สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

ประวัฒน์ อุตโมท หารือเรื่องงบประมาณของรัฐบาลและขอสนับสนุนนโยบายรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษา เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และยังหารือเรื่องปัญหาน้ำท่วม การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน การเคลื่อนย้ายคน สินค้า และทุน การลงทุน และปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตรกรรม

นายประวัฒน์ อุตโมท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ประวัฒน์ อุตโมท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดจันทบุรี ก่อนอื่นท่านประธานครับ ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผม ได้อภิปรายสนับสนุนงบประมาณของรัฐบาล ในการอภิปรายของผมในวันนี้จะคลุมทั้ง ๓ กรอบ กรอบแรก ขอสนับสนุนนโยบายรัฐบาลและงบประมาณของรัฐบาล กรอบที่ ๒ จะเป็นข้อเสนอแนะและข้อสังเกตว่างบประมาณบางส่วนที่จะกระจายไปไม่เหมาะสม หรือเหมาะสมอย่างไร ส่วนกรอบที่ ๓ ก็ฝากกรรมาธิการงบประมาณในอนาคตที่จะเป็น กรรมาธิการงบประมาณได้พิจารณางบประมาณให้ถ่องแท้ ก่อนที่ผมจะเริ่มท่านประธานครับ ผมเรียนอย่างนี้ว่ารัฐบาลชุดนี้ที่เรากู้เงินมา ๒,๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมมั่นใจว่าเป็นประโยชน์ กับประเทศชาติและประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ เขาจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานก่อนอื่นเลย เพราะฉะนั้นเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลได้ออกร่าง พ.ร.บ. เงินกู้มานั้นเหมาะสม สังเกตนะครับ ประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนที่จะมาถึงวันนี้ได้ เมื่อ ๑๐๐ ปีที่แล้วก่อนตั้งประเทศของเขา ระบบคมนาคมเขาเอามาใช้คมนาคมอย่างเดียวเลย เขาทำอินเตอร์สเตท (Interstate) ทั่วทั้งประเทศตั้งแต่เหนือจรดใต้ แล้วก็ตะวันออกไปตะวันตก พออีกปีหนึ่งเขาเน้นเรื่อง การศึกษา เขาจะพุ่งงบประมาณไปที่การศึกษาอย่างเดียว จากการที่ให้มีมหาวิทยาลัยของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นสเตท ยูนิเวอร์ซิตี (State University) กับยูนิเวอร์ซิตี ออฟ (University of) มหาวิทยาลัยของรัฐอย่างน้อยต้องมี ๒ แห่งของแต่ละรัฐ เพราะฉะนั้นจากกรอบเงินกู้ที่เรากู้มา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ารอให้งบปกติ ผมเรียน ท่านประธานนะครับว่าต้องตายแล้วเกิดใหม่ละครับถึงจะได้เห็น เผลอ ๆ ตายแล้วเกิดใหม่ อีกไม่รู้กี่รอบไม่ได้เห็นหรอกครับ เพราะเราก็เห็นกันอยู่ว่าในอดีตที่ผ่านมาอย่างโฮปเวลล์นี่นะครับ นั่นเป็นอนุสรณ์ครับ อนุสรณ์ให้เห็นว่าภาคการเมืองไม่ต่อเนื่อง ภาคการเมืองไม่นิ่ง แล้วท้ายที่สุดก็ทำอะไรไม่ได้ ก็เป็นอนุสรณ์อย่างนั้นละครับให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ ท่านประธานครับ ผมได้รับการอนุมัติจากพรรคเพื่อไทยให้มาพูดในเรื่องของแผน ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดกรอบแผนงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดินไว้ ซึ่งยุทธศาสตร์ที่ ๑ เป็นยุทธศาสตร์ที่เรียกว่าการเข้าสู่สังคมประชาคมอาเซียน ท่านประธานครับ ไปที่ไหน ตอนนี้ประเทศไทยเห่อกันเหลือเกินในการเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่เมื่อหันมาดู งบประมาณแล้วงบประมาณได้มาเพียง ๘,๐๐๐ ล้านบาท ผมถือว่าน้อยมากครับ น้อยจริง ๆ ครับกับอีก ๒ ปีข้างหน้าที่เราจะเดินเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ผมต้องเรียนท่านประธาน อย่างนี้นะครับว่าประชาคมอาเซียนกำเนิดเกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๐ ก็คือ ๔๐ กว่าปีแล้ว ตอนนั้น มี ๖ ประเทศเท่านั้นเอง เราเพิ่งมาได้อีก ๔ ประเทศเข้ามาก็คือประเทศที่อยู่บริเวณใกล้ ชายแดนเราทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นประเทศเมียนมาร์ สปป. ลาว ประเทศกัมพูชา และประเทศเวียดนาม หันไปดูการค้าเสรีในประชาคมอาเซียนที่มี ๖ ประเทศเดิม อาฟตา (AFTA) ก็กำเนิดมาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๕ ๒๐ ปีแล้วครับ ประชาคมอาเซียนเกิด ๔๐ กว่าปี การค้าเสรีเกิด ๒๐ กว่าปีแล้ว แต่ถามว่าประเทศไทยทำอะไรอยู่ทั้ง ๆ ที่การก่อตัวประชาคมอาเซียนประเทศไทยเป็นคน ริเริ่มนะครับ ปฏิญญาอาเซียนเกิดที่ประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๑๐ ท่านประธานที่เคารพครับ การที่เราเข้าสู่ประชาคมอาเซียนงบประมาณของเรา ๘,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้วควรจะต้อง อยู่ในกรอบ ในกรอบของความร่วมมือของประชาคมอาเซียน ซึ่งประชาคมอาเซียนประกอบด้วย ๓ เสาหลักเท่านั้น แน่นอนเสาหลักแรก ความมั่นคงบวกการเมือง กระทรวงการต่างประเทศ เป็นเจ้าภาพ อันนี้เป็นเจ้าภาพหลัก ส่วนเสาหลักที่ ๒ ก็คือเออีซีที่เราพูดกันนี่ครับ สังคม เศรษฐกิจ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และเสาหลักอันที่ ๓ ก็เป็นในเรื่องของวัฒนธรรม สังคม ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นเจ้าภาพหลัก ทีนี้พอหันมาดู งบประมาณ ท่านประธานครับ เห็นแล้วก็น่าผิดหวังครับ เพราะมันกระจัดกระจาย มันเหมือนกับเบี้ยหัวแตก ท่านประธานครับ ที่ว่าเบี้ยหัวแตก ผมเรียงลำดับอย่างนี้นะครับ จาก ๘,๐๐๐ ล้านบาทที่ทุกหน่วยงานสนับสนุนให้เข้าสู่ ประชาคมอาเซียนทุกหน่วยงานจะมีแผนรองรับเข้าสู่ประชาคมอาเซียนทั้งหมดเลยครับ หน่วยงานทั้งหมดที่มีแผนนี้อยู่ประกอบไปด้วย ๒๐ กระทรวง รัฐวิสาหกิจอีก ๔ รัฐวิสาหกิจ บวกกับ ๑ หน่วยงานคือ สตช. เพราะฉะนั้นผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าในงบ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ากระจายออกไปแล้วกระทรวงศึกษาธิการแน่นอนครับได้รับงบมากที่สุดคือประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของงบที่เราจะทำแผนพัฒนาเข้าสู่ประชาคม อาเซียน กระทรวงศึกษาธิการแน่นอนผมเห็นด้วยครับ เพราะผลงานต่าง ๆ ที่ทำอยู่ ณ เวลานี้ ผมคิดว่าเข้าเป้าครับ ยกตัวอย่างเช่นลูกหลานพี่น้องที่อยู่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานพูดแล้วน่าใจหายครับ เด็กพูดได้ ๕-๖ ภาษา ตั้งแต่ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษามลายู ภาษามลายูกลาง ภาษาอาหรับ และพูดแอคเซนท์ (Accent) อย่างดีด้วยครับ เพราะฉะนั้นเห็นควรสนับสนุนครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นแบบอย่างที่ดีของกระทรวงศึกษาธิการ แต่เสียดายกระทรวงศึกษาธิการได้มอบงบประมาณกระจายเต็มพื้นที่ให้กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของภาครัฐเกือบ ๘๐ มหาวิทยาลัย กระจัดกระจายไปหมดทั้ง ๆ ที่บางมหาวิทยาลัย ไม่ได้มีพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านเลย อย่างจังหวัดจันทบุรีของผมได้ไปประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทของแผนการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนนะครับว่ากระทรวงศึกษาธิการได้งบมากแต่เห็นควรที่จะสนับสนุน ให้ประชากรที่อยู่บริเวณชายแดนได้รับผลประโยชน์จากกระทรวงศึกษาธิการมากกว่านี้ ท่านประธานครับ กระทรวงที่ได้รับอานิสงส์เป็นอันดับ ๒ รองจากกระทรวงศึกษาธิการก็คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับงบประมาณจากแผนงาน ของการเข้าสู่ประชาอาเซียน การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ๗๕๐ ล้านบาท ผมไม่ว่าอะไรครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้งบประมาณมาขนาดนี้เราก็ยินดีครับ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มา แต่บางโครงการบางแผนงานมันซับซ้อนจริง ๆ ครับ ท่านประธาน ผมยกตัวอย่างเช่นงบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ กรมส่งเสริม การเกษตรท่านประธานครับ จากงบประมาณทั้งสิ้น ๔๗ ล้านบาท เป็นศูนย์กลางการผลิต เมล็ดพันธุ์ตรงนี้เราเห็นด้วยนะครับ เพราะเป็นงานตรงของกรมส่งเสริมการเกษตร แต่กรมส่งเสริมสหกรณ์นี่สิครับท่านประธาน โครงการแบบเดียวกันครับ เหมือนกันครับ ลักษณะโครงการเป็นโครงการพัฒนาศูนย์กลางการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชเหมือนกันครับ แต่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ไป ๑๐๒ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่พันธกิจหลักของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ไม่ใช่เป็นแบบนี้ เห็นไหมครับท่านประธาน ผมยกตัวอย่างอย่างกรณีของกระทรวงมหาดไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงมหาดไทยได้งบประมาณในการเตรียมความพร้อม สู่ประชาคมอาเซียน ๖๕๐ ล้านบาท โครงการของกระทรวงมหาดไทยผมเห็นด้วย หลายโครงการนะครับ อย่างเช่นโครงการสนับสนุนยุทธศาสตร์และประสานการค้าการลงทุน อันนี้ต้องเป็นหน้าที่หลักของจังหวัดเลยครับ แต่งบประมาณกลับได้ไปเพียง ๓๑ ล้านบาท เท่านั้นเอง ทั้ง ๆ ที่งบประมาณที่ตั้งไว้ ๖๕๐ ล้านบาท กระทรวงมหาดไทยไปซื้ออะไรรู้ไหมครับ ท่านประธาน กระทรวงมหาดไทยไปซื้อเว็บไซต์ (Web site) ซื้อขายจะไปตรงกับฟิล (Fill) ในอนาคตก็แล้วแต่ไม่เป็นไร แต่งบขณะนี้ผมถือว่าน้อยมากนะครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนนะครับว่าคณะกรรมาธิการที่บังเอิญผมได้เข้าไปอยู่ร่วมด้วยก็คือ คณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ผมก็ต้องขอขอบคุณท่านสามารถ มะลูลีม ในฐานะ ที่เป็นประธาน จากพรรคตรงข้ามนี่ละครับจากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ถือว่าในคณะกรรมาธิการ เรามีฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล และมีทุกพรรคครับ และทุกคนทำงานด้วยกันนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ ด้วยความสามัคคี เราเห็นประโยชน์ของประเทศชาติ และเห็นประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ท่านประธานเชื่อไหมครับ การสัมมนาในคณะกรรมาธิการ ซึ่งเราจัดสัมมนาที่ท่านสมคิด บาลไธสง เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการลุ่มแม่น้ำโขง เขาเรียกร้องภาคเอกชนไม่ว่าจะเป็นสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย ตัวแทนโลจิสติกส์เขาเรียกร้อง ๔-๕ ข้อครับ ในการที่เราจะพัฒนาชายแดน ของเราซึ่งมีทั้งหมด ๓๑ จังหวัด กับ ๑๗๕ อำเภอ เขาเรียกร้องอะไรรู้ไหมครับท่านประธาน ข้อที่ ๑ เขาเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึกครับท่านประธาน เพราะเขาถือว่าไปที่ไหนแล้ว มันขัดขวางการลงทุน มันขัดขวางการท่องเที่ยว ประเทศเพื่อนบ้านเดี๋ยวนี้ท่านประธานไปสิครับ ไม่มีหรอกครับ บังเกอร์ (Bunker) แต่พื้นที่ในบริเวณจังหวัดผมนี่นะครับ ท่านไปดูสิครับ ที่อำเภอสอยดาว กับอำเภอโป่งน้ำร้อนของท่านชินวัฒน์ หาบุญพาด นี่นะครับ ท่านไปดูสิครับ ยังมีบังเกอร์ทหารอยู่เลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเราเรียกร้องว่าให้ยกเลิกเสีย ถ้าพื้นที่ไหน ที่มันมีความต้องการจริง ๆ ที่มันต้องการใช้จริง ๆ รัฐบาลก็ใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคง พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้ เห็นไหมครับอันนี้คืออันที่ ๑ ที่เขาอยากให้ภาครัฐทำโดยทันที

ข้อที่ ๒ ที่เขาเรียกร้องก็คือว่าเขาอยากให้ตำรวจตระเวนชายแดนทำหน้าที่ เหมือนกับทหาร ตำรวจตระเวนชายแดนได้รับการฝึกฝน ได้รับการเรียนรู้การป้องกัน ประเทศมาอย่างดีครับ ตำรวจ ตชด. เรียนจบจากสถาบันนายร้อยตำรวจเหมือนกันครับ รู้วิธีการป้องกันประเทศและอย่างนั้นหน้าที่ภารกิจของ ตชด. ภารกิจหลักคือป้องกัน อาชญากรรมข้ามชาติท่านประธาน แต่งบที่ตัดให้ สตช. กับ ตชด. คราวนี้น่าน้อยใจครับ ผมน้อยใจแทนตำรวจ ตชด. จริง ๆ ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นงบประมาณปีนี้นะครับ ได้รับ การสนับสนุนจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีคือท่านยิ่งลักษณ์ ที่ทางกรรมาธิการขอไป ๓๕๐ ล้านบาทสนับสนุนยุทโธปกรณ์ให้ ตชด. สนับสนุนครุภัณฑ์ ให้ตำรวจ ตชด. เพราะ ตชด. ในอนาคตทำหน้าที่หลายอย่างครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็น ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ปราบปรามยาเสพติด ปราบปรามลักลอบการค้ามนุษย์ หลายเรื่อง ตชด. แต่ท้ายที่สุดงบประมาณคราวนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้ขอสนับสนุนในเรื่องของ การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ๒๕๑ ล้านบาท กลับไปให้ ตม. ท่านประธานครับ ไม่มีปัญหาเลยครับ ตม. เพราะในอนาคต ตม. ก็เป็นคนที่ดูการเคลื่อนย้ายของกำลังพล แต่หน่วยงานอีกหน่วยงานที่น่าเห็นใจที่สุดก็คือศุลกากร ท่านประธานครับ เราอยากเห็น เมืองหน้าด่านติดชายแดนของเรานักท่องเที่ยวเข้ามา พี่น้องประชาชนคนไทยไปเที่ยวแล้วมี ความภาคภูมิใจครับ กรมศุลกากรได้รับงบการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แค่ ๑๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ๑๐ ล้านบาท คืองบสัมมนาจัดอบรมเท่านั้นเองครับ ก็นั่นแสดงว่าในอนาคตเราไม่มีการเตรียมความพร้อมนะครับ เรามีด่านถาวรตั้ง ๘-๙ ด่าน ด่านถาวร ผมไปดูมาเยอะครับ ด่านถาวรที่ตั้งบริเวณชายแดนยังไม่มีความพร้อมเลยครับ ท่านประธาน และท้ายที่สุดผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นี่เราต้องการอิสระเสรี เสรีอะไรบ้างรู้ไหมครับ

อันที่ ๑ เสรีการเคลื่อนย้ายคน เคลื่อนย้ายแรงงาน เคลื่อนย้ายแผนกเซอร์วิส (Service) บริการ เคลื่อนย้ายสินค้า และท้ายที่สุดเคลื่อนย้ายทุน การลงทุน เพราะฉะนั้น ผมเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ตราบใดที่เออีซีจะเกิด ผมฝากท่านรัฐมนตรีวราเทพด้วย ให้พยายามที่จะเรียกว่าอย่างไรครับท่านประธาน พยายามที่ต้องบูรณาการด่านทั้งหมดที่เป็น ด่านถาวรให้มีหน้ามีตา เราเรียกร้องซิงเกิล วินโดว์ (Single window) ให้เป็นวัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) สินค้าเขาเข้าออกด้วยความรวดเร็ว เพราะฉะนั้นสุดท้ายที่ผมจะพูดถึง เวลาจำกัดนะครับ ผมขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จังหวัดผมมีปัญหา ในเรื่องของแรงงานนะท่านประธาน แรงงานทำให้ราคามังคุดของผมตกต่ำนะครับ ปัจจุบันนี้ ท่านเชื่อไหมครับ มังคุดที่บรรจุไว้ ๒๒ ต่อ ๑ คอนเทนเนอร์ (Container) ต้องใช้แรงงาน ๔๐ คน ใช้เวลา ๒ วันนะท่านประธาน เพราะฉะนั้นปัญหาที่มีความตกต่ำเป็นปัญหาแรงงาน ณ เวลานี้ก็คือว่าเมื่อมีการขาดแคลนแรงงานแล้ว เกษตรกรชาวไร่ชาวสวนที่จะเอามังคุดมาขาย ก็ทางล้งต่าง ๆ บอกรับซื้อไม่ได้เพราะขาดแรงงาน ของล้นอยู่ในโกดังอยู่เลย ไม่สามารถที่จะ ส่งออกไปต่างประเทศได้ เพราะฉะนั้นถ้าแก้ปัญหาตรงนี้ได้ผมมั่นใจว่าราคามังคุดจากต้นฤดู ๑๐๐ กว่าบาท ปัจจุบันนี้เหลือ ๒๐ บาท จะสามารถแก้ไขให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ และผมมั่นใจว่าบริเวณการค้าชายแดนทั้ง ๓๑ จังหวัด ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญ พี่น้องประชาชน ทั้งหลายจะลืมคำว่าที่เราพูดกันมาตลอดว่า รวยกระจุก จนกระจาย ไม่กี่ปีข้างหน้าละครับ คนจนเหล่านี้จะมีความสุข แล้วเราก็จะถือคติว่าพี่น้องประชาชนทั้ง ๓๑ จังหวัดจะรวยกระจาย บ้างแล้วครับ คนจนนี่ละครับจะรวยกระจาย แต่ขอให้รวยกระจุกก็แล้วกันนะครับ กราบขอบคุณท่านประธานแค่นี้ครับ