ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ชี้แจงเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ทำให้มาตรา 54 ตรี และมาตรา 57 แห่งประมวลรัษฎากรไม่สามารถใช้บังคับได้ และขอให้ตราพระราชกำหนดเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการเสียภาษีเงินได้และยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินของผู้มีเงินได้ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย หารือเรื่องการแก้ไขภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยเน้นย้ำถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ว่าการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากสามีและภรรยาตามมาตรา 57 ตรี และมาตรา 57 เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร เป็นการจำกัดสิทธิสามีและภรรยาในการยื่นรายการและเสียภาษี และขอให้ตราเป็นพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2555 เพื่อให้สิทธิผู้เสียภาษีเลือกยื่นรายการและเสียภาษี โดยจะยื่นรายการ และเสียภาษีรวมกันหรือแยกต่างหากจากคู่สมรสก็ได้
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากทางรัฐบาล ให้มาชี้แจงแถลงต่อสภา กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ โดยที่ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัย ที่ ๑๗/๒๕๕๕ ว่า มาตรา ๕๔ ตรี และมาตรา ๕๗ เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร ขัดหรือแย้งต่อมาตรา ๓๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน บทบัญญัติดังกล่าวจึงเป็นอันใช้บังคับไม่ได้ตามมาตรา ๖ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งทำให้มีความจำเป็นต้องกำหนดหลักเกณฑ์ในการเสียภาษีเงินได้ และการยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินของผู้มีเงินได้ที่เป็นสามีและภรรยาขึ้นใหม่ บางประการ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรในเรื่องดังกล่าวเพื่อใช้ บังคับสำหรับการยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินประจำปี ๒๕๕๕ เป็นต้นไป ทั้งนี้ ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินประจำปีภาษี ๒๕๕๕ ในปี ๒๕๕๖ ซึ่งต้องเริ่มยื่นตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้เป็นต้นไป ประกอบกับการจัดเก็บภาษีเงินได้ และการบริหารจัดเก็บภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เป็นเครื่องมือทางการคลัง ที่สำคัญของรัฐในอันที่จะทำให้ทางรัฐสามารถจัดเก็บภาษีอากรซึ่งเป็นรายได้ที่สำคัญ ต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้ และโดยที่เป็นกรณีฉุกเฉิน ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ ของประเทศ จึงต้องตราเป็นพระราชกำหนดนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมขอกราบเรียนว่า เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัย ที่ ๑๗/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ว่า การจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากสามีและภรรยาตามมาตรา ๕๗ ตรี และมาตรา ๕๗ เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร เป็นการจำกัดสิทธิสามีและภรรยาในการยื่นรายการและเสียภาษี ถือว่าไม่ส่งเสริมความเสมอภาคของชายและหญิง และยังเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องสถานะของบุคคลภายหลังจากการสมรส กรณีดังกล่าวจึงขัดหรือแย้งต่อมาตรา ๓๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ดังนั้นบทบัญญัติตามมาตรา ๕๗ ตรี และมาตรา ๕๗ เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร จึงเป็นอัน ใช้บังคับไม่ได้ตามมาตรา ๖ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่งผลต่อการใช้สิทธิยื่นรายการและเสียภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาของสามีและภรรยา ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องมีการแก้ไขปรับปรุงและเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากรในส่วนของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้กฎหมายใช้บังคับทันสำหรับเงินได้พึงประเมินปีภาษี ๒๕๕๕ ที่ต้องยื่นรายการในปี ๒๕๕๖ จึงมีความจำเป็นต้องตราเป็นพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
ข้อ ๑ ให้สิทธิผู้เสียภาษีเลือกยื่นรายการและเสียภาษี โดยจะยื่นรายการ และเสียภาษีรวมกันหรือแยกต่างหากจากคู่สมรสก็ได้ ซึ่งแตกต่างจากเดิมซึ่งกำหนดให้ถือว่า เงินได้ของภรรยาเป็นเงินได้ของสามี และให้สามีเป็นผู้ยื่นรายการและเสียภาษี โดยภรรยา จะสามารถแยกยื่นรายการและเสียภาษีต่างหากจากสามีได้เฉพาะเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา ๔๐ (๑) อันได้แก่เงินเดือน ค่าจ้างเท่านั้น
ข้อ ๒ ในกรณีที่ใช้สิทธิยื่นร่วมกันจะยื่นรายการและเสียภาษีในนามของสามี หรือภรรยาก็ได้ ซึ่งแตกต่างจากเดิมซึ่งจะต้องใช้สิทธิยื่นในนามสามีเท่านั้น
ข้อ ๓ สำหรับกรณีการใช้สิทธิยื่นรายการแยกต่างหากจากกันได้มีการกำหนด หลักเกณฑ์ดังนี้ คือหากสามีหรือภรรยามีเงินได้พึงประเมิน ซึ่งไม่สามารถแยกได้อย่างชัดเจน ว่าเป็นเงินของสามีหรือภรรยา ให้สามีและภรรยาสามารถเลือกได้ว่าจะให้เงินได้พึงประเมิน ดังกล่าวเป็นของสามีและภรรยาฝ่ายละกึ่งหนึ่ง
นอกจากนี้ยังให้สิทธิเพิ่มเติมว่าหากเงินได้พึงประเมินที่ไม่สามารถแยกได้ อย่างชัดเจนตาม (๑) เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๘) นอกจากใช้สิทธิตาม (๑) แล้ว สามีและภรรยาจะแบ่งเงินได้พึงประเมินดังกล่าวเป็นของแต่ละฝ่ายตามส่วนที่ตกลงกันก็ได้
กระผมขอกราบเรียนว่าพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๕ จะก่อให้เกิดประโยชน์ดังนี้ครับ
๑. มีผลให้การยื่นรายการและเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของสามี และภรรยาเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในการเสริมสร้างความเสมอภาคของ ชายและหญิง
๒. ทำให้กฎหมายที่มีผลใช้บังคับสำหรับเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับการยื่นรายการและเสียภาษีของภรรยาและสามีมีความชัดเจนในทางปฏิบัติ มากยิ่งขึ้น
ด้วยเหตุผลดังกล่าว รัฐบาลจึงขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้โปรดพิจารณาอนุมัติ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๕ ดังเหตุผลดังกล่าว ต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ