สุนัย จุลพงศธร แสดงความกังวลเกี่ยวกับระบบการเมืองที่มีอานาจอยู่ในมือขององค์กรที่ไม่ได้มาจากประชาชน และเรียกร้องให้ประชาชนได้มีอานาจในการออกกฎหมายและตรวจสอบ ซึ่งเป็นหลักการของประชาธิปไตย
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ ของพรรคเพื่อไทย การอภิปรายกฎหมายฉบับนี้วันนี้ได้พิสูจน์สิ่งหนึ่งว่า หลักปรัชญา แห่งประชาธิปไตยนี้ท้าให้ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลมีความเห็นหลัก ๆ คล้ายกัน แม้ที่ผ่านมา จะมีความขัดแย้งกัน นั่นก็เป็นตามบทบาทของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เป็นกลไกของระบบ ประชาธิปไตย ผมต้องขอชื่นชมนะครับ อย่างน้อยที่สุดความเห็นของผมวันนี้ตรงกับคุณหมอวรงค์ ท่านประธานครับ การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ผมเองไม่ได้เป็นกรรมาธิการ ถ้าจะมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้น ผมคงไม่ได้เป็น แต่ผมเองอยากจะฝากความคิดแล้วก็ขอให้เราถือเป็นหลักเถอะครับว่าอะไร ที่มาจากประชาชนควรจะมีความมั่นคงและควรจะเติบโตขึ้นตามกลไกของมัน แต่ปรากฏว่า โดยระบบประชาธิปไตยครึ่งใบอย่างวันนี้นะครับ สภาก็ถูกยุบได้โดยง่าย พรรคก็ถูกยุบได้โดยง่าย แต่องค์กรที่ไม่ต้องมาจากประชาชนเลยนั้นมั่นคงเหลือเกินครับ และแถมยังมีอ้านาจขึ้นเรื่อย ๆ มันจะถูกต้องไหมครับ กกต. ไม่ได้มาจากประชาชนเลยแต่มีอ้านาจยุบพรรค มีอ้านาจตัดสิทธิ วันนี้ยังจะเพิ่มอ้านาจให้แก่การออกกฎหมายอีก ท่านครับ การที่มีอ้านาจโดยไม่ได้มาจาก ประชาชนนั้นโดยหลักการพื้นฐานต้องถูกควบคุมอย่างเข้มงวดในการขยายบทบาทอ้านาจ โดยเฉพาะบทบาทแห่งสภานิติบัญญัติการออกกฎหมายนี้ ผมไม่ได้รังเกียจเลยครับในสิ่งที่ ประชาชนจะต้องมีอ้านาจในการเสนอกฎหมายเป็นสิ่งที่ถูกต้องครับ แต่ไม่ใช่ให้อ้านาจนั้น ไปอยู่กับองค์กรเพิ่มให้แก่องค์กรที่ไม่ได้มาจากประชาชน ท่านมีอ้านาจในการรับรองให้ใบเหลือง ใบแดง ส.ส. นี่ก็หนักพอสมควร ท่านถอดถอนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งเรื่องยุบพรรคได้ มันก็หนักพอสมควรแล้วครับ วันนี้เรายังจะให้เขามีอ้านาจในการออกกฎหมายได้อีกโดยผ่าน กระบวนการการแก้ไขกฎหมายมาตรา ๖ ที่เพิ่มเข้ามานี้ ท่านประธานครับ องค์กรที่เรียกว่า สภาพัฒนาการเมืองนั้นต้องเข้าใจนะครับว่าเกิดขึ้นตามกลไกของรัฐธรรมนูญที่มาจากอ้านาจ เผด็จการนี้ อ้านาจเผด็จการนี้ได้วางโครงสร้างหลายกลไกไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ อย่างน้อยที่สุด ผู้ที่ท้าการยึดอ้านาจได้สร้างโครงสร้างตั้งพรรคการเมืองลับ ๆ ขึ้นในวุฒิสภา ท่านประธานครับ การที่จะมีสมาชิกรัฐสภาถึง ๗๔ คนนี้ไม่ใช่ง่าย ๆ นะครับที่ใครจะสามารถด้าเนินการเลือกตั้ง ได้โดยง่าย วุฒิสภานั้นเลือกกันจังหวัดละคนแต่มีแต่งตั้งเข้ามาได้ ๗๔ คน เท่ากับมี ๑ พรรคการเมืองใหญ่ ๆ กลายเป็นฐานของการจัดการ ผมเองไม่ได้คิดว่าท่านมีเจตนาร้าย แต่ว่าที่มาที่ต่างกันคิดไม่เหมือนกันครับ ผมกับหมอวรงค์มาที่เดียวกันจากการเลือกตั้ง คิดเหมือนกันครับ แต่ ส.ว. จากการแต่งตั้งส่วนหนึ่งน่าจะคิดไม่เหมือนเรา ใครถูกใครผิด ไม่ทราบครับ แต่หลักการแห่งอ้านาจประชาธิปไตยนั้นผู้ที่มาจากประชาชนเท่านั้นจึงจะมี ความชอบธรรมในการใช้อ้านาจแทนประชาชน ด้วยเหตุนี้เองครับ ถ้าการแก้ไขของวุฒิสภา ที่ว่านี้ดูเสมือนหนึ่งเป็นเพราะว่าท่านมาจากที่เดียวกัน สภาพัฒนาการเมืองนั้นว่ากันจริง ๆ แล้วเริ่มต้นความคิดจากอาจารย์คนหนึ่งที่ผมขอความกรุณาไม่เอ่ยชื่อท่าน ที่สนับสนุน การรัฐประหารอย่างเต็มที่ครับ แล้วกระโดดเข้ามาเป็นรัฐมนตรีอยู่ในส้านักนายกรัฐมนตรี แล้วก็สร้างองค์กรนี้ขึ้นมาครับ สร้างองค์กรนี้ขึ้นมาเรียงกันอยู่ในนี้ละครับ แล้ววันนี้เสนอ เพิ่มอ้านาจไปเกาะกับ กกต. อีก ซึ่งมาจากอ้านาจเผด็จการนั้นอีกครับ แล้วก็เพิ่มอ้านาจ ให้ทั้งสภาพัฒนาการเมือง เพิ่มอ้านาจให้ทั้ง กกต. หลักการอันนี้ไม่ได้ครับท่านประธาน ผมไม่ได้รังเกียจสภาพัฒนาการเมือง แต่สภาพัฒนาการเมืองถูกยุบสภาได้ไหมครับ คนในสภาพัฒนาการเมืองถูกยุบพรรคได้ไหมครับ มั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ ผมเห็นด้วยกับหลักการที่จะให้ประชาชนมีอ้านาจในลักษณะการตรวจสอบซึ่งเป็นตัว เช็ก แอนด์ บาลานซ์ (Check and Balance) อีกตัวหนึ่งเป็นกรณีพิเศษในสภาวการณ์ระยะ รอยต่อของระบบประชาธิปไตยซึ่งระบบประชาธิปไตยไทยยังไม่เข้มแข็งพอ อันนี้ผมก็ยินดีครับ ถ้าจะให้เงินค่าใช้จ่ายแก่กระบวนการจัดการเช่นนี้ต้องให้กันทุกกลุ่มครับ ไม่ใช่ท้าไปท้ามา สภาพัฒนาการเมืองซึ่งงอกมาจากอาจารย์คนหนึ่งที่เป็นผู้สนับสนุนการรัฐประหารแล้วเข้ามา ได้ดิบได้ดีอยู่ในท้าเนียบรัฐบาลเป็นรัฐบาลในสมัย พลเอก สุรยุทธ์ แล้วก็สร้างอันนี้ขึ้นมา แล้วก็โตขึ้น ๆ อย่างนี้ผมว่าเหมือนต้นมะม่วงครับ ต้นมะม่วงที่เป็นประชาธิปไตยนี้เป็นต้นมะม่วง ของประชาชน แต่กาฝากโตเร็วกว่าครับ แล้วต่อไปประชาชนจะได้กินผลไม้นี้หรือครับ นี่เท่ากับ เราก้าลังจะสร้างสภาอีกสภาหนึ่งให้มามีอ้านาจ ถ้าอย่างนั้นท้าไมไม่ไปเลือกตั้งล่ะครับ ดังนั้น ผมคิดว่าอันนี้คงไม่ได้ และนี่ละครับถ้าเรายืนหยัดอยู่บนหลักการแห่งประชาธิปไตยที่อ้านาจ มาจากปวงชนชาวไทยแล้วละก็ ด้วยความเคารพต่อท่านสมาชิกวุฒิสภาที่ท่านแก้ไขนี้ส่วนหนึ่ง ท่านอาจจะมีเจตนาดีแต่ท่านมองไม่ทั่ว เป็นไปได้ครับ มองไม่ทั่ว และส่วนหนึ่งพรรคการเมืองใหญ่ ในวุฒิสภามี ๗๔ เสียง นั่นละครับเป็นพรรคที่เป็นฐานแห่งการงอกกาฝาก ดังนั้นด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงคิดว่าอันนี้ผิดหลักการอย่างยิ่งครับ จึงต้องขออนุญาตใช้เวลาตรงนี้กับท่านประธาน แล้วก็ขอฝากความคิดอันนี้ครับว่าไม่ใช่เรารังเกียจสภาพัฒนาการเมือง แต่เราเห็นว่าอะไร ที่จะท้าให้เกิดองค์กรต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้มาจากประชาชนและงอกเอา ๆ แล้วมาคุมสภาผู้แทนราษฎร อันนี้น่าจะไม่ถูกต้อง จึงกราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ