วัชระ เพชรทอง สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. นี้ และเรียกร้องให้รัฐบาลยืนยันร่างกฎหมายที่มีมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และธีระ สลักเพชร โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการกระจายสื่อผิดกฎหมายและผลกระทบต่อเยาวชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยทั้งคณะรัฐมนตรี เพื่อน ส.ส. พรรครัฐบาล ท่านผุสดี ตามไท ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ และคณะ รวมถึงภาคประชาชน ซึ่งนำโดยนางสาวเข็มพร วิรุณราพันธ์ กับประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๒,๕๐๐ ท่าน ท่านประธานครับ นี่คือประโยชน์ของรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ที่ให้สิทธิพี่น้องประชาชนเพียงแค่ ๑๐,๐๐๐ คนเท่านั้นก็มีสิทธิเสนอกฎหมายได้ ไม่ต้องใช้ถึง ๕๐,๐๐๐ ชื่อเหมือนกับกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ แต่ประการใด แล้วกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่ดีได้อย่างไร พี่น้องประชาชนก็มานั่งอยู่ตรงนี้ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วร่างกฎหมายฉบับนี้นั้นผมจำได้ว่า ได้มีการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่สมัยท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และมีท่านธีระ สลักเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านประธานครับ ร่างฉบับนี้เสนอที่กระทรวงสาธารณสุข ทำไมต้องไปที่นั่นครับ ก็เพราะว่าทำเนียบรัฐบาล ในขณะนั้นมีพี่น้องเสื้อแดงมากันไม่ได้นัดหมายเป็นจำนวนมากมายทำให้รัฐบาลไม่สามารถ ทำงานได้ในทำเนียบรัฐบาล และต้องไปประชุมที่กระทรวงสาธารณสุข และในวันดังกล่าวนั้น ถ้าผมจำไม่ผิดมีเอ็ม ๗๙ (M79) ลงที่พรรคประชาธิปัตย์และที่กรมทหารราบที่ ๑๑ ด้วย ถึง ๒ นัด ก็ไม่ทราบว่าท่านผู้ใดอภินันทนาการไป ท่านประธานครับ แสดงว่ากฎหมาย ฉบับนี้มีมาตั้งแต่สมัยท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งแต่สมัยท่านรัฐมนตรีธีระ สลักเพชร และตามกฎหมายนั้นเปิดโอกาสให้รัฐบาลได้ยืนยันในการเสนอร่างกฎหมายต่อสภา เมื่อมีการเปลี่ยนสภาใหม่ แต่ปรากฏว่ารัฐบาล ประทานโทษที่เอ่ยนาม รัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้ยืนยันกฎหมายฉบับนี้ ปล่อยให้กฎหมายฉบับนี้ค้างคาอยู่ที่กระทรวงวัฒนธรรม ตั้งแต่สมัยภริยาท่านรัฐมนตรีท่านปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีเป็นเวลา ๑ ปีเศษ จนกระทั่งเสนอเข้ามา ในวันนี้ แม้นว่าจะช้าไปปีเศษก็ต้องขอขอบคุณที่รัฐบาลยังเห็นถึงความสำคัญของกฎหมาย ที่จำเป็นต้องมีกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เฉพาะชื่อกฎหมายก็น่าสนใจแล้วครับ กฎหมายใช้ชื่อว่าพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผมก็เลยสงสัยว่าสื่อทุกวันนี้นั้นไม่ปลอดภัย และไม่สร้างสรรค์หรืออย่างไร กฎหมายที่ท่านรัฐมนตรีสนธยา คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้มานั่งอยู่ต่อหน้าสภาผู้แทนราษฎรและนำเสนอมา เป็นร่างทั้งสิ้น ๓๕ มาตรา ของท่านอาจารย์ผุสดี ตามไท ประมาณ ๔๔ มาตรา และของ ร่างประชาชน ๔๓ มาตรา น่าสนใจทั้งสิ้นท่านประธานครับ มีเพื่อนสมาชิกได้เอ่ยถึง เด็กและเยาวชน เอ่ยถึงสื่อต่าง ๆ มากมาย ผมก็อยากจะตั้งข้อสังเกตว่าในสังคมไทยเรา ท่านประธานครับ เราต้องการเห็นเด็กและเยาวชนเป็นเด็กไทยที่มีวินัยและมีวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่วัฒนธรรมต่างชาติ แต่สภาพปัจจุบันเป็นอย่างไรครับ เราจะเห็นว่าเด็กไทยจำนวนมาก คลั่งไคล้วัฒนธรรมต่างชาติ ผมจะไม่เอ่ยชื่อชาตินั้น ๆ เพราะอาจจะกระทบกระเทือน และไม่เหมาะสม แต่การที่เด็กไทยไปนิยมวัฒนธรรมต่างชาติหรือนิยมอะไรที่เป็นของต่างชาติ เป็นเรื่องที่พวกเราซึ่งเป็นผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลควรที่จะตระหนักและไตร่ตรอง และควรที่จะหามาตรการในการที่จะทำอย่างไรให้เด็กรักวัฒนธรรมไทยและนิยมไทย เพราะฉะนั้นผู้ใหญ่ก็ต้องเป็นตัวอย่าง ท่านประธานครับ เราจะเห็นว่าเด็กนักเรียน ในต่างประเทศใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนนักเรียนด้วยกันตายหลายศพ หรือมือปืนซึ่งไม่ใช่เด็ก แต่ฆ่าเด็กตายหลายศพตามโรงเรียนต่าง ๆ หรือแม้แต่บุคคลที่ลักของขโมยของ เช่นไปขโมย วิทยุในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไปขโมยของในต่างประเทศ คนเหล่านี้ก็ไม่ได้เป็นผู้ใหญ่ ที่น่าชื่นชม และสังคมต้องชี้ให้เห็นว่าถ้าบุคคลใดมีประวัติเคยไปขโมยวิทยุหรือไปลักขโมย ของในห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศก็ไม่ใช่เป็นบุคคลที่ควรชื่นชมว่าเป็นคนดีและไม่ควร ที่จะเอาเยี่ยงอย่าง ท่านประธานครับ ผมเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบระบบเขต ในเขตหนองแขม เขตบางแค เขตภาษีเจริญ ผมได้เห็นถึงเด็กนักเรียนในกรุงเทพมหานคร ได้เห็นถึงชีวิตอันเศร้าสลดของเด็กนักเรียนในสลัม ในชุมชนแออัด ท่านประธานครับ นอกจาก ยาเสพติดไม่ใช่ยาบ้าแล้วนะครับ ยาไอซ์ เด็กนักเรียนติดยาไอซ์ ดมกาวนี่เรื่องปกติครับ และปัญหาที่ตามมาก็คือการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันสมควร ไม่นับสิ่งที่มอมเมายกตัวอย่างเช่น ร้านเกม ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน ณ ใจกลางกรุงเทพมหานครแห่งนี้ว่า ร้านเกมทุกร้านในเขตกรุงเทพมหานครต้องส่งส่วยให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สน. ทุกโรงพัก ตำรวจไปเก็บส่วยร้านเกมทำอะไรครับ เพราะร้านเกมเหล่านั้นให้เด็กเล่นเกมที่ผิดกฎหมาย ที่สื่อไปในทางด้านต่าง ๆ ผมก็จะละเว้นไม่พูดถึง แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับ ท่านอธิบดี กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนท่านบอกว่าเด็กที่ถูกกักกันอยู่ในสถานพินิจ และคุ้มครองเด็กและเยาวชน ๕๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเพราะมาจากร้านเกม คือต้องการที่จะ หาเงินไปเล่นเกมเลยต้องไปลักขโมยและทำผิดกฎหมาย ไม่ใช่ว่าติดยาเสพติดและไปติดคุก หรือไปถูกอยู่ในสถานกักกัน ไม่ใช่ครับ ๕๐ เปอร์เซ็นต์มาจากร้านเกม ท่านประธานครับ สื่อออนไลน์ต่าง ๆ ทั้งท่านประธานและผมเราตามไม่ทันเด็กครับ เราตามไม่ทันเยาวชน ซึ่งสื่อต่าง ๆ เหล่านี้สามารถที่จะเสพและเห็นได้โดยง่าย และเรากำลังเผชิญหน้ากับหายนะ อันร้ายแรงและรุนแรงซึ่งเป็นภัยจากนอกประเทศ ซึ่งส่งเข้ามาทางสื่อออนไลน์ ส่งเข้ามา ทางอินเทอร์เน็ต และเยาวชนของชาติเมื่อได้ดูอย่างไม่จำแนกแยกแยะว่าอะไรควร ไม่ควรก็จะประสบปัญหาและมีปัญหากับครอบครัว และจากปัญหาครอบครัวก็กลายเป็นปัญหาสังคมในที่สุด ท่านประธานครับ หรือแม้แต่ โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ซึ่งรัฐสภาก็มีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ทุกรายการดีหมดครับ จะเอออวยรัฐบาลหรือว่านิยมชมชอบก็ไม่ว่ากันเป็นสิทธิของท่าน แต่ดาวเทียมที่เดียวกับ ที่รัฐสภาไปเผยแพร่นั้นก็มีช่องหนึ่งครับ เผยแพร่สื่อลามกอนาจารตลอดเวลา เมื่อผมเห็นแล้ว ผมก็มีความรู้สึกว่าประเทศเราเสรีเกินขอบเขต และ กสทช. ยังไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ คือโดยสรุปแล้วผู้ใหญ่อย่างพวกเราละเลยต่อหน้าที่จึงทำให้มีสื่อต่าง ๆ เหล่านั้นปรากฏ ทั้งสื่อดาวเทียมและสื่ออินเทอร์เน็ตต่าง ๆ โดยที่กระทรวงของท่านไม่ได้ทำการปิดเว็บไซต์ หรือปิดสื่อเหล่านั้นได้อย่างทันท่วงที ท่านประธานครับ เราจะเห็นข่าวว่ามีเยาวชนของชาติ ซึ่งติดเกมมาตุฆาตมารดาของตนเอง คือฆ่าแม่ตัวเอง เพราะแม่บอกว่าให้เลิกเล่นเกมก็เลย ฆ่าแม่ด้วยอาวุธ ท่านประธานครับ เด็กไทยเป็นไปไม่ได้เลยที่จะฆ่าแม่ตัวเอง แต่เป็นเพราะเกม เป็นเพราะสื่ออินเทอร์เน็ตเหล่านั้นใช่หรือไม่ที่ทำให้เด็กไทยคนหนึ่งต้องมาฆ่าแม่ตัวเอง ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราต้องตระหนัก เพราะถ้าลูกของเราเด็ก ๆ อยู่ ๆ สามารถที่จะลุกขึ้นมาฆ่าแม่ตัวเอง เพราะแม่บอกว่าให้เลิกเล่นเกม สังคมเราวิกฤติครับท่านประธาน และเราต้องการสร้างสังคมไทยที่ดีในอนาคตงบประมาณ แต่ละปี ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ งบประมาณจำนวนมากเราได้เสียไป เพื่อการพัฒนาประเทศ แล้วเด็ก ๆ ของเราไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควรถูกละเลย เราจะแก้ไขปัญหา ได้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมได้เห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านที่แล้ว ท่านอาจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช ท่านนั่งอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ด้วย ผมกราบขอบพระคุณครับ สมัยท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านดูแลเด็กและเยาวชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องคุณธรรม ศีลธรรม และยังอนุมัติงบประมาณในการสร้างอาคารเรียน ให้กับเด็กชาวไทยภูเขาที่อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยอนุมัติงบเหลือจ่าย สร้างให้ทันที ๑ หลัง ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ดีที่เอื้อไปยังเด็กในชนบท ท่านประธานครับ หรือแม้กระทั่งงานวันเด็กที่ผ่านมาสภาแห่งนี้จัดเป็นอย่างไรครับท่านประธาน บอกว่า แจกจักรยาน ๑,๐๐๐ คัน ปรากฏว่ามีจักรยานเหลืออยู่ ๒๐๐ กว่าคันไม่ยอมแจกเด็ก เด็กบางคนครับมาตั้งแต่ตีห้าตัวเล็ก ๆ อายุ ๔ ขวบ ต้องการจักรยานสักคันหนึ่งรอจน พระอาทิตย์ตกดินก็ไม่ได้จักรยานแม้แต่คันเดียว แล้วเขาไปโพสต์ในอินเทอร์เน็ตในเว็บไซต์ ของพันธุ์ทิพย์บอกว่าสภาไทยโกหกทุกวัน ท่านประธานครับผมขอกราบขอบพระคุณ ในเจตนากุศลจิตของท่านประธานรัฐสภาที่มีความคิดที่ดีในการแจกจักรยานคันแรก ๑,๐๐๐ คัน แต่เจ้าหน้าที่ในสภาก็ทำให้เด็กผิดหวังกับสภาผู้แทนราษฎรและผิดหวังกับ ส.ส. เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ เราต้องชี้แจงให้เด็กเข้าใจว่า ส.ส. ทุกคนอยากให้จักรยานเด็กทุกคนที่มา แต่จักรยานที่เหลืออยู่ ๒๐๐ กว่าคันนั้น ผมก็ไม่ทราบว่าท่านจะกันไปให้ใคร แล้วเมื่อเกิดปัญหา เราต้องเยียวยาจิตใจเด็กและเยาวชนเหล่านั้นเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ในกฎหมาย ฉบับนี้ผมได้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างร่างของรัฐบาลที่ต้องการให้ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน แม้นว่าท่านจะยืนยันช้าเป็นเวลา ๑ ปีเศษ แต่ผมก็เห็นด้วย เพราะว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมีบุตรชาย ท่านย่อมมีหัวอกของความเป็นแม่และรู้ซึ้งในการที่จะพัฒนาสื่อ อย่างสร้างสรรค์และพัฒนา ท่านประธานครับ แต่เมื่อมาดูในมาตรา ๑๔ กรรมการต่าง ๆ ที่ท่านว่ามาจากกระทรวงต่าง ๆ มากมาย แต่ผมเห็นว่ายังขาด ขาดอะไรครับ ขาดบุคลากร สำคัญทางด้านศาสนา กองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์นี้จะสมบูรณ์ไม่ได้ ถ้าขาดตัวแทนด้านศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ หรือศาสนาพุทธ ต้องมีตัวแทน ด้านศาสนา ท่านอย่าไปฝากความหวังไว้กับปลัดกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ท่านประธานครับ เพราะอะไร เพราะในการพัฒนาสื่อของท่าน ท่านจะไม่มีความรอบรู้เท่าเทียมกับผู้รู้ ในศาสนาอิสลาม หรือผู้รู้ในศาสนาพุทธ ในศาสนาคริสต์ เพราะสร้างออกมาแล้วหรือไปดูแล้ว อาจจะขัดต่อหลักศาสนาในภาพบางภาพตัวอักษรบางตัวอักษรก็เป็นสิ่งที่ต้องห้ามแล้ว เพราะฉะนั้นผมเห็นควรว่าควรจะมีตัวแทนด้านศาสนาเข้าไปด้วยและโดยตัวผมเองก็จะ แปรญัตติในมาตรานี้ต่อไป ท่านประธานครับ ส่วนร่างของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธานผมก็เห็นด้วย อีกเหมือนกันแต่ก็คงไม่ดีเท่านายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานเอง แต่ผมก็สงสัยอีกครับ ท่านประธานว่าถ้านายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานแล้วท่านจะมีเวลามาประชุมหรือไม่ เพราะขนาดสภายื่นกระทู้ถามท่านยังไม่มาตอบเลย ผมก็สงสัยถ้าเราผลักภาระไปให้ ท่านนายกรัฐมนตรีเยอะ ๆ ในหลาย ๆ ร่างพระราชบัญญัติอาจจะเป็นปัญหาได้ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกประท้วง