใช้อารมณ์ในการที่จะมาท้ากับดิฉัน ควรที่จะพูดกับดิฉันว่าถ้าดิฉันเป็นรัฐมนตรีถ้าบุญวาสนา มีก็จะพูดว่า คุณรังสิมาที่คุณบอกผมนี่ผมจะไปตรวจดู ถ้ามันผิดจริงเดี๋ยวผมจะจัดการ แต่ถ้ามันทำจริงเดี๋ยวผมจะมาอธิบายให้คุณฟัง ไม่ใช่มาท้าดิฉัน แล้วก็มาบอกว่าถ้าไม่ทำ จะลาออก แล้วนี่มันไม่ทำท่านจะลาออกไหม ดิฉันจะรอถามอยู่นี่ แต่ไม่ตอบวันนี้ไม่เป็นไร เดี๋ยวอภิปรายไม่ไว้วางใจเราเจอกันใหม่นะคะ นี่ ๔๘ ล้านบาทที่หนองปลาขาว ตำบลนาแซง อำเภอเสลภูมิ
ส่วนอีกโครงการนี่น่าเกลียดมากท่านประธาน โครงการชลประทานระบบท่อส่งน้ำ นิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี นี่ยิ่งทุเรศใหญ่เลย งบตั้งแต่ ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๖ ๖๓,๒๘๔,๐๐๐ บาท ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ ๒๕,๑๑๐,๐๐๐ บาท รวมแล้ว ๘๘ ล้านกว่าบาท ทำแล้วเป็นอนุสาวรีย์ค่ะ ไม่ได้ใช้เลย เพราะฉะนั้นประชาชนเขาเดือดร้อน ทำแล้วไม่ได้ใช้ รัฐบาลถ้าจะปรับทุจริตคอร์รัปชันจริงหรือว่านายกรัฐมนตรีเอาจริงต้องตั้ง กรรมการสอบ ไม่ใช่ว่าไม่สอบพวกเดียวกัน ดิฉันทราบมาว่าคนในพรรคเป็นกรรมาธิการ ไปร่วมตรวจสอบโครงการ ซึ่งเป็นคนของรัฐบาลเป็นรัฐมนตรียังต่อว่ากันเลยว่าทำไมคนของ พรรคไปร่วมมือตรวจสอบกับคนพวกเดียวกัน ทำไมไม่ปกป้องคนพรรคเดียวกัน เพราะฉะนั้น ดิฉันก็อยากจะฝากว่าถ้านายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ที่ท่านทำมาทั้งหมดนี้ที่ออกภาพทั้งหลายไม่ใช่เป็นการแสดงลิเกนะคะ ถ้าแสดงลิเก นายกรัฐมนตรีจะแสดงเป็นนางเอก นายกรัฐมนตรีจะต้องเอาคนที่ทุจริตคอร์รัปชันมาตัดหัว เจ็ดชั่วโคตรให้ได้ แต่ถ้านายกรัฐมนตรีจะแสดงเป็นตัวอิจฉา เพราะตัวอิจฉามันจะแสดง พฤติกรรมที่เอาหน้าแล้วมันจะตอแหลตลอดเลยพวกตัวอิจฉา เพราะฉะนั้นถ้านายกรัฐมนตรี จะแสดงเป็นตัวอิจฉา