สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๓ มกราคม ๒๕๕๖

รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท หารือเรื่องร่างกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเรียกร้องให้เร่งดำเนินการแก้ไข

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่จริงทุกคนเห็นความสำคัญ ของภาคประชาชน แต่การแสดงพฤติกรรมมันสะท้อนว่าให้ความสำคัญมากน้อยแค่ไหน ดิฉันทวงถามไม่ใช่ ๒ อาทิตย์ ดิฉันทวงถามมานานมากแล้วโดยหลายวิธีการ แล้วที่ทวงถาม คำตอบที่ผ่านมาก็คือไม่มีร่างประกบ การที่บอกว่าเราจะต้องถี่ถ้วนแล้วมีทุกฝ่ายแล้วก็รอบคอบ ถ้าอยู่ในคณะกรรมาธิการมีทุกคนอยู่แล้ว มีทุกฝ่ายอยู่แล้ว มีฝ่ายรัฐบาล แล้วก็ยังมีที่ปรึกษา มีฝ่ายกฎหมายที่จะเข้ามาช่วยดู แล้วก็มีฝ่ายราชการอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการที่มันนานมานี่ ถ้าบอกว่ารอก่อนแล้วก็ชะลอไว้ก่อน ไม่ว่าเรื่องร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือร่างพระราชบัญญัติสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก็ตาม พูดถึงกฎหมายทุกฉบับมันก็จะมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แล้วถ้าท่านบอกว่า เมื่อมันมีการโต้แย้งก็เลยรอก่อน รอก่อนเป็นปีนะคะท่าน ถ้าไม่เป็นปีดิฉันจะไม่ทวงถามเลย ดิฉันก็สงสัยว่าทำไมรออะไรนานนักหนา เพราะฉะนั้นในเมื่อท่านพยายามที่จะชี้แจงแล้วก็บอกว่า ท่านเห็นความสำคัญทุกอย่างแต่ก็ต้องรอไว้ก่อนจนกว่ารัฐบาลจะพร้อม ที่จริงดิฉันก็ยังคิดว่า ถ้าท่านถามไปแล้วเขาไม่ตอบกลับมา อย่างเรื่องร่างพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การ บริหารส่วนตำบลอย่างที่ดิฉันเคยเรียน กระทรวงมหาดไทยตอบมาก่อนแล้วว่าไม่ขัดข้อง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ แล้วพอถึงตอนนี้พอวิปรัฐบาลถามกลับไป ๒ ครั้งแล้วไม่ตอบมาเลย ไม่ตอบมาเลย เราก็รอจนกว่าจะตอบหรือคะ หรือว่าเราต้องมีมาตรการอะไรในฐานะที่เป็นนิติบัญญัติ ในฐานะ ที่เวลาเราถามไปแปลว่าเราให้เกียรติมากแล้ว แต่ว่าสาระแล้วก็กฎหมายทั้งหลายมันก็เข้ามา อยู่แล้ว แล้วก็เป็นของภาคประชาชน แล้วเป็นภาคประชาชนที่รัฐบาลบอกว่ายืนยันทุกฉบับ นั่นละที่เป็นของภาคประชาชน แต่ว่าก็ยังไม่ได้เอาเข้ามาสักทีมันก็เป็นปัญหา เพราะฉะนั้น จะพูดเหมือนกับบอกว่าดิฉันนี่เดือดร้อนเกินไปแล้วก็ห่วงใยไม่ได้มากไปกว่าคนอื่น ดิฉัน ไม่ได้บอกว่าดิฉันห่วงใยมากกว่าคนอื่น ฉบับร่างของประชาชน แต่ที่ดิฉันลุกขึ้นทวงถาม ก็เพื่อที่จะให้รู้ว่าท่านอย่าละเลย แล้วท่านละเลยมามากเกินไปแล้ว ไม่ใช่ดิฉันห่วงใยมากกว่า คนอื่นแล้วคนอื่นไม่ห่วง ดิฉันไม่เคยมีความหมายอย่างนั้นเลย เพราะว่าเพื่อนสมาชิก ในพรรคประชาธิปัตย์ก็สนับสนุน เพียงแต่ว่าดิฉันเป็นคนที่จะลุกขึ้นมาถามแล้วก็เป็นคนถาม เท่านั้นเอง เตือนว่าท่านละเลยภาคประชาชนมากเกินไป รวมทั้งกฎหมายฉบับที่ ๔ นี้ด้วย ดิฉันก็ยังฝากว่า ๑. ดิฉันก็ยังยืนยันว่าร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. .... กับร่างพระราชบัญญัติสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็ขอให้เอามาต่อระเบียบวาระที่ ๔.๑ ระเบียบวาระที่ ๔.๒ ระเบียบวาระที่ ๔.๓ แล้วก็ต่อด้วย ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. .... ต่อด้วยร่างพระราชบัญญัติ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพราะที่จริงดิฉันว่ามันพูดง่ายเกินไปในการที่จะบอกว่าร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติมันมีมาตราที่บอกว่าสำนักงานจะต้องเป็นอิสระ เมื่อเข้ามาแล้ว ถ้าไม่ให้เป็นอิสระก็ไม่เป็นอิสระ เพียงแต่ทุกวันนี้ยังอยู่กับวุฒิสภาอย่างนี้มันก็ทำงาน ไม่คล่องตัว ถ้าท่านบอกไม่คล่องตัวผูกแขนเอาไว้อย่างนี้ก็ดีแล้วดิฉันว่าก็ไม่เห็นเป็นปัญหาเลย แต่มันมีกระบวนการสรรหา มันมีวิธีการมันมีจำนวนคนลดลง มันมีให้อำนาจเพิ่มขึ้น ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสามารถที่จะฟ้องแทนผู้เสียหายได้ เหล่านี้มันทำให้ ผู้เสียหายทั้งหลายซึ่งเป็นประชาชนผู้ด้อยโอกาสเสียโอกาสไปนานแล้วนะคะ เพราะฉะนั้น ก็เรียนท่านว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าเราเอาเข้ามาแล้วก็พูดคุยกันเสีย ขนาดมีคนตั้งคำถามว่าท่านไม่เอา กฎหมายคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้ามาเพื่อที่จะให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มีคนตั้งคำถาม มีข้อสังเกตเหมือนกันว่าหรือท่านจะรอร่างรัฐธรรมนูญใหม่แล้วก็ตัดองค์กร เหล่านี้ทิ้งไป เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็ยังไม่ต้องเอาเข้ามา มันมองได้เยอะค่ะถ้าท่านไม่รีบทำ อะไรก็ตามที่ทำให้คนอื่นเสียโอกาสมันมีคำถามได้เสมอ ท่านประธานคะ ดิฉันก็ยังยืนยันว่า ขอให้เลื่อนร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. .... กับร่างพระราชบัญญัติ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มาต่อระเบียบวาระที่ ๔.๓ แล้วก็เสนอให้เอาไปไว้ก่อนเรื่องที่ ๔ ในเรื่องที่เราจะประชุมก่อนเรื่องที่ ๔ แทนที่จะเป็น ต่อท้ายเรื่องที่ ๔ ๒ ประเด็น ขอบพระคุณค่ะ