เผดิมชัย สะสมทรัพย์ เสนอความเห็นเกี่ยวกับค่าแรง 300 บาท ไม่เห็นด้วย ตั้งแต่แรก เพราะว่าสภาพความเป็นจริง ตัวเลขของทุกฝ่ายเป็นอย่างนั้น และไม่ใช่แค่เขย่งด้วยนะครับ เพราะที่แล้วมา 10 กว่าปีนี่ คุณเจิมมาศคงจะจำได้นะครับ ก็ขอด้วย ความเคารพท่านก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานถึง 2 ท่านติดต่อกันมา การจะขึ้น ค่าแรงแต่ละครั้งนั้นไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลฝ่ายเดียวครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ก็ต้องขอขอบคุณคุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ที่ได้กล่าวถึงกระทรวงแรงงานไว้เมื่อสักครู่นี้ที่ได้ให้ ข่าวมากมายถึงโรงงานต่าง ๆ ที่ปิดกิจการแต่ละจังหวัด ๆ ก็เป็นโอกาสดีครับ ขอบคุณนะครับ ให้โอกาสผมมาชี้แจงข้อเท็จจริงในวันนี้ ชีวิตผู้แทนราษฎรอย่างพวกเรา ดีครับมีเวทีที่ได้ ชี้แจงความเป็นจริง ผมก็ดีใจครับเรื่องค่าแรง ๓๐๐ บาท จริง ๆ ผมไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรก ผมอยากให้เป็น ๔๐๐ บาทเสียด้วยซ้ำไปในต้นปีปลายปีที่แล้ว เพราะสภาพความเป็นจริง ตัวเลขของทุกฝ่ายเป็นอย่างนั้น แต่ด้วยการบอกว่าก้าวกระโดดไม่ใช่ครับ ไม่แค่เขย่ง ด้วยนะครับ เพราะที่แล้วมา ๑๐ กว่าปีนี่ คุณเจิมมาศคงจะจำได้นะครับ ก็ขอด้วย ความเคารพท่านก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานถึง ๒ ท่านติดต่อกันมา การจะขึ้น ค่าแรงแต่ละครั้งนั้นไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลฝ่ายเดียวครับ สภาพความเป็นจริงจะได้รู้ว่าไตรภาคีครับ คณะกรรมการไตรภาคีประกอบไปด้วยอะไรครับ คณะกรรมการค่าจ้างขณะนี้ชุดที่ ๑๘ ประกอบไปด้วยลูกจ้าง นายจ้าง รัฐบาลก็เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ก็มีการตกลงประกอบ การพิจารณากันมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เห็นด้วยกับข้อเท็จจริง ฝ่ายรัฐบาลนั้นก็มีตัวแทน ที่มีคุณภาพไม่ว่าแบงก์ชาติ ไม่ว่าสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไม่ว่ากระทรวง ของเราก็มีแค่ตัวแทนคนเดียวเข้ามาชี้แจงกันเป็นมติของคณะกรรมการค่าจ้างที่เห็นด้วยว่า ๓๐๐ บาทนั้นควรจะได้มานำใช้ สาเหตุทำไมครับ วันนี้เราอาจจะยึดติดกับข้อมูลเก่า ๆ ที่บอกว่าพวกเรานั้นผู้ประกอบการแย่แน่ รัฐบาลของเราก็เห็นว่าเมื่อขึ้นแล้วไม่ได้ให้ขึ้นฟรีนะครับ เราให้ตอบแทนด้วยการบริหารที่ต้องอยู่ได้ คือรัฐบาลนั้นต้องอยู่ได้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างครับ รัฐบาลต้องเป็นพี่เลี้ยงที่ดีครับ ต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง ๒ ฝ่าย แต่ไม่ใช่ว่าให้ใคร ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน วันนี้ข้อเท็จจริงเป็นคณะกรรมการค่าจ้างเป็นคน ตัดสินใจทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นแล้วไม่ใช่เป็นประสบการณ์ว่าครั้งนี้รัฐบาลนั้นทำอะไรฉุกละหุก ท่านครับ รู้ล่วงหน้าตั้งแต่พรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาล ๑ ปีแล้วว่า ๓๐๐ บาท แน่นอน การเตรียมตัวนั้นมีแน่นอนในปีกว่า จะบอกว่าผู้ประกอบการนั้นไม่รู้ตัวก็ไม่ใช่ครับ วันนี้ มีข้อมูลที่ชัดเจนแล้วว่าท่านรู้แล้วไม่ใช่รู้เปล่านะครับ ๑ เมษายนขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วครับ จากมาตรการต่าง ๆ ของพวกเราเราจะมาบอกว่าวันนี้เอสเอ็มอีเราให้มาตรการดังที่รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลังนั้นให้จนจำไม่หมด มาตรการที่จะช่วยอย่างเดียวนะครับ ช่วยผู้ประกอบการ แล้วไม่ได้ให้ง่าย ๆ มีการประชุมร่วมกันครับ ไม่ใช่บอกรัฐบาลฉันจะ กำหนดมาตรการอะไรให้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ เรามีการประชุมร่วมกันครับ นายกรัฐมนตรีบอกว่าต้องอยู่ได้ทั้ง ๒ ฝ่าย ท่านยิ่งลักษณ์บอกว่า ท่านกิตติรัตน์ ท่านเผดิมชัย มาดูด้วย มีตั้งคณะกรรมการร่วมกันระหว่างผมเป็นรองประธาน ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธาน มีการประชุมถึง ๒ ครั้ง ก่อนที่จะเกิด ๓๐๐ บาท วันที่ ๑ มกราคม ส.อ.ท. เข้าประชุมด้วย สมาคมธนาคารเข้าประชุมด้วย ภาครัฐ ภาคเอกชนประชุมด้วย มิฉะนั้น บางโครงการทำไมถึงบอกว่าจะมีการลดภาษีโรงแรมให้ ค่าที่พัก ค่าธรรมเนียมอะไรต่าง ๆ ให้ ก็เนื่องจากองค์ประกอบเหล่านั้นประชุมร่วมกันครับ กับภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ถามวันนี้ที่บอกว่าอยู่ไม่ได้หรือทำไม่ได้ ไม่เป็นไรครับ ดีครับ อย่างบริษัท วีณาการ์เมนต์ จำกัด ที่เมื่อสักครู่นี้พูดถึงนั้นท่านเอาข้อมูลที่สับสน วันนี้จะได้หายสับสนว่าบริษัท วีณาการ์เมนต์ จำกัด นั้นเป็นหนึ่งในโรงงานที่ท่านยกขึ้นมา ทำงานอยู่ที่อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี มีคนงานชายหญิง ๒๘๗ คน มีผู้ชายแค่ ๕ คน นอกนั้นเป็นสุภาพสตรี มีอาชีพที่จะทำ เครื่องยกทรงสตรีส่งออกในกลุ่มประเทศยุโรป เมื่ออันนี้เปิดมา ๑๐ กว่าปีแล้ว แต่บังเอิญ การประกอบธุรกิจนั้นลดน้อยถอยลงไป เพราะอันนี้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานนั้น ได้เข้าไปตั้งแต่ก่อนปีใหม่แล้ว เขาปิดโรงงานขอหยุดตั้งแต่ ๑๙ ธันวาคม จากผลกระทบว่า ออร์เดอร์ (Order) จากต่างประเทศนั้นไม่มี เพราะฉะนั้นไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาจะต้อง ไม่มีออร์เดอร์มาจะผลิตไปให้ใคร รูปแบบของธุรกิจเช่นนี้ที่ผมรู้รายละเอียดมากกว่า ก็เอาเปรียบท่าน เพราะว่าผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ ผมไม่รู้ไม่ได้ครับ ๒๘๗ คนนั้นจะต้องได้รับ การคุ้มครองครับ นั่นเป็นเรื่องสำคัญของกระทรวงแรงงาน ทุกโรงงานที่ท่านพูดมา ยังขาดอีกเยอะครับ จังหวัดบุรีรัมย์ แต่เป็นแทคติค (Tactic) ในการที่เขาเปลี่ยนแนวนโยบาย ในการบริหารธุรกิจ อย่างเราถ้ามีแทคติคมาใหม่ ๓๐๐ บาท เขาอาจจะหมุนเวียนเพิ่ม เครื่องจักรเพิ่มขึ้น ลดแรงงานน้อยลงไป อันนั้นเป็นเรื่องปกติของธุรกิจ และธุรกิจ ที่จะประกอบการถ้าจะยุติการค้ากระทรวงพาณิชย์จะทราบครับว่าผู้ประกอบธุรกิจการงาน ถ้าจะหยุดโรงงาน หมายความว่าจะต้องไปแจ้งที่กระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นนายทะเบียน เขาจะต้องตรวจสอบการชำระบัญชี ภาษีถูกต้องไหมก่อนจะปิด อันนั้นเป็นข้อมูลที่ชัดเจน กระทรวงแรงงานมีหน้าที่หลักที่จะเข้าไปโอบอุ้มการที่ว่าอาจจะเปลี่ยนแนวทางในการบริหาร เอสเอ็มอี เข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ว่างงานหางานชดเชยได้ แล้วเมื่อสักครู่นี้ท่าน ส.ส. ได้พูดว่า วันนี้กรมจัดหางาน จริง ๆ แล้วมีตำแหน่งงานที่เตรียมไว้กับผู้ว่างงาน ๑๒๐,๐๐๐ อัตรา ไม่ใช่ว่า ว่างงานนะครับ เตรียมไว้แล้วที่จะเจรจาในแต่ละจังหวัด เช่นยกทรงสตรี เมื่อสักครู่นี้ ที่อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี ท่านต้องการจะทำงานใหม่ไหม เรามีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เข้าไปหาตำแหน่งงานในจังหวัดสระบุรีของกรมการจัดหางาน เราจะต้องสวอร์ม (Swarm) กัน เราจะต้องหาทางที่จะเกลี่ยกันให้ได้ทุกจังหวัด ไม่ใช่จังหวัดเดียว อันนั้นจะเป็นตัวอย่างง่าย ๆ วันนี้เราไม่ใช่เพิ่งเริ่มทำนะครับ ในเรื่อง ๓๐๐ บาท ตั้งแต่ต้นปีถ้าท่านติดตามการบริหาร บ้านเมืองของเรา เราต้องอยู่ทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้เดินทาง ไปต่างประเทศจำนวนนับหลายสิบครั้ง ผมไปด้วยหลายครั้งครับ ประเทศเวียดนาม ประเทศพม่า หรือทุกประเทศ แต่เวลาที่ไปด้วยนั้นคือการเจรจาในการที่เอาภาคแรงงาน เข้าไปเจรจาด้วยครับว่าเราจะทำอย่างไร เพราะพี่น้องแรงงานไทยนั้นมีทั้งทำงานในประเทศ และต่างประเทศ ไม่ใช่ทำเฉพาะในประเทศ เรามีแรงงานข้ามชาติเข้ามา เพราะฉะนั้น ความสมดุลในการเจรจาของรัฐมนตรี ของท่านนายกรัฐมนตรีที่ผมไปด้วยผมยืนยันครับ ไม่ว่าทุกประเทศที่ไปนั้นเรื่องนี้มีความเตรียมพร้อม ถ้าว่างงานจะไปทำงานต่างประเทศ ก็ต้องในอัตราที่ดี มีเงินเดือนที่ดีมากกว่าของคนไทย เราจะเปลี่ยนพฤติกรรมของ การทำธุรกิจว่ากรุณานะครับ ต้องเปลี่ยน ทุกอย่างต้องเปลี่ยนใน ๒ ปี จะมีเออีซี (AEC) ขึ้นมา ท่านประกอบธุรกิจนั้นขอกรุณาเอากำไรกับลูกค้าในหลักธุรกิจ แต่ไม่ใช่มาแสวงหากำไร จากลูกจ้าง ต้องเปลี่ยนครับ ไม่ใช่เอาค่าแรงถูก ๆ ให้เขาอยู่ไม่ได้แต่ตัวเองอยู่ได้ วันนี้รัฐบาล เป็นพี่เลี้ยงที่ดีเอามาตรการช่วยผู้ประกอบการ ไม่ใช่ไม่ช่วยนะครับ ถ้าท่านไปเดินตลาด ท่านก็จะเห็นว่าทุกครั้งคนไปซื้อกับข้าวจับจ่ายใช้สอยมีมาตรา ๔๐ แม่ค้าขายขนมจีนขายอะไรนี่ วันนี้ถ้าทั้ง ๒ ฝ่ายช่วยกัน อาจจะมีค่าข้าวแกงเพิ่มขึ้นมาอีกจานละ ๒ บาท ผมไม่รังเกียจหรอก เพราะคนพวกนี้ไม่มีปากไม่มีเสียงที่จะพูด ท่านบอกว่าถ้าขึ้นค่าแรงแล้วอีกฝ่ายหนึ่งได้เงิน ไม่ใช่ครับ ในเวลาเดียวกันนายทุนนั้นเวลาไปซื้อกับข้าวเขาอาจจะมีคนใช้ไปซื้อให้ แต่คนงาน ต้องไปซื้อเอง ข้อแตกต่างมันมีอยู่แล้ว ผมก็คงไม่ต้องพูดเยอะไปกว่านั้นว่าการบริหาร ของรัฐบาลนั้นทุกรัฐบาลที่ดี ดูทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ให้ความเป็นธรรมทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ธุรกิจท่าน ก็ต้องเปลี่ยนแปลงด้วย วันนี้ก็ขอตอบคำถามท่านเจิมมาศ ถ้ามีอะไรกระทรวงแรงงานหรือใช้เวทีนี้ ๑๕๐๖ ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมผมจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายครับ ขอบคุณท่านประธานครับ