สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๙ มกราคม ๒๕๕๖

สุกิจ อัถโถปกรณ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ซึ่งเขาหวังว่าจะส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทางการเมืองและปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยเสนอให้เพิ่มมาตรา 9/1 ให้ กกต. รวบรวมรายชื่อประชาชนที่สนับสนุนกฎหมาย และแจ้งให้ประชาชนทั่วไปทราบ เพื่อให้ประชาชนที่เห็นด้วยสามารถลงชื่อสนับสนุนได้ และเห็นด้วยกับการเพิ่มหน้าที่ของ กกต. ในการร่วมเสนอกฎหมาย แต่ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อให้รัดกุมและละเอียด

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอแสดงความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ซึ่งผมถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส้าคัญในระบอบประชาธิปไตย ที่จะให้พี่น้องประชาชนสามารถรวมตัวกันเสนอกฎหมายได้ แล้วก็ถือว่าเป็นความก้าวหน้า ของระบอบประชาธิปไตยของเราที่เหนือกว่าหลาย ๆ ประเทศในโลก ทั้งที่ปกครองด้วย ระบอบประชาธิปไตยแล้วก็ระบอบอื่น แต่ในขณะเดียวกันการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ถือว่าเป็นหัวใจของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ส้าหรับการแก้ไขของวุฒิสภา ในร่างพระราชบัญญัติอันนี้นะครับ ผมขอร่วมแสดงความคิดเห็นก็คือส้าหรับการแก้ไข ในมาตรา ๖ ให้มีการเพิ่มวรรคสามเข้าไปใหม่นะครับ โดยเขียนว่า ผมอ่านสักนิดนะครับ ในการด้าเนินการเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามร่างพระราชบัญญัตินี้ อาจขอรับการสนับสนุน ค่าใช้จ่ายจากกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองตามกฎหมายว่าด้วยสภาพัฒนาการเมือง ได้ข้อความที่เพิ่มเป็นอย่างนี้นะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมคิดว่าน่าจะเขียนให้ตรงไปเลยว่า ตามพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง เพราะว่ามันเป็นชื่อของกฎหมายตรง ๆ เลยนะครับ แต่อันนี้ก็คงไม่ใช่สาระอะไร เพราะว่าก็เข้าใจตรงกันได้อยู่แล้วนะครับ ซึ่งถ้าถามว่าการเขียน เช่นนี้สามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าปฏิบัติได้ครับ เพราะตาม พ.ร.บ. สภาพัฒนา การเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๖ ที่เกี่ยวกับอ้านาจหน้าที่ของสภาพัฒนาการเมืองใน (๒) ได้เขียนไว้ชัดเจนถึงอ้านาจหน้าที่ของสภาพัฒนาการเมืองที่บอกว่า ให้เสริมสร้างวัฒนธรรม อันดีทางการเมือง วิถีชีวิตประชาธิปไตย และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทางการเมือง และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ชัดเจนนะครับว่า เขามีอ้านาจหน้าที่ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าเราถือว่า การเข้าชื่อเสนอกฎหมายป็นการเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ก็ย่อมสามารถ ที่จะเอาเงินจากกองทุนอันนี้มาใช้ได้โดยที่ไม่ขัดกับกฎหมายเดิม อันนี้เป็นประเด็นแรกครับ

ประเด็นต่อไปท่านประธานครับ ต่อค้าถามที่ว่า ควรจะให้เงินสนับสนุนต่อผู้ที่ ด้าเนินการเข้าชื่อเสนอกฎหมายหรือไม่ หลายฝ่ายก็อาจจะเห็นว่าไม่เห็นด้วยเพราะว่ามันเป็น หน้าที่ของประชาชนอยู่แล้ว แต่ผมคิดว่ามันจ้าเป็นนะครับ ผู้ที่จะเข้ามาท้าเรื่องนี้ไม่ใช่ท้า เฉย ๆ ครับ ต้องเดินทาง ต้องประสานงานกับฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ แล้วก็ต้องจัดท้าเอกสารด้วย มันก็ต้องใช้เงินทั้งนั้นละครับ และที่ส้าคัญก็คือเขาก็ท้าประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และระบอบประชาธิปไตยด้วยครับ ทีโครงการอย่างอื่นเช่นรถคันแรก ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วนะครับ ว่ามันไปช่วยเหลือนักลงทุน บริษัทต่างชาติเขาเรายังควักเงินกันได้เลย แล้วท้าไมประสาอะไร กับคนที่เขาเห็นแก่บ้านเมืองที่เขาอยากจะออกกฎหมายมาช่วยบ้านเมืองเราจะช่วยเขาไม่ได้ ผมจึงเห็นด้วยกับการแก้ไขในมาตรา ๖ นี้ของวุฒิสภานะครับ

อีกมาตราหนึ่งที่มีการพูดถึง มีการแก้ไขก็คือมาตรา ๙ โดยมีการเพิ่ม มาตรา ๙/๑ เข้าไป ผมจะไม่อ่านทั้งหมดครับ แต่ขอสรุปว่าผู้ที่ริเริ่มเข้าชื่อเสนอกฎหมาย อาจจะขอให้ กกต. หรือว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ช่วยรวบรวมรายชื่อให้ครบ ๑๐,๐๐๐ คน โดยที่ กกต. เมื่อรับเรื่องไปแล้วก็จะไปประกาศในทุกจังหวัด กกต. จังหวัดในแต่ละจังหวัดก็จะไปประกาศ เรื่องนี้ให้พี่น้องประชาชนได้ทราบ แล้วก็ถ้ามีผู้ใด ประชาชนคนใดที่เห็นด้วย เห็นว่ากฎหมาย ที่เขาเสนอมานี้มันดีอยากจะเข้าร่วมลงชื่อเสนอกฎหมายนี้ก็สามารถท้าได้ แล้วก็เขียนบอกว่า ให้ กกต. ก้าหนดรายละเอียดและวิธีการต่อไปนะครับ ซึ่งอันนี้ผมก็เห็นด้วยครับ เพราะผม ถือว่าเป็นโอกาส เป็นการเปิดกว้างให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้มีโอกาสในการเข้ามา ร่วมเสนอกฎหมาย ท่านประธานจะสังเกตนะครับว่าเราก็ได้มีกฎหมายบรรจุเข้าระเบียบวาระ ที่เป็นกฎหมายที่เราเรียกว่ากฎหมายภาคประชาชนกันมาหลายฉบับแล้ว ส่วนใหญ่ถ้าท่านประธาน จะสังเกตเห็นว่ามันจะเป็นกฎหมายที่ร่วมเสนอกันโดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งกลุ่มเดียวนะครับ อย่างเช่นกลุ่มวิชาชีพเดียวกัน เห็นมาแล้วก็ พ.ร.บ. การสาธารณสุข แพทย์แผนไทยอะไรอย่างนี้ หรือจะเป็นก็กลุ่มเอ็นจีโอ (NGO) หรือจะเป็นกลุ่มการเมือง ส่วนใหญ่จะแบบนี้ทั้งนั้น แล้วก็ มักจะเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของกลุ่มด้วย มันก็เลยมีการรวบรวมรายชื่อกัน ลงชื่อกันไปล่ารายชื่อ มันไม่ยากล้าบาก แต่ถ้าคนทั่ว ๆ ไปละครับ คนที่เขาอยากเห็นกฎหมายดี ๆ เขามาเสนอ เขาเอากฎหมายดี ๆ มาเสนอเพื่อส่วนรวมไม่ใช่เพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ผมว่า การจะหาคนมาร่วมลงชื่อด้วยให้ถึง ๑๐,๐๐๐ คนมันไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ และถ้าให้เขา ไปเดินหาเองก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เงินเท่าไรและใช้เวลาเท่าไร ผมจึงเห็นด้วยนะครับ ผมเน้นว่า เห็นด้วยกับการเพิ่มมาตรานี้เข้าไปของวุฒิสภาที่ขอให้ กกต. เข้ามาเป็นคนกลาง แต่ว่าบทบาท ของ กกต. ก็จ้ากัดแค่ว่าให้เป็นผู้กระจายข่าว ประกาศออกไป ประชาสัมพันธ์ออกไปแค่นั้นนะครับ แล้วก็ให้พี่น้องประชาชนเขาเข้ามาลงชื่อ จะได้ครบหรือไม่ได้ครบ อันนี้มันก็ขึ้นอยู่กับกฎหมาย ว่ามันดีหรือไม่ดี ว่าคนเขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ผมถือว่านี่เป็นการก้าวหน้าไปอีกก้าวหนึ่ง เป็นการเปิดกว้างให้กับพี่น้องประชาชนทั่วไปที่เขาไม่ได้อยู่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง กฎหมายนี้ ก็อาจจะไม่ได้เป็นประโยชน์ส่วนตัวของเขาด้วย แต่เมื่อเขาเห็นว่ามันเป็นกฎหมายที่ดี เขาก็อยากจะสนับสนุน เขาก็มาลงชื่อได้ ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่ง ผมเชื่อว่า กกต. ที่ท่านบอกว่า งานปกติก็ยุ่งอยู่แล้ว กกต. เขาก็มีหลายฝ่าย ฝ่ายที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชน ตอนนี้เขาก็มีอยู่ ก็ว่ากันว่าไม่ค่อยจะมีงานท้าเท่าไรก็ดีเหมือนกันครับ

อีกประเด็นหนึ่ง อาจจะมีคนแย้งว่าแล้วอันนี้มันเป็นอ้านาจหน้าที่ที่ กกต. จะท้าได้หรือเปล่า ผมก็ขอเรียนอย่างนี้นะครับว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๖ ที่เกี่ยวกับ อ้านาจหน้าที่ของ กกต. ใน (๘) ได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า กกต. มีหน้าที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของประชาชน ก็เข้ากับตรงนี้เป๊ะเลยครับ ในเมื่อการร่วมเสนอกฎหมาย เข้าชื่อ เสนอกฎหมายเป็นการแสดงถึงการเข้ามีส่วนร่วมทางการเมืองของพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ตรงกับอ้านาจหน้าที่ของ กกต. เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่า กกต. สามารถท้าหน้าที่นี้ ได้ครับ

ส่วนต่อไปมาตรา ๙/๒ ก็คงไม่พูดถึงครับ เพราะว่าก็เป็นส่วนต่อไปจาก มาตรา ๙/๑ ที่วุฒิสภาเขาเพิ่มเข้ามานะครับ สรุปโดยทั่วไปก็คือผมเห็นด้วยกับวุฒิสภาในการเพิ่ม ข้อความนี้เข้ามา แต่ถามว่าจะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันไหม อันนี้ก็เห็นด้วยกับ การตั้งกรรมาธิการร่วมกันครับ เพราะที่เขียนมาผมก็เห็นด้วยกับสมาชิกหลายท่านที่ได้อภิปรายไปแล้วว่าอาจจะยังไม่รัดกุม ยังไม่ละเอียดเท่าที่ควร โดยเฉพาะเรื่องของเงิน ๆ ทอง ๆ ถ้าเขียนไม่รัดกุมแล้วก็จะเป็น อีกช่องทางหนึ่งที่จะมีกลุ่มคนเข้ามาท้ามาหากินกับเรื่องนี้ในอนาคต ผมก็ขอสรุปอย่างที่ อภิปรายมานี้ทั้งหมด ขอบคุณครับ