สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๓๐ มกราคม ๒๕๕๖

ธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ หารือเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง และขอเพิ่มมาตราเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบำรุงรักษาและการอนุรักษ์ทรัพยากร

นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองเป็นคนหนึ่งซึ่งได้พยายามหยิบยกเอาความต้องการของ พี่น้องประชาชนมานำเสนอสู่สภาแห่งนี้ ในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับที่รัฐบาลได้เสนอไป แต่ว่า ได้พยายามเต็มที่แล้วท่านก็ให้ความกรุณา ก็ดูหลักการและเหตุผลแล้วปฏิเสธไม่ได้ครับ ว่าจะต้องให้ประชาชนและชุมชนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการบำรุงรักษา การอนุรักษ์ และการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างสมดุลและยั่งยืน จึงมีความจำเป็น ต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น ซึ่งหลักการและเหตุผลที่ผมเสนอนี้ก็เหมือนกับของรัฐบาล เพียงแต่ว่าผมมีข้อที่จะอภิปรายกราบเรียนท่านประธานว่ามีหลายส่วนของกฎหมายฉบับนี้ ที่ยังไม่มีความสมบูรณ์ในเรื่องของการเข้ามามีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน หรือของท้องถิ่นซึ่งวันนี้มีบทบาทมาก เนื่องจากบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติรองรับเอาไว้หลาย ๆ ที่ กราบเรียนท่านประธานว่าบทบัญญัติทั้งหมดในร่าง ของรัฐบาล ๒๕ มาตรา ๕ หมวดนี้นะครับ มีหมวดที่มีปัญหาอยู่คือหมวด ๒ ก็คือ ในเรื่องชุมชนชายฝั่ง ซึ่งผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานว่ามาตรา ๑๓ ซึ่งพิจารณาดูแล้ว ท่านเขียนไว้ดีครับ เขียนว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ว่าประชาชนจะเข้ามา มีส่วนร่วมได้อย่างไรไม่มีรายละเอียดครับท่านประธาน ซึ่งตรงนี้เองจำเป็นที่จะต้องเพิ่มเติม เข้ามาเพื่อรองรับสิทธิของพี่น้องประชาชนให้มีผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนขึ้น ผมตรวจดู หลาย ๆ มาตรา หลาย ๆ หมวด ท่านประธานครับ ยกตัวอย่างมาตรา ๙ (๑) ซึ่งไปเขียน สอดคล้องกับมาตรา ๑๓ ดูเสมือนหนึ่งให้พี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เหมือนกับ อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการในมาตรา ๙ แต่ว่าให้เสนออย่างเดียวไม่มีส่วน เสนอไป เขาไม่ฟังก็ไม่มีผลอะไร ท่านประธานครับ พอมาดูแล้วอำนาจของกระทรวง ของกรมนี้มากครับ มีอำนาจออกกฎกระทรวงตาม (๕) ของมาตรา ๙ โยงไปถึงมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ มาตรา ๒๐ (๔) บทบัญญัติเหล่านี้ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ให้อำนาจกรมทั้งสิ้น ในการที่จะออกมาตรการในการที่จะกำหนดเขตพื้นที่ที่จะต้องห้าม ผมกราบเรียน ท่านประธานว่ากระทบต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องบ้านผมจังหวัดชุมพร เรามีทั้งหมด ๘ อำเภอ มี ๒ อำเภอเท่านั้นละครับที่ไม่ติดชายฝั่ง ไม่ติดทะเล เพราะฉะนั้น ส่วนใหญ่ของพี่น้องภาคใต้ พี่น้องภาคตะวันออก พี่น้องฝั่งทะเลอันดามัน ได้รับผลกระทบ จากกฎหมายฉบับนี้อย่างแน่นอน ไหนจะมีกฎหมายการประมงห้ามอยู่ ไหนจะมีกฎหมาย ของอุทยานแห่งชาติห้ามอีก ไหนจะมีเรือตรวจของตำรวจน้ำ ไหนจะมีเรือตรวจของ กรมประมง ไหนจะมีเรือตรวจของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดี๋ยวก็มี เรือตรวจชายฝั่งอีก วันนี้พี่น้องชาวประมงทำมาหากินลำบากมากครับท่านประธาน ปีหนึ่ง มีฤดูมรสุมและมีเขตห้ามทำประมงอีกเยอะแยะตามกฎหมายต่าง ๆ หลาย ๆ ฉบับ ผมเกรงว่าสิทธิของพี่น้องประชาชนไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมตามกฎหมายฉบับนี้อย่างแท้จริง มีแต่อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการลงโทษตามที่กำหนดไว้ที่หมวด ๕ ตามมาตราต่าง ๆ ที่ผมได้อภิปรายมาเบื้องต้น ท่านประธานที่เคารพครับ จึงคิดว่าในหมวด ๒ ชุมชนชายฝั่ง เราต้องเพิ่มหลักการที่มารองรับการเข้ามามีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนให้ชัดเจน โดยจำเป็นที่จะต้องเพิ่มมาตรา ๑๓/๑ มาตรา ๑๓/๒ มาตรา ๑๓/๓ มาตรา ๑๓/๔ มาตรา ๑๓/๕ ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีหลักประกันและให้ความรับรองพี่น้องประชาชนว่าสิทธิเหล่านี้ ไม่ได้ถูกละเลย การใช้ทรัพยากรผมเข้าใจดีครับท่านประธาน ภาครัฐบาลก็ต้องการอนุรักษ์ ต้องการคุ้มครอง จริง ๆ แล้วก็มีเจตนาดีกับพี่น้องประชาชนครับ ต้องการรักษาทรัพยากร ให้พี่น้องประชาชนได้ทำมาหากินอย่างลงตัวอย่างพอดี แต่ว่ากฎหมายครับท่านประธาน จะออกมาตรการรุนแรงตึงไปก็ไม่ดี หย่อนไปก็ไม่ได้ครับ ดังนั้นความพอดีจะต้องปรากฏอยู่ ในกฎหมายทุกฉบับ ผมเข้าใจดีว่ากฎหมายฉบับนี้ก็มีลักษณะทำนองเดียวกันกับกฎหมายป่าไม้ กฎหมายอุทยาน มีข้อห้ามเยอะ มีปัญหากับพี่น้องประชาชนเยอะแยะ เราก็พยายาม แก้ปัญหาทั้งฝ่ายค้านทั้งฝ่ายรัฐบาลมาโดยตลอด แต่ฝากทางคณะกรรมาธิการว่าอย่างไร ก็กรุณานำหลักการที่พี่น้องประชาชนที่เสียโอกาสในวันนี้เนื่องจากยังติดขัดในเรื่อง กระบวนการของการเสนอกฎหมายโดยภาคประชาชน และฝ่ายค้านเองก็ได้หยิบยกมาเสนอ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้พูดได้อภิปรายหลายคนหลายฝ่าย แต่ว่าในที่สุดเราก็ทำได้แค่นี้ ก็ฝากความหวังในเรื่องกฎหมายฉบับดังกล่าวว่าจะได้ไปแปรญัตติในส่วนที่เป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนเพิ่มเติมให้มากยิ่งขึ้น ขอบพระคุณครับ