สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๖ มกราคม ๒๕๕๖

จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือเรื่องการสนับสนุนกองทุนอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน และขอความช่วยเหลือจากท่านรัฐมนตรีและที่ประชุมในการแก้ไขปัญหาการควบคุมสื่อที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการสร้างสื่อโทรทัศน์ที่สร้างสรรค์และปลอดภัยเพื่อพัฒนาปัญญาของเด็กให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้า

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ แล้วก็ขอกราบขอบพระคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมที่มีความรู้ ความสามารถได้นั่งรับฟังปัญหาอยู่ในขณะนี้นะครับที่นำเรื่องนี้เข้ามา เหตุผลก็เพราะว่าผมนี่ สัมผัสกับสื่อตั้งแต่อายุประมาณ ๗ ขวบ สื่อมีหลายประเภทครับ หลายท่านก็ได้อธิบายไปบ้าง พอสมควรแล้ว แต่ที่ผมบอกอย่างนี้เพราะว่ากองทุนนี้เราฟังดูเหมือนจะทำงานครอบจักรวาล แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วมันมีขอบเขตอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นท่านประธานครับ ถ้าเกิดว่า ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ติดตามชมโทรทัศน์เมื่อสัก ๓๐ ปีที่แล้ว แล้วพอจำได้นะครับ เพราะมันมีรายการที่ชื่อว่าสโมสรผึ้งน้อย ถ้าใครพยักหน้านี้แสดงว่าพอมีอายุแล้วครับ เพราะเคยชม เราจะเห็นว่ารายการประเภทนี้ในสมัยอดีตมีเยอะ และผมก็เป็นหนึ่งในสมาชิก สโมสรผึ้งน้อยพูดไม่อายครับท่านประธาน อยู่กรุงเทพฯ คุณพ่อคุณแม่บอกว่าถ้าจะให้เด็ก มีความคิดสร้างสรรค์ในเชิงสื่อนี่ต้องไปแต่งเป็นมดแดงบ้างละ ไปใส่เป็นช่อดอกไม้ แล้วก็ ไปเล่นละครเวทีออกโทรทัศน์บ้างละ ผมจำได้ท่านประธานครับ ผมเป็นนักดนตรีไทยในวงต้นข้าว สมัยก่อนนี่นะครับฝึกกับอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ มีความรู้สึกว่าผู้จัดการวงคือ อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านท่านอยู่ภายนอกนี่นะครับ จะไปออก สื่อต่าง ๆ มันยากลำบากแสนเข็ญเหลือเกิน และกระผมจำได้อีกเช่นเดียวกันท่านประธานครับ ศูนย์สังคีตศิลป์ที่อยู่ตรงสะพานผ่านฟ้าของธนาคารกรุงเทพเป็นจุดหนึ่งที่เผยแพร่สื่อสร้างสรรค์ และสถานีโทรทัศน์ช่อง ๓ อสมท. สมัยก่อนอยู่หนองแขมผมไปออกได้ครั้งหนึ่งแล้วก็ จำความได้ครับว่าไปออกนี่ไม่เสียสตางค์ สถานีโทรทัศน์จัดรายการให้ครับ แล้วที่น่าสนใจ ไปกว่านั้นสมัยหนุ่ม ๆ นี่นะครับ ตื่นเช้าไปโรงเรียนนี่จะได้ยินรายการเจ้าขุนทองหกโมงเช้านี่ ได้ยินท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานพอจะดูโทรทัศน์เช้า ๆ นี่จะพอได้ยิน ผมเชื่อว่า ท่านพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ยื่นมานี่นะครับสอดรับกับผู้แทนราษฎร ๓-๔ ท่าน ทั้งจาก ฝ่ายค้านแล้วก็จากฝ่ายรัฐบาลครับ แต่ว่าผมมองภาพรวมอย่างนี้ท่านประธานครับว่าที่เรา พูดกันว่าเหนือเมฆนี่กองทุนนี้จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวหรอกครับ เต็มที่ก็หาเงินมาอยู่ตรงกลาง แล้วก็ทำหน้าที่ในการจัดหาสื่อโดยการช่วยเหลือ ผมกำลังมองในภาพรวมของกองทุนแล้วก็ พระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ฝากท่านรัฐมนตรี ฝากท่านประธาน และฝากท่านผู้แทนจากพี่น้องประชาชนครับ ผมไม่ได้มีโอกาสเข้าไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญ แต่สิ่งที่ท่านจะทำมันเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในวงการสื่อ และผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ เงินจะมาเท่าไร จะ ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท หรือจะ ๑,๘๐๐ ล้านบาทเท่ากับไทยพีบีเอส (Thai PBS) ทีวีไทย (TV Thai) ที่เขารับปีละ ๑,๘๐๐ ล้านบาท ตัดมาสักครึ่งไหมครับ ให้กองทุนคณะนี้ไหม แต่ประเด็นมันก็คือว่ากองทุนนี้กำลังทำตัวลักษณะคล้ายกับบริษัทโฆษณา ท่านประธานครับ บริษัทโฆษณาที่มีพื้นที่สีขาวเยอะ รายละเอียดไม่ว่าครับ ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต วิทยุ โทรทัศน์ มาทางมือถือ หรือแม้แต่กระทั่งบิลบอร์ด (Billboard) ท่านไม่มีอำนาจหรอกครับ ผมดูจากพระราชบัญญัติ ๓๖ มาตราที่รัฐบาลเขียน แล้วก็พี่น้องประชาชน แล้วก็ท่านผู้เสนอ อีก ๔๐ กว่ามาตรา แต่ท่านสามารถที่จะกดดันทางด้านสังคมได้ดังต่อไปนี้ครับ การกดดัน ทางสังคมของท่านท่านต้องทำเหมือนบริษัทโฆษณาครับ ท่านรู้ใช่ไหมครับว่าเวลาไหนคือ ไพรม์ไทม์ (Prime time) ไพรม์ไทม์คือเวลาที่คนดูละครครับ เหนือเมฆ ๒ เรยา ตบจูบ อกสั่นขวัญแขวน อกหักรักคุด ถ้าพิธีกรหรือว่าดารานักแสดงคนไหนไม่มีข่าวหลุด ภาพหลุด ไม่ดัง อย่างนี้ท่านมีโอกาสที่จะไปควบคุมหรือว่าแนะนำพี่น้องประชาชนได้ อันนี้ถือเป็น งานเอกเทศของกองทุนนี้นะครับ ในเรื่องของสื่อไม่ปลอดภัยผมเชื่อว่าท่านมีความรู้ อยู่แล้วละ แต่ว่าโลกมันกว้างมากขึ้นครับ เดี๋ยวนี้ใครอยากจะดูหนังที่มันขออภัยนะครับ ท่านประธาน วาบหวิว เขาบอกว่ากดเข้าไปในกูเกิล เสิร์ช (Google search) คำว่า วาบหวิว ขึ้นมาเป็นหมื่นเป็นแสนเว็บ (Web) เด็กมีช่องทางเข้าเยอะแยะครับ แต่ผมถามว่าเราจะไปปิดกั้น ได้อย่างไรเขานั่งอยู่ที่บ้าน แต่คณะกรรมการกองทุนที่ท่านกำลังหามาจะมาโดยทางไหน ก็แล้วแต่ รัฐบาลจะแต่งตั้งหรือจะใช้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงวัฒนธรรมก็แล้วแต่ ผมมองว่า ท่านต้องมีเป้าหมายครับว่าไม่ใช่การแทรกแซง ไม่ใช่การสั่งสอน แต่เป็นการแนะนำ และเพิ่มจุดขาวให้มันมากขึ้นในวงกลมสีดำ ความหมายของผมก็คืออย่างนี้ท่านประธานครับ ข่าวดีประเทศไทยมีไหมครับ จักรยานสีแดงยังคิดได้ นี่ถ้าเกิดซื้อจักรยานสีเหลืองเข้ามาเยอะ ๆ ของประธานสภาที่พูดเรื่องงานวันเด็กก็กลายเป็นประเด็นอีก แต่ว่าตรงนี้ละครับคือหน้าที่ ของคณะกรรมการและพี่น้องประชาชนที่จะเข้าไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ท่านเสนอสิครับว่า อำนาจของกองทุนนี้ไม่ใช่การใช้เงิน พอพูดถึงกองทุนปุ๊บมันคือเงิน พอมีเงินปุ๊บมันมีอำนาจ ท่านประธานครับ ต่อไปนี้ท่านจะซื้อเวลาช่อง ๗ ได้ไหมล่ะ หกโมงเช้าถึงเจ็ดโมงเช้า ชั่วโมงหนึ่งเท่าไร ท่านประธานทราบไหมครับ ค่าเวลา ๒๐๐,๐๐๐ บาท ช่อง ๗ ยังราคาลดแล้ว ด้วยนะครับ ช่อง ๓ ก็อยู่ประมาณนี้ ช่อง ๙ ถ้า ๘ โมงครึ่งถึง ๙ โมง ๑๕๐,๐๐๐ บาท เช่าเวลาครึ่งชั่วโมงนะครับท่านประธาน นี่ยังไม่นับรวมโปรดักชัน (Production) ยังไม่รวม ครีเอทีฟ (Creative) ที่อยู่ในหัวอีก และเป็นหน้าที่ของท่านที่จะต้องคิดต่อ ท่านไม่สามารถ ห้ามเรยาได้ ท่านไม่สามารถห้ามเหนือเมฆ ๗ เหนือเมฆ ๘ ได้ถ้าเขาจะฉาย ท่านไปสั่งแบน (Ban) เขาได้อย่างไรล่ะครับ ไม่ได้หรอกครับกองทุนนี้ เพราะฉะนั้นไม่พูดถึง ผมกำลังจะพูดถึง จุดขาวเล็ก ๆ ในวงกลมสีดำมันจะค่อย ๆ ขยายครับ ปี ๒๕๓๕ เริ่มแล้ว ปี ๒๕๔๖ ทำท่าว่า จะดีก็เลิกไป ปี ๒๕๕๖ มาใหม่วันนี้เป็นนิมิตหมายอันดีท่านประธานครับ

เรื่องต่อมาที่ผมอยากจะบอกท่านนะครับ รายการดี ๆ สำหรับเด็กท่านต้อง เอาให้ชัด เหมือนท่านรู้เลยครับว่า ๑ ทุ่มคือข่าวจะมา ๒ ทุ่มเราดูข่าวในพระราชสำนัก จบปุ๊บ รอดูละครต่อ ๔ ทุ่ม ดูคุณกิตติ สิงหาปัด ดูคุณนารากร ติยายน ช่อง ๗ ดูช่อง ๓ นี่คือเวลาที่ มันฟิกซ์ (Fix) แล้วเห็นชัดเจนครับ สมัยก่อนลูกชายผมวันเสาร์ วันอาทิตย์ ท่านประธานครับ ชอบเปิดดูการ์ตูนช่อง ๙ เพราะเปิดมา ๗ โมง ๘ โมงเขาเจอการ์ตูน แล้วเป็นเวลาที่เด็กจะรู้ เลยว่าได้ซึมซับการ์ตูนที่มีแง่คิด ต่าง ๆ ชื่นชมน้าต๋อยเซมเบ้ ลูกผมพูดครับ ครับพ่อ ได้ครับ มาจากการ์ตูนที่เป็นเชิงสร้างสรรค์ เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยมันหลงลืม อะไรก็ข่าวการเมือง อะไรก็เรยา เมื่อเช้านี้ผมเจอคุณฉัตรชัยเดินไปตึกวุฒิสภาที่เขามาชี้แจงเรื่องเรยา ผมก็ตื่นเต้น ว่าอะไรกันนักกันหนากับละคร เพราะฉะนั้นกองทุนนี้ละครับท่านผู้แทนประชาชนครับ ท่านต้องทำงานในเชิงรุกและทำให้คนจำได้ เช่นถ้าวันเสาร์ วันอาทิตย์นี้ช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ ช่อง ๑๑ ไทยพีบีเอส หรือแม้แต่กระทั่งทีวีดิจิตอล (Digital) ที่จะเกิดขึ้นอีก ๓๐-๔๐ ช่อง ท่านฟิกซ์เวลาเลยครับ กองทุนนี้มีหน้าที่ซื้อเวลาจากสถานีโทรทัศน์ และสถานีโทรทัศน์ มีหน้าที่ที่จะสนับสนุนส่วนลดพิเศษ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ลด ๗๐ เปอร์เซ็นต์ได้ไหม เช่า ๓๐,๐๐๐ บาท อย่างนี้นะครับมันเกิดความชัดเจนขึ้น ท่านห้ามไม่ได้หรอกครับถ้าเขาจะเขียนบทตบจูบ จะไปกระแทกนักการเมืองฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล มันห้ามเขาไม่ได้ครับ มันเป็นโรคเสรี ทางความคิด แต่ท่านสามารถเพิ่มจุดขาวในวงกลมสีดำได้ท่านประธานครับ

ประเด็นต่อมาครับ นอกจากท่านเป็นผู้ที่นำเสนอเรื่องราวของรายการแล้วมันมี ทั้งข่าวดีประเทศไทย ท่านทำได้นี่ครับ คือคนเบื่อครับวัน ๆ ดูแต่ข่าวร้ายประเทศไทยกันทุกวัน แต่ถ้าใครอยากดูข่าวดีประเทศไทยมาพบกับสถานีโทรทัศน์ของกองทุนตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็เปิดชมเลยแหมมันชื่นใจ มีเด็กคนหนึ่งเหมือนเด็กหญิงวัลลีเดินไป ๑๐๐ กิโลเมตร ไปกลับเพื่อหาเงินเลี้ยงคุณยาย ฟังแล้วมีพลัง ข้าราชการทำงาน เจอ ส.ส. กวน ๆ บ้าง แต่ตั้งใจทำงานก็โอเค ส.ส. เจอข้าราชการกวน ๆ บ้างแต่ตั้งใจทำงานก็ดูสื่อสร้างสรรค์ เวลาผมดูโทรทัศน์นี่ท่านประธานครับ ผมมีปัญหามากกับเรื่องโทรทัศน์ เพราะผมแยกแยะ ไม่ออกว่าอันนี้ผมดูแล้วผมเฉย ๆ กับอันนี้ลูกชายผมดูแล้วปฏิบัติตาม ทุกวันนี้เขาชอบ ขอโทษครับท่านประธานครับ สกายคิก เพราะดูการ์ตูนคาคูเรนเจอร์ อ้ายมดแดง มดเขียว วี ๘ (V8) เป็นแผ่นซีดี (CD) อะไรเยอะแยะไปหมด ผมก็พยายามจะหาเด็กหญิงอะไร ผึ้งน้อยผจญภัยนักสำรวจมา แต่เด็กดูไปได้ ๑๐ นาทีท่านประธานครับบอกพ่อฟอร์เวิร์ด (Forward) เถอะ ไม่อยากดูเพราะมันไม่ได้เกิดแรงกระตุ้น กองทุนนี้ครับ ท่านไม่ต้องไปใช้ ผ่านสื่อโทรทัศน์จากฟรีทีวี (Free TV) ท่านมีเงินไม่พอหรอกครับ ไทยพีบีเอสมีเงินปีละ ๑,๘๐๐ ล้านบาทยังทำได้เท่านั้น แล้วผมถามว่ากองทุนท่านมีเท่าไร ถ้าท่านมีกองทุนประเดิม รัฐบาลมอบให้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมเชื่อว่าไม่ถึง แล้วท่านจะไปรอเงินบริจาคต่าง ๆ นานา ลำบากครับ

เรื่องต่อมาที่เกี่ยวข้องกันครับ เมื่อท่านเป็นผู้สร้างแล้วท่านเป็นกระบวนการ ที่ภาษาเขาเรียกกันว่าเกทคีปเปอร์ (Gatekeeper) หรือการควบคุมสื่อที่จะออกไปนี่นะครับ ท่านต้องมีคนมีความรู้ความสามารถ ไม่ต้องเป็นกลางหรอกครับ จะใครก็แล้วแต่ขอให้มี ความรู้ความสามารถในด้านสื่อแล้วมองลงไปที่เด็กและเยาวชน ไม่ต้องยุ่งการเมือง ไม่ต้องยุ่ง เรื่องเศรษฐกิจ เอาพัฒนาปัญญาของเด็กเพื่อให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้า อย่างนี้คือ เหตุผลที่น่าจะทำนะครับ

เรื่องต่อมาที่ผมพูดว่ากองทุนนี้ท่านไม่ได้มีอำนาจใหญ่โตหรือครับ เต็มที่ ท่านก็มีสตางค์ แต่สตางค์ของท่านแปรเปลี่ยนเป็นกระดาษได้ครับ กระดาษที่ผมว่านี่นะครับ สมมุติผมเป็นผู้ผลิตรายการ บริษัท จิรายุ ห่วงทรัพย์ จำกัด ผลิตรายการป้อนให้กับช่อง ๓ เป็นรายการตอนตี ๑ ค่าเช่าเวลา ๓๐,๐๐๐ บาท กลุ่มเป้าหมายก็ไม่มีเด็กดูอยู่แล้วละครับ มีคุณพ่อคุณแม่ แต่ท่านที่เคารพครับ ท่านประธานครับ ฝากไปยังคณะกรรมการที่จะมี โอกาสเป็นในอนาคตและถูกบันทึกไว้ในที่นี้ครับ บางเรื่องนี่เรามักจะสื่อสารถึงเด็กโดยตรง แล้วให้เขาคิดเอง แต่บางเรื่องมันไม่จำเป็นหรอกครับ สื่อสารถึงผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็สื่อสารต่อ ไปยังเด็กได้ เพราะบางทีผู้ใหญ่ก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่องครับ บางเรื่องเขาก็ไม่เข้าใจทุกเรื่อง แต่ได้รับ ความรู้จากผู้ใหญ่ ท่านประธานเคยฟังเพลงของพี่แจ้ไหมครับ หนอนน้อยตัวหนึ่ง เด็กคนหนึ่ง ไปเอามาใส่ไว้ใต้หมอนแล้วนอนฝันดี ไม่เคยได้ยินครับ เด็กไม่รู้หรอก แต่รู้จากผู้ใหญ่ ท่านประธานครับ เพราะผู้ใหญ่บอกด้วยเพลง อย่างนี้นี่ท่านหยิบมาไหม เพลงเช่นนี้ท่านเอา ไปเปิดในวิทยุ ท่านซื้อเวลาเลยแล้วท่านอธิบายต่อ มันเป็นปัญญากับผู้ใหญ่ครับ แล้วผู้ใหญ่ ไปอธิบายเด็กว่าความสวยมันไม่ได้อยู่ในหีบหรอก มันคือธรรมชาติ เพราะฉะนั้นผมจึงบอก ท่านต่อไปครับว่าการที่จะสร้างสรรค์ประเทศไทยด้วยสื่อสร้างสรรค์และปลอดภัยนี่ท่านต้อง เป็นผู้ให้ แปลงเงินจากกองทุนเป็นกระดาษครับ ความหมายกระดาษก็คือประกาศนียบัตร ท่านต้องมีครับ สื่อไหนก็แล้วแต่ที่ท่านคิดว่าคณะกรรมการมีเหตุมีผลนี่นะครับ ท่านให้ ประกาศนียบัตร บอกเลยครับรายการตอนเช้า สตรอเบอรี่ชีสเค้กดูแล้วกลุ่มผู้หญิง แต่งตัว โป๊เกินไปหรือจะแต่งตัวดีเกินไปท่านมอบรางวัลครับ แต่ถ้าไม่ใช่สื่อที่มันเป็นกลุ่มของสื่อ ปลอดภัยสื่อสร้างสรรค์ จะตบจูบ ตบจูบนี่ไม่ต้องไปยุ่งกับเขาครับ เขามีกระบวนการ ตรวจสอบทางสังคม ประชาชนห้ามไม่ได้ บางคนยังชอบดูละคร แต่ท่านมีอำนาจในการเสนอ สื่อเข้าไปในละครนั้นได้ครับ เดี๋ยวนี้ผมดูละครตอนกลางวันท่านประธานครับ วันเสาร์ วันอาทิตย์มีเวลาเปิดโทรทัศน์ดู โฆษณาแฝงเข้าไปเยอะครับ พิธีกรบ้างละ ดาราใส่เสื้อยี่ห้อสินค้า เดินกันหยิบกาแฟแก้วนั้น เปิดตู้เย็นมาเห็นเบียร์ยี่ห้อนั้นเยอะแยะไปหมดครับ ท่านก็ทำ เช่นเขาได้เหมือนกัน ไม่ได้ให้เขาทำได้อย่างเดียวนี่ครับ ท่านอาจจะเปิดประตูมาเจอคัมภีร์ หรือเจออะไรที่ดี ๆ แล้วแทรกเข้าไปก็ย่อมทำได้ครับ ละครเรื่องหนึ่งเราดูหนังต้นเรื่อง ตั้งแต่นาทีที่ ๑ ถึงนาที ๑๒๐ ท่านประธานครับ พระเอกนี่มันจะไปดังตอนท้าย แรก ๆ มันก็ เลวร้ายมา มีตบ มีจูบ มีสารพัด แต่สุดท้ายปลายทางแล้วจบแบบแฮปปี้ เอ็นดิ้ง (Happy Ending) ทุกคนยกนิ้วให้กับพระเอก ตำรวจมาอย่างนี้เป็นต้น ไม่จำเป็นหรอกครับที่จะต้อง ใช้เงินทุกสิ่งทุกอย่าง ใช้ปัญญาและให้ความรู้สึกกับองค์กรต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ นอกจากนี้ท่านประธานครับ สื่อสร้างสรรค์นี่เรามักจะมองโทรทัศน์รูปแบบใหม่ หลานผม เรียนมหาวิทยาลัยเรียนทางด้านสื่อสาร เขาบอกว่าตอนนี้มันแทรกซึมเข้าไปในมหาวิทยาลัยเยอะ แล้วคิดในเชิงบวก เชิงลบไม่ต้องพูดถึงนะครับท่านพูดกันไปเยอะแล้วอินเทอร์เน็ต อันนี้แล้วแต่ เชิงบวกคือการสนับสนุนกิจกรรมของเด็กในรูปแบบสื่อสาธารณะ เช่น นักศึกษา คณะหนึ่งอยากจะทำละครเวทีเป็นละครน้ำดี เขาทำละครเวทีจบนะครับมันก็อยู่แค่บนเวที จบแล้วจบกันนะครับ มีเพื่อนดูอยู่ประมาณ ๑๐๐ คนแค่นั้นเองครับ แต่ถ้ากองทุนนี้เข้าไป สนับสนุนไปบันทึกเทป (Tape) เอาออกมาขยายความต่อเพราะดูแล้วนี่สุดยอดเด็กคิดต่อแล้วได้ปัญญา อย่างนี้ท่านต้องสนับสนุนด้วยวิธีการเช่นนี้ครับ เพิ่มจุดขาวในวงกลมสีดำให้มันขยายวง มากขึ้น มากขึ้นทุกวัน เพราะฉะนั้นการทำสื่อสร้างสรรค์และปลอดภัยไม่ได้หมายความว่า ต้องไปห้ามคนอื่นเขานะครับ เพราะฟังมานี่ส่วนใหญ่ไม่อยากให้อ้ายนั่นออก ไม่อยากให้รายการนี้ ที่ผ่านมาท่านประธานครับ มุมมองของคนดูสื่อนี่อยู่ที่คนมองครับ ๓ คนยลตามช่องครับ บางคนบอกดูเหนือเมฆชอบเพราะว่าจะได้รู้ บางคนบอกว่าไม่ได้เดี๋ยวกระทบคนนั้นคนนี้ บางคนบอกไม่ได้มีกฎระเบียบ มันตอบไม่ได้จริง ๆ ครับว่าแบบไหน แต่พวกท่านก็ไม่ใช่ ผู้พิพากษาที่จะไปชี้ผิดชี้ถูกว่าแบบนั้นถูกแบบนั้นผิดท่านกำลังเป็นซูเปอร์ฮีโร่ (Superhero) ของเยาวชนในปีนี้ถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านนะครับ ซูเปอร์ฮีโร่ของคณะกรรมการชุดนี้ ก็คือว่าท่านได้เพิ่มจุดขาว ๆ บนวงกลมสีดำด้วยวิธีการหลากหลายรูปแบบครับ เช่น สร้างสรรค์ ส่งเสริม และประณาม ประณามในความหมายของผมไม่ได้ไปชี้หน้าว่ารายการนี้อย่าไปดู ฉ น้อยไปแล้ว น นี่น้อยไปแล้ว มันต้อง ง คือโง่เท่านั้นถึงจะดูได้ไม่ได้ครับ วิธีการผมเชื่อว่า นักครีเอทีฟ นี่ผมเรียนจบมหาวิทยาลัยผมเป็นก๊อบปี้ไรเตอร์ (Copywriter) ผมเขียน คำโฆษณาลมมันเย็นสารพัด ผมทำโน่นทำนี่ ผมรู้ว่าวิธีการแทรกซึมเข้าไปในด้านสื่อสร้างสรรค์ จะทำอย่างไร เวลามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตอนเป็นนักข่าว ตอนเป็นผู้ประกาศข่าว มีคนบอกว่ายอดเยี่ยม พอบอกเป็นนักการเมือง ทุกคนบอกเอ้อ อะไรล่ะครับ เพราะฉะนั้น การทำสื่อสร้างสรรค์ท่านต้องสร้างสรรค์ ส่งเสริม และประณาม

ประเด็นต่อมาครับ เรื่องของคณะกรรมการ ที่มานะครับ ผมดูจากพระราชบัญญัติ ที่ลักษณะคล้ายกันนี่นะครับ ก็คือว่าจะใช้คนของกระทรวงวัฒนธรรมของท่านรัฐมนตรี ไม่ติดใจครับ แต่ถ้าเป็นไปได้เอาคนหลากหลายผมอ่านดูก็ไม่ได้ว่าอะไรท่านห้ามนักการเมือง ห้ามโน่นห้ามนี่พวกผมไม่ได้ติดใจครับ แต่ผมได้แสดงความคิดเห็นในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมฝากท่านกรรมาธิการวิสามัญที่ท่านจะเข้าไปประชุมครับ สถานะของกองทุนนี่ ท่านโชคดีครับมันเป็นงบประมาณแบบที่ผมเรียกว่าแบบปลายเปิด คือทำเท่าไรก็ได้ เข้ามาเท่าไรไม่ต้องออกเพราะท่านไม่ต้องส่งคืนคลัง เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการนี่ อย่าให้มันเกิดเหมือนในอดีต บันทึกไว้ในที่นี้ก็คือว่ากองทุนนี้จะทำเพื่อการสร้างสรรค์ โดยเชิงกลยุทธ์คือการรุก รับ และชื่นชม ผมหวังว่าจะเห็นรายการตอนแปดโมงเช้า วันเสาร์ วันอาทิตย์ ผมชอบช่อง ๗ นะครับ นี่ชมตรง ๆ จักร ๆ วงศ์ ๆ กันตั้งแต่เกิดมานี่นะครับก็ยังเห็น จนอายุ ๔๐ กว่าปียังชอบอยู่เลยนะครับ คือแม้จะไม่ได้อะไรมากก็รู้แล้วเสด็จพี่จะไปนั่น เสด็จน้องจะมานี่ พระมเหสีจะนั่งตรงนี้ แต่มันได้วัฒนธรรมความเป็นไทย อย่างน้อย เราก็ยกมือสวัสดี เราเดินก้มหลังอ่อน ๆ ผ่านผู้หลักผู้ใหญ่เรามีมารยาทจากละคร จากภาพยนตร์ ที่มันเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เรามั่นอกมั่นใจว่าเปิดมาแล้วเจอ แต่หลัง ๆ นี้มันจะเริ่มทานไม่ไหวครับ สถานีโทรทัศน์บอกว่าถ้าให้เธอเช่าชั่วโมงละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่ถ้าฉันให้คนอื่นเช่าชั่วโมงละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท เงินมันไปควบคุมทุกอย่างหมดแล้วในกลไกประเทศนี้ครับ สรุปโดยใจ ความสั้น ๆ อย่างนี้ท่านประธานครับ รัฐบาลมีหน้าที่ส่งเสริมนะครับแต่ไม่ใช่แทรกแซง มีหน้าที่ส่งเสริมเงินทุนและชี้นำปัญญาและให้อาวุธ ท่านมีช่องของรัฐบาลเยอะแยะมากมาย เอกชนท่านขอเขาไม่ได้แต่ท่านมีกลไกของรัฐครับทั้งอัตราภาษี อีกนิดเดียวท่านประธานครับ หลายท่านรู้จักหมู่เกาะนามิ ผมไม่เคยไปประเทศเกาหลีครับ แต่ผมทราบความจากน้อง ๆ บอกว่านี่พี่ถ้าเกิดมีโอกาสอยากไปเที่ยวประเทศเกาหลี ผมถามว่าทำไมครับ เขาบอกว่า กระทรวงวัฒนธรรมประเทศเกาหลีนี่เขามีแคมเปญ (Campaign) พิเศษ ๘,๐๐๐ บาท กรุงเทพฯ-เกาหลี ผมถามคุณจะไปดูอะไรเขาอยากไปดูหุ่น ๒ คนที่ยืนกอดกัน ผมจำชื่อหนังไม่ได้ แต่ว่าเป็นเกาะนามิที่รัฐบาลของเกาหลีใต้ส่งเสริมวัฒนธรรมแล้วก็มาฉายในเมืองไทยทำให้ คนแห่แหนอยากจะไปครับ อย่างนี้กองทุนต้องทำนะครับ นอกจากทำในประเทศแล้ว ให้คนไทยดูแล้วประเทืองปัญญาต้องทำให้ต่างชาติเขาเห็นด้วยว่ามาเมดอินไทยแลนด์ (Made in Thailand) แล้วไม่ใช่ไปพัฒน์พงศ์ พัทยาอย่างเดียวมันต้องไปที่อื่น ตลาดน้ำ ไปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปแม่น้ำเจ้าพระยาบ้าง อย่างนี้ก็ต้องทำนะครับ กองทุนนี้ก็มี ส่วนเกี่ยวข้อง ผมฝากข้อคิดไว้อย่างนี้ว่า อำนาจเป็นของท่านท่านจะจัดการบริหารเรื่องนี้ อย่างไรก็คิดถึงเด็กน้อยตาดำ ๆ ที่เริ่มเติบโตขึ้นมาจะได้ไม่เป็นเด็กแข็งกร้าวแล้วก็รู้จัก อ่อนน้อมถ่อมตน ขอบพระคุณครับท่านประธาน