จิรายุ จี้ร่าง พ.ร.บ. ม.อ.ออกนอกระบบ เน้นตรวจสอบได้-บริหารธุรกิจ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๖

จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือประเด็นร่างพระราชบัญญัติการออกนอกระบบมหาวิทยาลัย โดยเน้นย้ำความกังวลเรื่องการตรวจสอบได้และการบริหารเชิงธุรกิจ พร้อมเรียกร้องให้สภามหาวิทยาลัยต้องมีกฎระเบียบที่ชัดเจนและเป็นกลาง เพื่อรักษาความเป็นสถาบันการศึกษาของประชาชนและหลีกเลี่ยงการผูกขาดหรือเอียงข้างทางการเมือง

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา ท่านประธานครับ เรื่องการออกนอกระบบพูดกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๗ แล้วก็พยายามกันมา ตั้งแต่สมัย จอมพล ถนอม ผมก็ติดตามประวัติศาสตร์ของประเทศเรา มหาวิทยาลัยบ้างก็อยากออก บ้างก็ไม่อยากออก ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีถ้าจ้าไม่ผิดท่านเป็นศิษย์เก่าแม่โดมด้วย และถ้าเกิดจ้าได้ต่อมาอีกท่านเป็นผู้ริเริ่มในการพัฒนามหาวิทยาลัยแห่งนี้ ผมในฐานะ รุ่นน้องของท่านนะครับ แล้วก็คุ้นเคยกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้มาแม้อาจจะไม่มากเท่ากับรุ่นพี่ ในสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านบางคนครับ แต่จากการศึกษาที่รั้วแม่โดมท้าให้ผมเห็นปัญหา หลากหลาย แม้ว่าจะเป็นเหตุการณ์เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว แต่ว่ามันพอรู้สึกได้หลากหลายว่า การออกนอกระบบมันมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ผมจะขออนุญาตนะครับ สิ่งที่เรามักพูดกันเสมอ ก็คือการออกนอกระบบ การบริหารจัดการท้าได้ดี แน่นอนครับ ปัญหาต่อมาก็คือท่านได้ถาม ข้าราชการในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หรือยัง ท่านได้ถามคณะครู อาจารย์ที่เขาเป็น ส่วนราชการแล้วหรือไม่ อย่างไร แล้วเขาพร้อมที่จะออกนอกระบบไปเป็นพนักงานประจ้า ของมหาวิทยาลัยแทนค้าว่าข้าราชการพลเรือนหรือไม่ ถ้าเขาบอกว่าไม่มีปัญหานะครับ นักศึกษา ๓๐,๐๐๐ กว่าคน ข้าราชการเป็นหมื่นคน พร้อมเพราะว่าเงินเดือนจะดีขึ้น สวัสดิการจะดีขึ้น การท้าอะไรก็แล้วแต่ถ้าทางด้านวิชาการจะดีขึ้นไม่ติดใจอะไรนะครับ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีครับ เราคุ้นเคยกันดีกับการบริหารแบบคล่องตัว สมัยรัฐบาลขออภัยที่เอ่ยนามท่านอยู่ไกล อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณก็พยายามจะท้า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้วก็อีกหลายแห่งออกนอกระบบ ท่านประธานครับ แต่ปรากฏว่า ช่วงนั้นก็เกิดคัดค้านกันมากมาย หลังการปฏิวัติมามายุคของรัฐบาล ฯพณฯ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็มีการเริ่มที่จะท้าอีกครั้งหนึ่งครับ ก็คือมองเห็นละครับว่า หลังการปฏิวัติมา มายุคของรัฐบาล ฯพณฯ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็มีการเริ่มที่จะท้าอีกครั้งหนึ่งครับ ก็คือมองเห็นแล้วครับว่าการคัดค้านด้วยกระแสต่าง ๆ โดยไม่ได้มองเหตุและผล มันไม่เป็นประโยชน์ จึงมีความพยายามจะเอามหาวิทยาลัยออกนอกระบบครับ หลักการง่าย ๆ ท่านประธานครับ ออกนอกระบบก็คือท้าอะไรง่าย ๆ ไม่ต้องผ่านขั้นตอน ไม่ต้องใช้ปีงบประมาณ ไม่ต้องผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็ท้ากัน โดยสภามหาวิทยาลัย แต่ที่ผมเป็นห่วงเนื่องจากเว็บไซต์ วันนี้คึกคักน่าดู ท่านประธาน ก็จบจากที่นั่นนะครับ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในเรื่องบางเรื่องมีความหมายส้าคัญก็คือ นักศึกษาเขาถามครับว่าถ้าออกนอกระบบแล้วสภามหาวิทยาลัยหรือว่ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะมีการขึ้นค่าเทอมไหม จะเป็นการท้าในลักษณะพวกเดียวกันเองหมด หรือไม่ สภาของมหาวิทยาลัยท่านเขียนรัดกุมแล้วหรือยัง ถ้าเขียนรัดกุมแล้วไม่ติดใจอะไรนะครับ นอกจากนี้ครับ ข้อสังเกตที่ผมฝากไว้ก็คือเรื่องของการเปิดหลักสูตรเองได้ ถ้าท่านออกนอกระบบ แล้ววันนี้คณะนิติศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์ คณะบัญชี ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะมีคณะเพิ่มไหม เช่น คณะเทคโนโลยีหรือว่าไอที (IT) ครับ แล้วถ้าเปิดไปแล้ว โดยสภามหาวิทยาลัยตั้งเรียบร้อยแล้ว มีคนเรียนอยู่ ๗-๘ คน ผ่านไปโลกเทคโนโลยี มันเปลี่ยนไปแล้วคณะนี้ต้องยุบ มีการศึกษาผลกระทบไว้หรือไม่ อย่างไร ออกนอกระบบดีครับ ไม่มีใครไปยุ่งกับท่าน แต่พอท้าเข้าจริง ๆ แล้วผลกระทบที่ตามมานั้นมีมากน้อยขนาดไหน นอกจากนี้เป็นข้อสังเกตที่น่าเป็นห่วงก็คือเรื่องของการบริหาร กระบวนการตรวจสอบ ในส่วนของสภามหาวิทยาลัยนี้ผมเชื่อว่ากลั่นกรองกันมาดีแล้ว แต่พอลงไปในการบริหารครับ ถ้าเกิดท่านประธานไปแถว ๆ ท่าพระจันทร์นะครับ ท่าช้าง ท่าพระจันทร์นี้ท่านจะเห็นสินค้า เป็นรูปแม่โดมเขียนอยู่ในเสื้อบ้าง แล้วก็มีวลีเด็ดที่ผมจ้าได้ก็คือ ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน ตัวละ ๑๙๙ บาทครับ ถามว่ามหาวิทยาลัย คิดแต่เรื่องธุรกิจเพราะเป็นนิติบุคคลอย่างเดียวหรือไม่ ได้คิดแนวคิดในเรื่องของวิชาการ อย่างไร นี่คือประเด็นที่ผมสงสัย แล้วก็อยากจะถามผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ในอนาคตนี้ท่านจะดูแลการบริหารได้อย่างไร การออกนอกระบบหลายคนอยากออก เพราะว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับท่านรัฐมนตรี ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับภาระงบประมาณของแผ่นดิน แล้วก็สามารถท้าอะไรเองก็ได้

ประเด็นต่อมาก็คือว่า เนื้อหาของร่างพระราชบัญญัตินี้ผมอ่านอย่างเร็ว ๆ นี่ ท่านประธานครับ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ หรือว่าที่มา ของคณะที่จะไปบริหารหลังจากที่ออกนอกระบบ แต่ว่าเนื้อหาด้านการศึกษาท่านได้ใส่เข้าไป ในนี้มากน้อยขนาดไหน แน่นอนนะครับ ในกรณีดังกล่าวนี้ก็กลายเป็นประเด็นที่ถามกัน อย่างต่อเนื่องครับว่ามันเกิดความคล่องตัวก็จริง แต่ถ้าคล่องตัวแล้วตรวจสอบไม่ได้มันจะเป็น รัฐอิสระอีกหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อตอนปี ๒๕๕๐ ถ้าผมจ้าไม่ผิดนะครับ ผมเคยเป็นศิษย์เก่าที่เข้าไปมหาวิทยาลัยบ่อย อาจารย์หลายท่านเชิญผมไปตอนผมเป็น ผู้สื่อข่าวนะครับ เชิญไปเป็นพิธีกรบ้างละ เชิญไปเป็นโน่นบ้างละ จนกระทั่งวันหนึ่งผมเข้าไป อยู่พรรคเพื่อไทย ตั้งแต่นั้นมามหาวิทยาลัยนี้ไม่เชิญผมแล้วนะครับ เขาบอกว่าผมแดง ผมก็บอกว่ามหาวิทยาลัยนี้มันจะแดงได้อย่างไร ในเมื่อโลโก้มันยังเป็นเหลืองและแดงเลย นี่เป็นเหตุผล ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมฝากท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ถ้าท่านออกนอกระบบแล้วท่านไม่ต้องยุ่งการเมืองได้ไหม ท่านสอนการเมือง ท่านท้าให้ ชัดเจนอย่างเป็นกลางได้ไหม ไม่ใช่ว่าวันดีคืนดีอธิการบดีบางคนอยากจะไปอยู่ใน สนช. อยากไปอยู่ คมช. ก็ไปอย่างนี้ ท่านช่วยกรุณาเขียนในสภาไว้หน่อยได้ไหมครับ ประเทศมันจะได้เดินอย่างขับเคลื่อนแบบมีมหาวิทยาลัยสัก ๒-๓ แห่งที่มันเป็นกลาง ทางสังคม ผมชอบนะครับท่านประธาน โลโก้เป็นเหลืองแดงนี่ชัดเจนดีครับ คือใครเข้าไป เหลืองก็เข้าไปเรียนได้ แดงก็เข้าไปเรียนได้ เพราะฉะนั้นสถาบันแห่งนี้เมื่อออกนอกระบบแล้ว เป็นข้อสังเกตครับว่ามันจะไปผูกขาดกับคนกลุ่มใดอีกหรือไม่ ที่ผ่านมาท่านอาจจะกังวลครับ บอกว่าอยู่ในระบบอะไรก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อะไรก็อธิการบดี แต่ถ้าออกนอกระบบแล้วคราวนี้ละครับ ธุรกิจครับ ที่จอดรถจะแพงขึ้นไหม ใครที่เรียน มหาวิทยาลัยรังสิตนี่พอเข้าใจครับ กว้างแต่เดินทางไกล แต่ถ้าใครที่เรียนที่แม่โดม ที่ท่าพระจันทร์นี่จะรู้เลยครับว่าที่จอดรถไม่มีหรอกครับ ยิ่งหลัง ๆ ปรับภูมิทัศน์สวยงาม นี่ไม่ต้องห่วงเลยครับ จอดสนามหลวง แล้วเดี๋ยวนี้สนามหลวง กทม. ก็ห้ามเข้านะครับ ท่านก็ไปจอดกันเยอะแยะริมถนนข้างทางกัน นี่จะเป็นการบริหารจัดการในเชิงธุรกิจหรือไม่ ในเว็บไซต์ปรากฏว่านักศึกษาท่านหนึ่งเรียนคณะศิลปศาสตร์ ปี ๔ ก้าลังจะจบเร็ววันนี้ครับ เขาแสดงความกังวลอย่างยิ่งครับ บอกว่าค่าหน่วยกิตเขาจะแพงขึ้นไหม แล้วชุดต่าง ๆ ที่เขาจะออกแบบเวลาไปแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์อะไรนี่ อีกหน่อยจะต้องซื้อแพงขึ้นไหม เพราะมันเป็นธุรกิจแล้ว สติกเกอร์ (Sticker) ที่ติดอยู่ในหนังสือบ้างละ เดี๋ยวนี้มีซองมือถือเป็นโลโก้แม่โดมเยอะแยะมากมาย เพราะมันเป็นธุรกิจแล้ว สติกเกอร์ที่ติดอยู่ในหนังสือบ้างละ เดี๋ยวนี้มีซองมือถือเป็นโลโก้ แม่โดมเยอะแยะมากมายมันจะถูกขายไปโดยมหาวิทยาลัยใช่ไหม หลายท่านอาจจะมองว่า ผมมองในแง่ร้ายนะครับท่านประธาน แต่ถ้ามองในแง่ดีถ้ามหาวิทยาลัยท้าเองเลยก็ดีสิครับ เพราะทุกวันนี้ใครไปท้าแถว ๆ ท่าพระจันทร์ไปเดินได้เลยขายกันเองทั้งนั้นละครับ ไม่มีลิขสิทธิ์ วัน ๆ อยากจะเอารูปแม่โดมมาใส่ก็เขียนชัดเจนเขียนโลโก้อะไรแปลก ๆ เขียนคณะศิลปศาสตร์ ก็เขียน ส สระ อิ น หนู ล ลิง สระ อะ สาต อย่างนี้ เพราะฉะนั้น ผมเห็นด้วยครับกับการที่จะออกนอกระบบ แต่ท่านช่วยกรุณาท้าอย่างรัดกุมนะครับ สุดท้ายปลายทางในฐานะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยนี้ทั้งทางร่างกายและจิตใจนะครับ ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีครับว่าสภามหาวิทยาลัย ผมอ่านเร็ว ๆ ก็พอรัดกุมอยู่ครับ แต่จะมีกฎระเบียบและเงื่อนไขอย่างไรที่จะเป็นบทลงโทษหรือว่าเป็นบทที่เพิกถอน คณะกรรมการของมหาวิทยาลัยกรณีที่เอียงกระเท่เร่ ไม่ต้องเอียงมาแดงหรอกครับ แต่ไม่ต้องเอียงไปเหลือง แต่ขอให้เดินแบบตรง ๆ ในฐานะมหาวิทยาลัยของประชาชน มีคนตายมากมายนะครับที่หน้าคณะผม และหลายคนก็ถามหาความรู้สึกประชาธิปไตย กับมหาวิทยาลัยแห่งนี้อยู่ตลอดเวลา ช่วงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬมหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะชี้ถูก หรือว่าชี้ผิด หรือจะแสดงความเป็นกลาง ช่วงเหตุการณ์ สลายการชุมชุมปี ๒๕๕๓ สมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ เราก็คาดหวังครับว่าสถาบันการศึกษาที่เกิดมาจากรากของประชาธิปไตยของพ่อปรีดี พนมยงค์ จะสามารถบอกอะไรสังคมได้บ้าง ไม่ใช่สภามหาวิทยาลัยออกนอกระบบแล้ว วัน ๆ คิดแต่จะท้าโลโก้ขายอย่างเดียว ไม่ได้นะครับ ท่านต้องวางตัวให้ประเทศนี้ไว้วาง มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ว่าอะไรคือความถูกต้อง อะไรคือความจริงครับ ผมสนับสนุนครับ ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้จะออกนอกระบบ แต่ต้องมีระเบียบและกฎเกณฑ์ครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ