บุญยอด สุขถิ่นไทย หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.... โดยเน้นเรื่องเสรีภาพทางวิชาการ การรับประกันค่าใช้จ่ายของนักศึกษา และการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนของบุคคลที่มีตำแหน่งสำคัญในมหาวิทยาลัย
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขออนุญาตที่จะได้อภิปรายในร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ .... นะครับ ผมขอเริ่มต้นที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๐ ซึ่งอยู่ในส่วนที่ ๕ สิทธิและเสรีภาพในการศึกษา มาตรา ๕๐ นั้นบอกว่าบุคคลย่อมมีเสรีภาพ ในทางวิชาการ การศึกษาอบรม การเรียนการสอน การวิจัย และการเผยแพร่งานวิจัย ตามหลักวิชาการย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดต่อหน้าที่ของพลเมือง หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ผมจ้าเป็นต้องอ่านบทนี้ให้ท่านได้ฟังเพราะว่าในหลักการ และเหตุผลของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นผมคิดว่ายังตกอยู่ กับค้าว่าการมีเสรีภาพทางวิชาการที่จะต้องได้รับความคุ้มครองครับ ถ้าท่านประธานดู ค้าว่า เหตุผล ท่านจะเห็นว่าก็ได้เขียนเหตุผลไว้ส่วนหนึ่งว่าให้มีการบริหารจัดการที่เป็นอิสระ และมีความคล่องตัว การบริหารจัดการที่เป็นอิสระนั้นไม่ได้แปลว่าทางวิชาการและเป็นอิสระ เพียงแต่ว่าการบริหารจัดการเป็นอิสระเท่านั้นไม่ค่อยมีความคล่องตัว ดังนั้นผมคิดว่า ในส่วนของเหตุผลควรจะต้องให้ใส่ค้าว่า เสรีภาพทางวิชาการลงไปด้วย เช่นเดียวกันนะครับ สอดคล้องกับอีกมาตราหนึ่งที่ผมเห็นในร่างนี้ที่น่าจะต้องให้ความมีเสรีภาพก็คือหมวดที่ ๕ ของร่างนี้ครับ การก้ากับและดูแล มาตรา ๖๗ ซึ่งบอกว่ารัฐมนตรีมีอ้านาจหน้าที่ก้ากับ และดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๗ ที่ผมอ่านเมื่อสักครู่นะครับ ดังนั้นในมาตรา ๖๗ ก็ต้องเขียนให้ชัดเจนอีกเหมือนกันว่า รัฐมนตรีนั้นแม้มีอ้านาจหน้าที่ก้ากับดูแลนะครับ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องให้เสรีภาพ ทางวิชาการของบรรดาคณาจารย์ นักวิชาการ และมหาวิทยาลัยแห่งนี้ด้วยเช่นเดียวกัน
ประเด็นต่อมา ที่ผมขออนุญาตที่จะได้อภิปรายไว้ในชั้นนี้ก็คือเรื่องของ การรับประกันครับว่านักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็น การออกนอกระบบอย่างที่ว่าแล้วนี่นะครับ สิ่งที่เป็นข้อกังวลอย่างมากของนักศึกษาก็คือ พวกเขาไม่ทราบนะครับว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านค่าบ้ารุง หรือว่าค่าเล่าเรียน หรือค่าหน่วยกิตต่าง ๆ หรือไม่ อ่านดูในร่างพระราชบัญญัติแห่งนี้ก็ยังไม่มีระบุไว้ครับ ท่านประธาน ผมขอให้มีหลักประกันนะครับว่านักศึกษาไม่ว่าจะอยู่ในชั้นปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก หรือในการศึกษาใดก็ตาม หลักสูตรใดก็ตาม เขาควรได้รับรู้ครับท่านประธานว่าในเวลาที่เขาจะเรียน ๔ ปี ๖ ปี ๒ ปี หรืออย่างไร เขาจะมีค่าใช้จ่ายเท่าไร และไม่ควรจะไปปรับค่าใช้จ่ายของเขาหลังจากที่เขาได้เข้าไปแล้ว ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าจะท้าให้คลายความกังวลให้กับบรรดานักศึกษาที่ก้าลังเรียนอยู่ในขณะนี้ มากยิ่งขึ้น เพราะได้ทราบว่าแต่ละมหาวิทยาลัยนั้นส่วนใหญ่จะปรับกันทุก ๆ ๓ ปี แต่ว่า หลักสูตร ๔ ปี เรียนไปปี ๑ แล้วปี ๔ อาจจะโดนปรับค่าเล่าเรียน หรือค่าหน่วยกิตอีกก็ได้ ขอให้เพิ่มหมวดนี้เข้ามาในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้
นอกจากนั้น ท่านประธานครับ อีกส่วนหนึ่งที่ส้าคัญและผมขอฝากไว้นะครับ ก็คือเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนครับ การออกนอกระบบราชการไปอยู่ในการก้ากับดูแล เฉย ๆ นั้น สังคมไทยจับตามองเสมอในทุกมหาวิทยาลัยว่าบรรดาผู้บริหาร คณะกรรมการ สภามหาวิทยาลัย อธิการบดี เป็นต้นไปนั้น ท่านจะไปก้าหนดเงินเดือน ค่าตอบแทน ของตนเองอย่างสูงเกินไปหรือไม่ มีจุดใดไหมครับที่จะสามารถยึดโยงได้ว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องผ่านรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีเสียก่อนนะครับ นอกจากนั้นครับ อยากขอให้เพิ่ม ในมาตราของการไม่ให้มีผลประโยชน์ทับซ้อนครับ ผมขอให้เพิ่มว่า อธิการบดี รองอธิการบดี นายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัย ต้องไม่ท้ากิจการใดที่มีประโยชน์ ขัดแย้งกับกิจการของมหาวิทยาลัยไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม รวมทั้งไม่เป็นเจ้าของ หรือผู้ถือหุ้นเพื่อประโยชน์แห่งการลงทุนในบริษัท ห้างหุ้นส่วน ร้านค้า หรือกิจการที่ได้รับ ประโยชน์จากการจัดซื้อจัดจ้างของมหาวิทยาลัยครับ ทั้งนี้ด้วยเหตุผลก็คือว่าเพื่อให้ ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยนั้นสามารถที่จะบริหารมหาวิทยาลัยได้อย่างตรงไปตรงมา ไม่หวังผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นจากการหาผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัยเองครับ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผมขอฝากไว้ในการรับหลักการในวาระแรก ผมยินดีครับที่อยากจะเห็น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นได้ออกไปบริหารด้วยความคล่องตัว ด้วยการที่ทันต่อเศรษฐกิจ และสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง แต่อย่างไรก็ตามต้องขอให้เขามีเสรีภาพทางวิชาการ และแน่นอนนะครับ นักวิชาการนี้ไม่สามารถมีเสรีภาพได้เกินขอบเขตจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เช่นเดียวกันครับ ขอบพระคุณครับ