นคร มาฉิม วิจารณ์ปัญหาการทุจริต ซื้อสิทธิขายเสียง และงบประมาณท้องถิ่นที่ขาดแคลน พร้อมเรียกร้องให้ กกต. ปฏิรูปกระบวนการเลือกตั้ง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองพร้อมที่จะให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็เห็นดีด้วยที่ข้าราชการในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะได้รับการพิจารณา ให้มีบ้าเหน็จให้มีบ้านาญ แต่สิ่งที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานซึ่งเกี่ยวโยงกัน แล้วก็ฝากเป็นดุลยพินิจให้ท่านนายกรัฐมนตรีรวมไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐบาลทั้งชุดได้พิจารณาว่าท่านมีความจริงใจในการที่จะกระจายอ้านาจไปสู่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมากน้อยขนาดไหน
ประเด็นที่ ๒ เป็นค้าถามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศเกือบ ๑๐,๐๐๐ แห่ง สะท้อนผ่านทุกวิถีทางแต่ท่านไม่เคยสนองตอบก็คือการกระจายงบประมาณ ไปตามพระราชบัญญัติก้าหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอ้านาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะต้องกระจายงบประมาณไปไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๕ แต่จนถึงปีนี้ พอดีผมได้มีโอกาส เป็นกรรมาธิการพิจารณางบประมาณด้วยก็ยังให้ได้แค่เพียงร้อยละ ๒๖ เศษ ๆ เท่านั้น เพราะฉะนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศซึ่งเขารู้จักปัญหาบ้านเขาดีที่สุด เขาทราบถึงความประสงค์และความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นของเขาดีที่สุด เขารู้ว่า ปัญหาใดควรที่จะรับการแก้ไขก่อนและหลัง ปัญหาใดควรที่จะใช้จ่ายเงินงบประมาณเท่าใด แต่รัฐบาลไม่เคยสนองตอบเลยท่านประธานที่เคารพครับ เช่น อบต. นี้มีความจ้าเป็น ต้องพัฒนาแหล่งน้า ไม่ว่าจะเป็นฝาย เป็นอ่าง เป็นคลอง ลุ่มน้าต่าง ๆ ห้วย หนอง คลอง บึงต่าง ๆ ก็ไม่สามารถที่จะด้าเนินการได้เพราะไม่มีเงินงบประมาณ งบประมาณที่รัฐบาล เจียดให้ไปร้อยละ ๒๖ เศษ ๆ ของเงินงบประมาณซึ่งขัดแล้วก็ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ ของกฎหมายก้าหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอ้านาจ ท้องถิ่นบางท้องถิ่นท่านประธาน ทราบไหมครับ จ่ายเฉพาะเงินเดือนประจ้า จ่ายเฉพาะค่าเบี้ยเลี้ยง จ่ายเฉพาะค่าการประชุม ไม่มีเงินที่จะเอาไปลงทุนหรือไม่มีงบลงทุนเหลืออยู่เลย บางโครงการจึงถูกดองไว้เป็น ๕ ปี ๑๐ ปี ปัญหาของพี่น้องประชาชนตามหมู่บ้าน ตามต้าบล ตามชุมชน ตามเทศบาล จึงไม่ได้รับ การแก้ไขเลย เพราะรัฐบาลไม่ให้ความส้าคัญกับการกระจายอ้านาจสู่ท้องถิ่นเท่าที่ควรจะท้า และมีกฎหมายบังคับไว้ด้วย เรื่องนี้ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงด้วย ท้องถิ่นทั่วประเทศก้าลัง รอฟังอยู่ว่าเพราะเหตุใดรัฐบาลจึงไม่กระจายเงินงบประมาณไปตามกฎหมายก้าหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอ้านาจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องถิ่นทั่วประเทศรอฟัง ค้าตอบจากรัฐบาล
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดีใจที่ตัวแทนของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยมาชี้แจง มาเสนอกฎหมายฉบับนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎร และผมมีโอกาส ได้อภิปรายและตั้งข้อสังเกตในเรื่องนี้ซึ่งเป็นประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ มันจะมี งบประมาณอยู่ก้อนหนึ่งอยู่ในความก้ากับดูแลของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอันตรายที่สุด ท้าไมเงินจึงกระจุกอยู่ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นซึ่งเป็นส่วนกลาง และไม่เข้าใจไม่รู้ ถึงสภาพปัญหาและความเดือดร้อนของท้องถิ่น ดีเท่ากับคนในท้องถิ่น แต่ท่านเอาเงินไว้ครับ พอท่านเอาเงินนับหมื่นแล้วก็หลายหมื่นล้านบาทอยู่ในกรม ท่านประธานทราบไหมครับ มันมีการเรียกหัวคิว เรียกเปอร์เซ็นต์ มีการคอร์รัปชัน (Corruption) จากส่วนกลางนี่ละครับ ท่านก้าหนดเปอร์เซ็นต์ไปเลย ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานและท่านรัฐมนตรีที่มาชี้แจง กฎหมายฉบับนี้ ท่านต้องไปเคลียร์ (Clear) ต้องไปสร้างความชัดเจนและไม่ให้เป็นตัวอย่างอีกต่อไป ก็คือต้าบลท่างาม อ้าเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ประชาชนเดือดร้อนเรื่องน้ากิน น้าใช้ น้าอุปโภคบริโภค ขอการสนับสนุนผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมา ท่านประธานทราบไหมครับ เขาบอกว่า ให้ครับ งบ ๓,๙๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อเอาไปท้าน้าประปาให้ชาวบ้านได้กิน ได้ใช้ ได้อุปโภคบริโภค แต่มีคนหนึ่งที่เป็นข้าราชการครับ แอบอ้างว่าเป็นตัวแทนของกรม เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ ในกรมและในกระทรวง ซึ่งจะต้องเอาเปอร์เซ็นต์ทอนคืนให้กับกรมและกระทรวงนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ร้อยละ ๒๕ ต้องให้ท้องถิ่นนั้นเอาเงิน ๙๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เป็นเงินสดเอามาจ่ายให้ก่อนเพื่อทอนคืนถึงจะได้เงินเอาไปพัฒนาแหล่งน้า ชาวบ้านรอความหวัง แต่ท่านใช้ความหวังและวิกฤติของชาวบ้านมาแสวงและเรียกรับผลประโยชน์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ มันต้องทอนคืนมา ๒,๕๐๐ ล้านบาท ถ้า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันจะต้องทอนคืนมา ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทครับ เงินที่เอาไว้ต่อรอง กับความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนแบบนี้ท่านจะต้องไม่ให้มีเกิดขึ้นและจะต้องปฏิบัติ ให้เป็นแบบอย่าง ผมยกกรณีตัวอย่างเขตพื้นที่เลือกตั้งของผมที่จังหวัดพิษณุโลก ท่านขอให้ ตรวจสอบ และถ้าเกิดว่าท่านไม่ท้าเรื่องนี้ให้กระจ่าง ผมจะด้าเนินการน้าเรื่องนี้ไปยื่นต่อ องค์กรอิสระหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อด้าเนินการต่อไป และท่านจะต้องให้ค้าตอบ และถ้าเกิดว่า อบต. แห่งนี้ไม่ได้งบประมาณตามที่สัญญาเตรียมโครงการ เตรียมแผนงาน กันไว้เพราะเขาไม่มีเงินจะเอามาทอนคืนให้ท่านร้อยละ ๒๕ ขอให้ท่านชี้แจงและท้าเรื่องนี้ ให้เป็นที่ประจักษ์เป็นกรณีตัวอย่าง ท่านประธานที่เคารพ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่มีใครจะรู้จักปัญหาของท้องถิ่นดีเท่ากับ คนท้องถิ่น ไม่มีใครจะทราบความเดือดร้อนในท้องถิ่นดีเท่ากับเจ้าของบ้านของเขา แต่น่าเสียดาย เหลือเกินท้องถิ่นกลับไม่ได้รับการใส่ใจอย่างที่ควรจะเป็น บางท้องถิ่นซึ่งส่วนใหญ่ผมเชื่อ ในผู้บริหาร และสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นคนดีครับ ถ้าไม่ดีประชาชนในท้องถิ่น เขาคงไม่เลือกมาเป็นสมาชิกและผู้บริหารของท้องถิ่นนั้น แต่แน่นอนครับ บางท้องถิ่นผู้บริหาร หรือสมาชิกก็เป็นผู้มีอิทธิพล ทั้งนี้ทั้งนั้นที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเป็นประเด็น สุดท้ายด้วยครับ ก็คือในปัจจุบันท่านประธานคงไม่ปฏิเสธนะครับว่าการใช้เงินเป็นปัจจัย ในการชี้แพ้ชี้ชนะในการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้นหนักหน่วง รุนแรงและสาหัสที่สุดครับ บางท้องถิ่น คุยกันแบบเปิดเผยเลยครับว่าการเลือกตั้งนายก อบต. ครั้งนี้หมดไปกี่ล้านบาท บอกว่า แจกหัวละ ๒,๐๐๐ บาท หมดไป ๑๐ ล้านบาทครับ หมดไป ๑๕ ล้านบาท และถามว่าผู้บริหาร มีเงินเดือนเท่าไร สมาชิกท้องถิ่นมีเงินเดือนเท่าไรครับ แม้กระทั่งท้องถิ่นขนาดใหญ่ ก็คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด แต่ละจังหวัดท่านประธานทราบไหมว่าเลือกตั้งแต่ละครั้ง ใช้เงิน ๑๐๐ ล้านบาท ๒๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่เงินเดือนไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ มันส่อนัยว่าเลือกไปแล้วจะต้องไปโกงครับ เลือกไปแล้วจะต้องไปแสวงหาผลประโยชน์ จากงบประมาณที่เหลืออยู่เล็กน้อยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะไม่มีเงินเหลือที่จะพัฒนา อีกต่อไปแล้ว นอกจากตั้งโครงการไม่ว่าจะเป็นอีเวนท์ (Event) ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ขุดลอกคลอง หรือซื้อถุงยังชีพ ต้นทุน ๑๐๐ บาท เบิก ๕๐๐ บาท ต้นทุน ๑๒๐ บาท เบิก ๗๐๐ บาท เพื่อกินเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างไม่รู้กี่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านจะขจัดปัญหาการทุจริต การคอร์รัปชัน การซื้อสิทธิขายเสียงในองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอย่างไร ก็ขออนุญาตโยงไปถึง กกต. นิดหนึ่ง กกต. ไม่ว่าจะท้องถิ่นหรือในระดับชาติ ผมถือว่าล้มเหลวที่สุดขอพาดพิงไปถึง กกต. ว่าถ้าเกิดว่า กกต. ไม่สามารถที่จะท้ากฎหมาย การเลือกตั้งทั้งในระดับชาติและในระดับท้องถิ่นให้ศักดิ์สิทธิ์ได้ กระบวนการในการพัฒนา ประชาธิปไตยตั้งแต่ในระดับท้องถิ่นถึงในระดับชาติไม่มีวันที่จะก้าวหน้าไปมากกว่านี้ครับ ก็ขอถือโอกาสนี้ฝากข้อสังเกต ข้อเท็จจริงและข้อเสนอพร้อมกับแสดงเหตุผลที่เห็นด้วย กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต่อท่านประธานและที่ประชุมทุกท่าน ขอบพระคุณครับ