ขจิตร ชัยนิคม พูดถึงการเสนอกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และแสดงความคิดเห็นแตกต่างจากสาระสำคัญในกฎหมายนี้ โดยขอให้คณะกรรมาธิการตระหนักถึงสิ่งนี้ และแก้ไขการเขียนกฎหมายเพื่อให้ตัวแทนประชาชนมีสิทธิมีเสียงในคณะกรรมการชุดนี้ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ราชการจำกัดชัดเจนและไม่ละเมิดสิทธิของประชาชนในเขตอนุรักษ์ตามกฎหมาย
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่ได้เสนอกฎหมายนี้ ผมจะพูดเฉพาะสาระสำคัญของเรื่องกฎหมายหรือความเห็นฝากท่านรัฐมนตรีไปนะครับ แล้วก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการด้วย โดยหลักการแล้วการเสนอกฎหมาย บอกว่าให้มีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แล้วเหตุผลตามที่ท่านเขียนไว้แล้ว ซึ่งผมไม่ได้วิตกกับการพร่ำรำพันของท่านผู้แทนที่เสนอ ของประชาชนมาไม่ได้ จริง ๆ แล้วท่านมีโอกาสเท่าเดิมละครับ แม้ว่าท่านจะเสนอเขาได้ ท่านก็มีกรรมาธิการเท่าเดิม แล้วท่านก็สามารถจะไปแก้ไขในรายมาตราได้ ซึ่งผมขออนุญาต แสดงความคิดเห็นแตกต่างจากสาระสำคัญในกฎหมายฉบับนี้ ฝากให้ท่านกรรมาธิการ ฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี เผื่อท่านได้มาเป็นประธานคณะกรรมาธิการนะครับ
สิ่งแรกที่สุด ผมอยากให้กรรมาธิการและท่านรัฐมนตรีได้ตระหนักว่า เวลาออกกฎหมายก่อนจะถึงมาตรา ๑ ถ้าเขียนว่า กฎหมายนี้จำกัดเสรีภาพของประชาชน มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ ขอให้คณะกรรมาธิการ ที่จะเป็นได้จงคำนึงตระหนักว่าท่านกำลังเขียนกฎหมายจำกัดสิทธิในรัฐธรรมนูญของ ประชาชนซึ่งเป็นสาระสำคัญ เขามอบให้เฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นที่จะมาเขียน กฎหมายจำกัดสิทธิของประชาชน ซึ่งรัฐธรรมนูญได้ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพเหล่านี้ไว้แล้ว เพราะฉะนั้นขอฝากกรรมาธิการให้ตระหนักด้วย ท่านประธานครับ สาระสำคัญของกฎหมาย ไม่สอดคล้องกับหลักการ ท่านรัฐมนตรีครับ หมวด ๑ ท่านเขียนว่าคณะกรรมการ แล้วท่าน ก็เอาปลัดกระทรวงทั้งหมดเป็นข้าราชการ ๑๘ ตำแหน่ง เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ๘ ตำแหน่ง แต่ว่าตัวแทนประชาชนไม่มีเลยในคณะกรรมการชุดนี้ ถ้าหลักการต้องการให้ประชาชน เข้ามา ท่านจะฟังเสียงประชาชนจริง ๆ ตัวแทนประชาชนต้องมีวิธีมา ต้องมีวิธีมาอยู่ใน คณะกรรมการชุดนี้ ถ้าต้องการมีส่วนร่วมจะต้องให้เขามามีสิทธิมีเสียงในคณะกรรมการ กำหนดนโยบาย ถ้าอย่างนั้นการเขียนกฎหมายนี้ก็จะบรรลุผลที่บอกว่าต้องการให้ประชาชน ให้ชุมชนมีสิทธิก็จะไม่ปรากฏเป็นจริงในทางปฏิบัติ นี่คือฝากท่านรัฐมนตรีนะครับ แล้วผม ก็ไม่เห็นด้วยที่มาตรา ๙ ให้นายกรัฐมนตรีมาเป็นประธาน เพราะท่านเขียนมาตรา ๔ ท่านบอกว่าให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักษาการ ตามพระราชบัญญัตินี้ คนที่จะดูแลรักษาการตามกฎหมายโดยหลักการเขียนกฎหมาย ผมเห็นว่าท่านนั้นจะต้องมาเป็นประธานคณะกรรมการ แต่ว่าผมไม่เห็นด้วยไม่ใช่ว่า ท่านกำลังจะเอางานเยอะมากไปให้นายกรัฐมนตรี อะไรท่านก็จะเอาไปแขวนไว้ที่นายกรัฐมนตรีหมด ผมไม่เห็นด้วย ผมจะเห็นด้วยก็ต่อเมื่อท่านไปแก้ไขว่าให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน แล้วเอาปลัดกระทรวงมาเยอะ ๆ นี่ลดลงบ้างครึ่งหนึ่งก็ยังดี ให้เหลือเท่าที่จำเป็น
อีกเรื่องหนึ่ง ที่ผมอยากจะฝากท่านเรื่องที่มีเขียนจำกัดเป็นเรื่องหน้าที่ ของราชการ แล้วท่านก็เขียนไว้ชัดเจนว่าการประกาศนี้จะไม่ไปละเมิดสิทธิของประชาชน เหมือนกฎหมายที่ดิน แต่ว่าเวลาปฏิบัติจริงเจ้าหน้าที่ของรัฐผมเป็นห่วงท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าให้อำนาจรัฐมนตรีเป็นนักการเมืองต้องรับผิดชอบต่อประชาชนนี่ผมไม่ห่วงเลย แต่ว่า ถ้าท่านให้อำนาจข้าราชการมีกรณีหลายอย่างที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับกรมที่ใกล้ ๆ กันนี้ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อะไรนี่เคยอยู่ด้วยกัน เพราะฉะนั้นให้ตระหนักมาก ๆ โดยเฉพาะมาตรา ๑๕ ท่านบอกว่า หรือมิได้อยู่ในกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินของบุคคลใด ซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐ ขอความกรุณาครับ ถ้าท่านจะประกาศอะไรเป็นเขตเอาเรื่อง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เอาเรื่องกรมป่าไม้ในอดีตมาเป็นบทเรียน ด้วยนะครับ ให้ราชการจำกัดชัดเจนให้ประชาชนได้รู้ว่าเขตนี้เขาเป็นเขตอนุรักษ์ตาม กฎหมายนี้แล้ว ให้มีป้ายมีอะไรประกาศชัดเจน ไม่ใช่ว่าพอประกาศรู้แต่ราชการ อยากจะจับกุมประชาชนที่เข้าไปบอกว่าละเมิดเมื่อไรท่านก็ทำ แล้วก็ไม่ฟังถ้าให้อำนาจ ข้าราชการตั้งแต่อธิบดีลงไปบางครั้งเขาไม่ฟังรัฐมนตรีด้วย เพราะฉะนั้นให้ตระหนัก ในกฎหมายฉบับนี้ ถ้าให้อำนาจคนที่มาจากประชาชนผมไม่วิตก แต่ถ้าให้อำนาจไปตกกับ คนที่คุ้นเคยกับระบบเดิม ผมใช้คำว่า ระบบเผด็จการเดิม ๆ น่าเป็นห่วงสำหรับการจำกัด สิทธิของประชาชน ขอบคุณครับ