นริศ ขำนุรักษ์ เสนอการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยเน้นการคืนพื้นที่ป่าชายเลนที่ไม่ได้คืนให้รัฐหลังจากสัมปทานหมดสัญญา และการลงทุนเพื่อปกป้องตลิ่งพังทลายและปลูกป่าชายเลนให้ฟื้นตัว นอกจากนี้ยังหารือเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยมีคำเตือนเกี่ยวกับผลกระทบต่อชุมชนและประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. .... ซึ่งเรากำลังร่วมกันพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ที่กระผมบอกว่าผมเห็นด้วยโดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้
๑. เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่มีการพัฒนา มีการพิจารณากันมา โดยลำดับ ตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วจนมาถึงรัฐบาลชุดนี้
๒. ผมมีเหตุผลว่าขณะนี้ทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลายลงเป็นอย่างมากนะครับ
๓. ทรัพยากรป่าไม้อื่น ๆ มีกฎหมายจำเพาะดูแลอยู่แล้ว เช่น ป่าบก มี พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ร.บ. สวนป่า ป่าไม้ในอุทยานแห่งชาติดูแลโดย พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าก็ดูแลโดยพระราชบัญญัติสงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า แต่ยังมีทรัพยากรธรรมชาติอีกพื้นที่หนึ่งซึ่งมีจำนวนมหาศาล มีผลประโยชน์ของประเทศชาติมากมาย และมีผลกระทบต่อประชาชนหากไม่ได้รับการปกป้อง ดูแลอย่างดี ก็คือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เดิมก็มีกฎหมายดูแลอยู่บ้างแต่ว่าไม่ใช่เป็นกฎหมายเฉพาะ การมีกฎหมายฉบับนี้ก็เพื่อ มาคุ้มครอง มาปกป้อง มาดูแลทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่ง นี่คือสิ่งที่กระผม เห็นด้วยกับหลักการและเหตุผลของกฎหมายฉบับนี้ แต่ว่าผมมีข้อห่วงใยอยู่ ๓-๔ ประการสั้น ๆ ครับท่านประธาน
ประการที่ ๑ กฎหมายฉบับนี้ให้มีคณะกรรมการนโยบายและแผน ผมกลัวว่า จะเป็นเสือกระดาษเหมือนกับคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ คณะกรรมการนโยบาย ป่าไม้แห่งชาติกำหนดให้ประเทศไทยมีป่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ป่าลดน้อยลงเรื่อย ๆ ขณะนี้ ต่ำกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คณะกรรมการชุดนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ครับ เป็นเสือกระดาษ ผมกลัวว่า คณะกรรมการชุดนี้ครับ ชุดของร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง พ.ศ. .... ฉบับนี้จะเป็นเสือกระดาษเฉกเช่นเดียวกับคณะกรรมการนโยบายป่าไม้ แห่งชาติ ผมไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นนะครับ ถ้าประกาศว่าป่าชายเลนมี ๖,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ต้องให้มี ๖,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ต้องเพิ่มต้องเติมมาให้ได้ด้วยวิธีใดก็ตาม อย่าให้เป็นเสือกระดาษ เหมือนกับคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติซึ่งไม่สามารถทำป่าไม้ให้เป็นจริงได้เลย นี่เป็นเรื่องที่ ๑ ผมอยากให้มีอำนาจ มีบทบาท มีกลไกให้คณะกรรมการชุดนี้ ให้มีจนถึง สามารถที่จะมีอำนาจกำหนดให้หน่วยงานเพิ่มหรือป้องกันทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนะครับ
เรื่องที่ ๒ ผมขออนุญาตท่านประธานฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งกรุณานั่งฟังอยู่ในที่ประชุมและคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่จะเกิดขึ้น ประเทศไทยมีการให้สัมปทานป่าชายเลนไปเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วเป็นจำนวนมาก ทั้งไปเผาถ่านไม้โกงกางกับขุดแร่ในพื้นที่ป่าชายเลน แต่ว่ากราบเรียนท่านประธานครับ หลังจากป่าชายเลนหมดสัมปทานขณะนี้ไม่มีสัมปทานแล้ว ปรากฏว่าเจ้าของสัมปทานคืนป่า ให้กับกรมป่าไม้ กรมอุทยานไม่หมดนะครับ คืนไม่หมดไปทำเป็นนากุ้งส่วนตัวเสีย และซ้ำร้ายที่สุด ก็คือไปออกเอกสารสิทธิเป็นของตัวเอง ซึ่งออกได้อย่างไรครับ ในพื้นที่สัมปทานซึ่งมีสัญญา สัมปทานกับรัฐอยู่พื้นที่นั้นต้องเป็นของรัฐอย่างเดียวไม่เป็นอื่นไปได้ ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ ฝากท่านประธานถึงรัฐมนตรีไปช่วยสอบให้ผมหน่อยครับ ผมว่าขณะนี้เป็นล้านไร่นะครับ ที่อยู่ในมือของนายทุนที่เคยได้ประโยชน์จากสัมปทานป่าชายเลนแล้วไม่คืนรัฐ อยู่ในมือ ทำประโยชน์อย่างอื่น แปลงเป็นโรงแรม แปลงเป็นนากุ้ง แปลงเป็นผลประโยชน์ส่วนตัว ในขณะที่เดิมได้ผลประโยชน์มาแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ผมอยากฝากคณะกรรมาธิการไปพิจารณานะครับว่า ขอให้เรียกคืนพื้นที่เหล่านี้ พื้นที่ที่เป็นของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกลับคืนมาให้ได้ ทุกไร่ ทุกตารางนิ้ว ไม่ควรไปตกอยู่กับผู้มีผลประโยชน์ที่เคยได้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งนะครับ
เรื่องถัดมา เรื่องการพังทลายของดินของชายฝั่ง เราเคยอภิปรายในสภานี้ กันหลายครั้ง ประเทศไทยเรามีปัญหาเรื่องตลิ่งพังทลายอยู่ในหลายพื้นที่ปีละหลายพันไร่ แต่ว่ามีการสำรวจกันพบว่าถ้าลงทุนครั้งเดียวประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จบนะครับ ในสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ได้มีมติคณะรัฐมนตรีว่าให้ตั้งงบประมาณ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ในการทำเป็นปีแรกและจะมีการต่อเนื่องต่อมา ครบ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเมื่อไร ตลิ่งของประเทศไทยได้รับการปกป้องครบถ้วน แต่ว่าเสียดายครับ ไม่ได้ถูกปฏิบัติต่อมาหลังจาก รัฐบาลอภิสิทธิ์ ผมอยากให้ร่าง พ.ร.บ. ชุดนี้และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ตั้งงบประมาณดูแล ชายฝั่ง เพราะถ้าปีนี้พัง ๒,๐๐๐ ไร่ก็เท่ากับ ๒,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ปีหน้า ๒,๐๐๐ ไร่อีก ก็ ๒,๐๐๐ ล้านบาทอีก แต่ถ้าเราลงทุนทีเดียว ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เราจะสามารถปกป้อง ตลิ่งของประเทศไทยได้ครบถ้วนนะครับ เรื่องการปลูกป่าชายเลนเช่นกัน ผมกราบเรียน ท่านรัฐมนตรี เหมือนกับเอาเงินไปทิ้งทะเล ป่าโกงกางไม่ต้องปลูกแม้แต่ต้นเดียว ปกป้อง อย่าให้มีการเข้าไปบุก ให้ระบบของน้ำไหลเป็นปกติ มีน้ำขึ้นน้ำลง อย่าให้มีสิ่งขวางทางน้ำ เม็ดไม้ก็จะลงไปงอกงามขึ้นมาเอง ไม่ต้องปลูกครับ ป่าชายเลนสามารถฟื้นสภาพขึ้นมาเองได้ เพียงแต่ปกป้องดูแลอย่างเข้มข้นเท่านั้นเอง ประเทศไทยปลูกป่าชายแดนกันเยอะเลยครับ ประเทศไทยคนหากินกับการปลูกป่าชายเลนกันมากนะครับ เอาเงินไปทิ้งทะเลอย่างน่าเสียดายมาก ผมอยากให้รัฐมนตรีอย่าได้ปลูกแม้แต่ต้นเดียวเถอะครับ แต่ว่าป้องกันอย่างเข้มข้น อย่าให้มีใคร บุกรุกป่าชายเลน ผมเชื่อว่าจะทำให้สามารถที่จะปกป้องฟื้นฟูป่าชายเลนทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งฟื้นฟูขึ้นมาเอง
เรื่องสุดท้าย ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้พูดถึงเขตอนุรักษ์และพูดถึง การรับรองสิทธิชุมชน และพูดถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่อนุรักษ์ ตรงนี้เป็นเรื่อง ที่จะทำงานได้ยุ่งยาก รวมทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะไปทำงาน เพราะเขตอนุรักษ์ ในกฎหมายฉบับนี้อยู่ใน พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ถ้าเขตอนุรักษ์นี้อยู่ในเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าซึ่งก็มีอยู่ เขตอนุรักษ์นี้อยู่ในอุทยานแห่งชาติด้วย เขตอนุรักษ์นี้อยู่ใน พ.ร.บ. คุณภาพสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งก็ไม่เป็นปัญหาเท่าไร แต่ว่าถ้าเขตอนุรักษ์นี้อยู่ในเขตอุทยาน แห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่มีใครรับรองสิทธิชุมชนได้ ประชาชนไม่มีสิทธิเข้าไป มีส่วนร่วมได้ เพราะกฎหมายอุทยานแห่งชาติและกฎหมายเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่ยอม ที่จะให้ประชาชนเข้าไปดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ ปลูกต้นไม้ก็ไม่ได้ครับ อย่าว่าไปตัดเลย ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตอุทยานแห่งชาติ ตรงนี้ผมอยากฝากไปยังคณะกรรมาธิการ วิสามัญช่วยพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบด้วย แต่โดยหลักการทั่วไปผมเห็นด้วยที่จะรับหลักการ กฎหมายฉบับนี้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ