สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓๐ มกราคม ๒๕๕๖

สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล หารือเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงป่าชายเลน พะยูน และปะการัง และเรียกร้องให้มีการดำเนินการป้องกันการทำลายสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนและกระทรวงที่เกี่ยวข้องในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ สำหรับกฎหมายการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ฉบับนี้ที่ทางรัฐบาลเสนอ เป็นเรื่องความโชคดีของประเทศของเราที่มีธรรมชาติที่สมบูรณ์ วันนี้ รัฐบาลกำลังจะเอากฎหมายไปจัดการกับธรรมชาติเพราะเชื่อว่าขณะนี้เราใช้อย่างฟุ่มเฟือย แล้วก็มีการทำลายกันมาก ผมเองในฐานะเป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนฝั่งทะเลอันดามัน มีความผูกพันกับพี่น้องชาวเล ผูกพันกับพี่น้องประมงยากจนที่อยู่ตามเกาะตามชายฝั่งต่าง ๆ เป็นที่น่าเห็นใจเขาทำมาหากินกันอยู่เป็นระยะเวลายาวนาน วันหนึ่งรัฐก็อาจจะเอากฎหมาย ไปบังคับเขา จัดสร้างขนำเล็ก ๆ อยู่ในป่าชายเลนก็ทำไม่ได้ แล้ววันหนึ่งอาจจะมีนายทุน สามารถที่จะไปสร้างรีสอร์ทได้ สิทธิหลายอย่างผมก็เลยอยากจะมาแสดงความคิดเห็น ก่อนที่ท่านจะออกเป็นกฎหมาย ท่านประธานครับ ทรัพยากรทางทะเลแล้วก็ชายฝั่ง มีจำนวนเยอะมากใช้เวลาเพียง ๕ นาทีคงไม่เพียงพอ ผมขออนุญาตสรุปเบื้องต้นก็คือ เรื่องของป่าชายเลนครับท่านประธาน ป่าชายเลนที่ถูกทำลายอย่างมากจนกระทั่งขณะนี้ เชื่อกันว่ามีอยู่ประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ไร่ อาจจะเป็นเพราะการบุกรุกในการทำบ่อกุ้ง หรือธุรกิจการท่องเที่ยว แน่นอนรัฐก็มีงบประมาณในการไปเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน ฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีครับ ในการปลูกป่าชายเลนถ้าเราจะสังเกตว่า หลายหน่วยงานเขาไปปลูกกันแต่ว่าไม่ต่อเนื่อง เพียงแค่ปลูกให้เห็นภาพว่าองค์กรนี้ ไปส่งเสริมการปลูกป่าชายเลน สุดท้ายพอน้ำขึ้นต้นโกงกางหรือต้นไม้ป่าชายเลนก็หลุดไป กับน้ำทะเล ท่านประธานครับ ในสมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ท่านไปปลูกป่ากัน ทั่วประเทศจนกระทั่งบ้านเมืองเราร่มรื่นขนาดนี้ ท่านใช้หลักของในหลวงครับบอกว่า การปลูกต้นไม้ต้องปลูกด้วยใจ การปลูกป่าชายเลนก็เหมือนกันครับ โครงการทั้งหลาย งบประมาณทั้งหลายที่ลงไปขอให้ปลูกกันด้วยใจ ก็คือไม่เพียงแค่ปลูกต้องติดตามดูแล ในเรื่องของความเจริญเติบโตของป่าชายเลนด้วย

เรื่องที่ ๒ ก็คือหญ้าทะเล หญ้าทะเลเป็นการแสดงถึงความสมบูรณ์ของท้องทะเล เพราะว่าเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ทะเลหายากแล้วก็เป็นที่อยู่อาศัย ท่านประธานครับ พื้นที่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ทั่วทั้งประเทศ จังหวัดตรังถือว่าเป็นแหล่งหญ้าทะเลที่ใหญ่ที่สุด มีประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่ ท่านประธานครับ ขณะนี้มีกฎหมายที่คุ้มครองเรื่องหญ้าทะเล อยู่ฉบับเดียวคือ พ.ร.บ. การประมง ปี ๒๔๙๐ ตามมาตรา ๓๒ เป็นประกาศของจังหวัดตรัง เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๓๕ คุ้มครองดูแลหญ้าทะเล ที่อื่นไม่มีครับ เขาห้ามทำประมง ในพื้นที่หญ้าทะเล จังหวัดตรังเลยเป็นจังหวัดตัวอย่างที่บ้านแหลมมะขาม อำเภอสิเกา บ้านเจ้าไหม อำเภอกันตัง ที่เกาะมุกด์นั่นไม่มีอวนรุนเพราะพี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือ ทำให้แหล่งหญ้าทะเลของจังหวัดตรังจึงเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ ท่านประธานครับ เห็นไหมครับขณะนี้เราจะมีพะยูนเหลืออยู่แหล่งเดียว แต่ว่าถ้าเกิดท่านไม่ประกาศที่อื่นด้วย ต่อไปหญ้าทะเลก็ถูกทำลายไป วันนี้เราไปเจอพะยูนซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นพะยูนที่มีลูกแฝด ที่จังหวัดกระบี่เพิ่มขึ้นครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นจังหวัดกระบี่มีพื้นที่หญ้าทะเล ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ไร่ รีบประกาศคุ้มครองสิครับท่านประธานฝากถึงท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานเนื่องจากเวลาสั้นมาก แต่อยากจะพูดถึง พะยูนนิดหนึ่งครับท่านประธาน ขณะนี้พะยูนไม่มีการสำรวจกันที่ชัดเจนว่ามันมีอยู่จำนวนเท่าไร การขยายพันธุ์ของพะยูน ไม่เพียงพอกับการไล่ล่าหรือการเสียชีวิต การไล่ล่าพะยูนทั้งเอาเนื้อมากิน ทั้งเอาเขี้ยวมาทำ เครื่องรางหรือด้ามมีด หรือเอาน้ำตามาทำยาเสน่ห์ท่านประธานครับ เอากฎหมายเข้าไป บังคับไม่พอครับ ต้องเอาสำนึกจากพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ห้ามทำเบ็ดราวนะครับ ห้ามใช้เบ็ดราวในการล่าปลากระเบนเพราะว่าพะยูนอาจจะไปติดเบ็ดราว ห้ามตัดอวนทิ้ง ลงไปในทะเล เพราะว่าพะยูนอาจจะไปหาอาหารเสร็จแล้วติดอวนตายได้ แหล่งท่องเที่ยวครับ ท่านประธาน ถ้าท่านประธานไปจังหวัดตรังบ้านผมนะครับที่แหลมจุโหยนี่เวลาน้ำขึ้น ตรงบริเวณนั้นหญ้าทะเลเยอะมีพะยูนมากินหญ้าทะเลประมาณ ๕๐-๖๐ ตัว แล้วตอนนี้ มีธุรกิจการท่องเที่ยวก็คือพาพี่น้องประชาชนนั่งเรือเข้าไปชมวันหนึ่งประมาณ ๕๐-๑๐๐ ลำ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอภิปรายว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะต้องไปบูรณาการกันว่าเราจะให้พี่น้องประชาชน มีโอกาสได้ชมมากน้อยแค่ไหน

เรื่องต่อไปก็คือเรื่องปะการังครับ วันนี้ปะการังจะเป็นรายได้ของประเทศมาก เพราะว่านักดำน้ำทั้งหลายที่ไปสกินไดว์ (Skin-dive) ดำผิวน้ำหรือสคูบา (SCUBA) ดำน้ำลึก ก็แล้วแต่ ก็คือไปดูปะการังแล้วก็ดูปลา ท่านประธานครับ ๙๖,๐๐๐ ไร่ขณะนี้ถูกทำลายเยอะครับ ทั้งเรื่องของธรรมชาติ อุณหภูมิของน้ำที่สูงขึ้นทำให้ปะการังฟอกขาว และโดยเฉพาะขณะนี้ เริ่มฟื้นตัวขึ้น แล้วก็โครงการของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่เอาตู้รถไฟ ไปสร้างบ้านปลา โครงการอย่างนี้น่าจะเป็นการส่งเสริม แล้วกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจะต้องไปทำทุ่นสำหรับผูกเรือในแหล่งท่องเที่ยวที่จังหวัดตรังถ้ำมรกต เรือก็จะไปจอด ถ้าเกิดกรณีไม่มีทุ่นผูกเรือเขาก็จะโยนสมอลงไป พอโยนสมอลงไปแน่นอนครับ มันจะไปทำลายปะการัง เพราะฉะนั้นขอให้ท่านจัดสรรเรื่องงบประมาณตรงส่วนนี้เข้าไปด้วย ท่านประธานครับ ขอเวลาสั้น ๆ เนื่องจากผมมีภาพวิดีโอ ผมใช้เวลาประมาณ ๑ นาที แค่นั้นเอง ขอเชิญวิดีโอนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ผมได้หารือกับท่านประธานเมื่อตอน ช่วงบ่ายวันนี้ครับท่านประธาน นี่เป็นภาพประวัติศาสตร์ เนื่องจากมีผู้ไปพบวาฬสีน้ำเงิน ที่เกาะลิบงครับ วาฬเป็นสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้วก็พบครั้งแรกในประเทศไทยครับ ตอนนี้นักวิชาการเชื่อว่าวาฬเข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากพื้นที่ที่เกาะลิบง จังหวัดตรัง เป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเอาโอกาสนี้มีวาฬสีน้ำเงินเข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกนะครับ ให้จัดตั้ง ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งและทะเลขึ้นที่จังหวัดตรังครับ เรามีมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ที่ท่านชวน หลีกภัย ได้ให้มหาวิทยาลัยไปตั้งที่นั่น ควรจะมีที่รักษาพยาบาลสัตว์ทะเลหายาก เวลาพะยูนถูกอวน ถูกเบ็ดเอามารักษาต้องส่งรักษา ที่จังหวัดภูเก็ตครับท่านประธาน ไปไม่ทันครับ แต่ถ้าเกิดทำเป็นโรงพยาบาลปลา ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จังหวัดตรัง ผมเชื่อว่าสัตว์ทะเลหายากทั้งหลาย อาจจะมีโอกาสรอด ก็ขอกราบเรียนท่านประธานแล้วก็สนับสนุนเรื่องกฎหมายฉบับนี้ แต่ก็ขอให้ทางกระทรวงได้ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ขอให้ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในคณะกรรมการกำหนดนโยบายด้วยครับ เพราะว่าเราจะเห็นเฉพาะ ปลัดกระทรวงแค่นั้นเอง แต่เครือข่ายหรือองค์กรเอกชนที่ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม รักษาชายฝั่ง อยู่มีหลายองค์กรครับ ก็ขอสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ท่านประธานครับ