จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือกรณีการนำชาเข้าประเทศถูกปรับและนายหน้ารับหิ้วของออกทางช่องเขียว พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบความถูกต้องของเจ้าหน้าที่ศุลกากร
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา พรรคเพื่อไทย ที่ผมถามกระทู้ถามนี้เนื่องจากมีพี่น้องประชาชนร้องเรียนมายังผมหลายครั้ง เรื่องแรก เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่อาจจะทำให้หน้าที่กรมศุลกากรซึ่งถือว่าเป็นกรมหนึ่งที่ข้าราชการไทย อยากจะไปทำงานด้วย เพราะว่าเป็นกรมที่ผมขออนุญาตใช้ข้อสังเกตนี้ก็แล้วกันครับว่า เป็นกรมที่มีข้าราชการบางคนระดับไม่เท่ากัน ซี (C) นี้เท่ากัน ท่านประธานครับ แต่ว่ารายรับ ไม่เท่ากัน ผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ท่านขยันทำงานไปตรวจตราหลายครั้งจะทำระดับนโยบาย ภาษาชาวบ้านเขาบอกว่า อ้ายจุกอ้ายแกละทำนี่กำนันไม่ค่อยเห็น เพราะฉะนั้นฝากท่านรัฐมนตรีนี่ครับลองไปดู รายละเอียด เรื่องแรก เป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ทำให้เจ้าหน้าที่บางคนในกรมศุลกากร แผนกตรวจตรา จับกุมตามขอบขัณฑสีมาประเทศนี่นะครับ หรือว่ารั้วรอบขอบชิดที่มีประตูทางเข้าออก เช่น ด่าน ตม. ที่เป็นระดับพื้นดินครับ แล้วก็ด่าน ตม. ที่สนามบิน ซึ่งมีอยู่หลายแห่งในประเทศไทย
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องจากท่านหนึ่งเป็นผู้ที่ไม่เปิดเผยนามครับ ท่านบอกว่า ท่านเดินทางกลับจากต่างประเทศ แล้วก็ถูกบุรุษชุดขาวถ้าท่านประธานจำได้นะครับ เวลาเข้ามาผ่าน ตม. เสร็จจะมาเจอศุลกากรมีช่องเขียว ช่องแดง จะมีบุรุษชุดขาวใส่กางเกงขาว เสื้อขาวคอยยืนจด ๆ จ้อง ๆ ครับ หน้าตาดีก็เรียก หน้าตาไม่ดีก็ปล่อย แต่ถ้าหน้าตาไม่ดีนี่ ส่วนใหญ่ขยิบตากันนี่เขาบอกว่าไฟเขียวเลย เขาบอกอย่างนี้ครับ เขาบอกว่าได้พบสุภาพบุรุษ ท่านหนึ่งถือกระเป๋ามาเป็นกระเป๋าเดินทาง ๒ ใบครับ เจ้าหน้าที่บุรุษชุดขาวคนนี้ก็เรียก เอากระเป๋านี่เข้าไปเอกซเรย์ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าดูจากช่องเอกซเรย์เห็นมีกล่อง นาฬิกาเล็ก ๆ อยู่กล่องหนึ่ง แต่พอเปิดกระเป๋าดูปรากฏว่ามีกระเป๋าเล็ก ๆ ที่ไฮโซ ไฮซ้อ เขานิยมกันครับ ยี่ห้อหลุยส์ วิตตองบ้างละ ปราดาบ้างละ ชาแนลบ้างละเยอะแยะ มีอยู่ประมาณ ๓-๔ ใบ เจ้าหน้าที่ก็บอกว่านาฬิกาฉันไม่สนแล้ว ฉันถามต่อว่ากระเป๋านี้คุณนำเข้ามาในราชอาณาจักรได้อย่างไร สุภาพบุรุษท่านนี้ก็ตอบว่า ผมเรียนอยู่ที่เมืองนอก เวลากลับมาครั้งนี้ผมเรียนจบแล้วจึงนำกระเป๋าเก่าเข้ามาครับ ก็กลายเป็นประเด็นถกเถียงกันไปว่านี่คือกระเป๋าเก่าหรือกระเป๋าใหม่ สุดท้ายก็มีการยึด กระเป๋าแล้วก็แจ้งข้อกล่าวหานำสินค้ามูลค่าเกิน ๒๐,๐๐๐ บาทเข้ามาในราชอาณาจักร แต่เรื่องมันไม่จบเท่านั้นท่านประธานครับ มีการรับส่วยกันไหม มีการเจรจากันเพื่อเอาของ ทิ้งไว้และเอาตัวออกไปหรือไม่ เดี๋ยวติดตามต่อครับ
เรื่องที่ ๒ ผู้ร้องท่านที่ ๒ บอกว่าเดินทางกลับจากต่างประเทศเช่นเดียวกัน ผ่านช่องเขียวแล้วก็นำชามาจากเมืองจีน นำมาทั้งหมด ๓๐ ห่อ เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ ผมเชื่อว่าผู้แทนราษฎรหรือว่าใครก็แล้วแต่ไม่มีใครไปเที่ยวแล้วไม่ซื้ออะไรกลับมาครับ แต่บางทีเราไม่รู้กฎหมายบ้าง หรือรู้แต่คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่บ้างก็โดนจับกุมไม่ว่าอะไรครับ แต่รายนี้บอกว่าหิ้วชาเข้ามา ๓๐ ห่อ พอเข้ามาปุ๊บก็เจอบุรุษชุดขาวเช่นเคยเรียกตรวจ บอกว่านำเข้าชามานี้ต้องเสียค่าปรับประมาณ ๘,๐๐๐ บาท คนนี้เขาก็บอกว่าเขาซื้อมา ๑๕๐ บาทต่อห่อ คูณแล้วก็ประมาณ ๔,๕๐๐ บาท จะเอาอย่างไรดีครับ ๑. เสียค่าปรับ ๘,๐๐๐ บาทแล้วเอาชาออก กับปล่อยให้เจ้าหน้าที่ยึด สรุปใจความครับ เจ้าหน้าที่ขอยึด แล้วก็ปล่อยตัวออกไป แต่ว่าก่อนออกยังมีน้ำใจนะครับท่านประธาน เจ้าหน้าที่ศุลกากร ท่านนี้ยังแถมให้ ๒ ห่อ บอกว่าเอาไปฝากเพื่อนได้ ๒ ห่อ จริงหรือไม่ประการใด เดี๋ยวตรวจสอบต่อ
เรื่องที่ ๓ ในเว็บไซต์ (Web site) เดี๋ยวนี้เยอะครับ เขาบอกว่ามีนายหน้า รับหิ้วของออกทางช่องเขียว ตั้งแต่ดอนเมือง สุวรรณภูมิ ด่านต่าง ๆ เยอะแยะทั่วประเทศไทย แล้วก็ไปประกาศในเว็บไซต์ ไอแพดนี่ท่านประธานครับ หรือว่าโทรศัพท์มือถือไอโฟน อะไรนี่นะครับ ราคา ๒๔,๐๐๐ บาท ขายอยู่ประมาณ ๑๒,๐๐๐ บาท อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ กรมศุลกากรนำเข้า จริงเท็จประการใดเดี๋ยวผมถามท่านรัฐมนตรีต่อนะครับ ท่านช่วยตรวจสอบ
เรื่องสุดท้าย พูดมานี่เจอกับตัวเอง ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบมีฟอร์ม (Form) เยอะ ท่านประธานครับ ไม่เคยมีใส่แจ็คเก็ต (Jacket) ติดบัตรอะไรไปรับตามงวงช้าง แล้วก็นั่ง รถกอล์ฟไม่เคย ไปต่างประเทศผมไปคนเดียว ยืนเข้าแถว ตม. ตลอด ผ่านศุลกากร ก็เข้าคิวตามตลอดครับ เพราะฉะนั้นพวกนี้ก็เลยมองผมเป็นเหมือนคนธรรมดาทั่วไป แล้วเวลาผมไปต่างประเทศท่านประธานครับ ชอบใส่กางเกงขาสั้น เสื้อยืด สะพายเป้ วันหนึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่เดินทางกลับจากฮ่องกง วันที่ ๒๘ ตุลาคม ปีที่แล้ว นานแล้วนะครับ ทีจี ๖๐๗ (TG 607) ผมมาถึงกรุงเทพฯ ๕ ทุ่ม ออกช่องเขียวตรงที่มีรับกระเป๋าซี ๑๐ (C10) ท่านรัฐมนตรีลองจดด้วยครับ เดี๋ยวอธิบดีกรมศุลกากรคงจะเรียกบุรุษชุดขาวมาถามว่า เป็นอย่างไรบ้าง ประเด็นมันก็คืออย่างนี้ท่านประธานครับ เวลาออกมาไปเมืองนอกผมไม่ค่อยชอบ ซื้อของเมืองนอก เพราะผมชอบอุดหนุนคิง พาวเวอร์ ดิวตี้ ฟรี (King Power Duty free) ประเทศไทย พอมาถึงปุ๊บผมก็ซื้อตรง ตม. ขอโทษครับ ตรงที่รับกระเป๋าเขาจะมีเชลฟ์ (Shelf) วางอยู่ ซื้อสุราไปฝากเพื่อน ๓ ขวด ร้านคิง พาวเวอร์ บอกว่าคุณคะคุณต้องใช้พาสปอร์ต (Passport) ๑ ใบต่อ ๑ ขวด ผมบอกได้ครับ เพื่อนมาช่วยกันหน่อยคนละใบ ซื้อ ๓ ขวด ท่านประธานครับ ด้วยความที่ฟอร์มไม่ค่อยเยอะมีหน้าที่เข็นกระเป๋า เพื่อนก็ฝากกระเป๋า ๓-๔ ชั้น ผมก็ด้วยความเจตนาบริสุทธิ์ถือถุงคิง พาวเวอร์วางไว้ แล้วก็มีเหล้า ๓ ขวด ผ่านบุรุษชุดขาวช่องเดิม มานี่เลย เรียกผมเข้ามาแล้วก็ถามผมว่าคุณซื้อเหล้าผิดกฎหมาย เกิน ๑ ขวด ผมก็งง ผมบอกก็ผมซื้อจากดิวตี้ ฟรี เห็นอยู่ใกล้ ๆ แค่นี้ แล้วมันผิดกฎหมายอย่างไร ถุงก็มี ใบเสร็จก็มี เขาก็ตอบว่าไม่ได้ คนมาจากประเทศใดก็แล้วแต่เข้ามาผ่าน ตม. ๑ ขวด ผ่านช่องเขียวได้ ถ้าถือ ๓ ขวดผิดกฎหมาย เมื่อสักครู่นี้ประชุมคณะกรรมาธิการท่านประธานครับ คุยเรื่องนี้กับท่าน ส.ส. ท่าน ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลท่านหนึ่งบอกว่าโดนเหมือนกันที่จังหวัดหนองคาย เพื่อนฝากซื้อบุหรี่มา ๓ คาร์ตอน (Carton) เดินกันมา ๔ คน แต่ถือคนเดียวโดนจับ เคลียร์กัน ถึงตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด จริงเท็จประการใดท่านไปตรวจสอบครับ ประเด็นมีอยู่ว่าอย่างนี้ครับ จากที่ผมโดนเรียกเข้าไปในห้อง เห็นท่าทางผมขัดขืน ก็ผมให้คุณมาตรวจผมได้อย่างไร ผมก็ถูกต้องตามกฎหมาย พาผมเข้าไปห้องเล็ก ๆ หลืบด้านใน ท่านประธานครับ ระทึก เข้าไปปุ๊บในห้องเต็มไปด้วยเหล้าเพียบ มีตั้งแต่ยี่ห้อที่ท่านประธานอาจจะเคยหรือไม่เคย รู้จักหรือไม่รู้จักไม่แน่ใจ แต่ผมมองแล้วขวดละ ๕๐,๐๐๐ บาท บลูบ้าง แบล็คบ้าง สวิงบ้าง เยอะแยะมากมายเต็มพื้นห้องไปหมด ผมตกใจ ผมขึ้นไปร้านขายเหล้าหรืออย่างไร ปรากฏว่าเขาก็บอกว่าผมซื้อกี่ขวดจนกระทั่งผมต้อง โทรศัพท์หาเพื่อนครับ เพื่อนออกไปแล้ว เอาพาสปอร์ตไปให้เขาดูหน่อยว่าเราซื้อเล่มละขวด ๆ สุดท้ายปลายทางเขาขู่ผมอีกบอกถ้าทำอย่างนี้อีกหน่อยผมจะจับคุณนะ ผมก็ยังไม่ได้ให้ พาสปอร์ตดูก็เลยไม่รู้ว่าเป็นผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ แต่ไม่ได้เบ่งอะไรเลย ท่านไป ตรวจสอบได้
คำถามมีอยู่ว่าของที่เจ้าหน้าที่บุรุษชุดขาวท่านจับกุมอะไรก็แล้วแต่ ท่านเอา ไปไว้ที่ไหน ท่านเอาไปไว้ตลาดโรงเกลือ หรือไปไว้ร้านเจ๊อะไรแถว ๆ ดอนเมือง หรือไปไว้ หลังการบินไทย ผมถามท่านรัฐมนตรีครับว่าขั้นตอนการจับกุม การประชาสัมพันธ์โดยเฉพาะ ลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวเข้ามาเมืองไทย ขนาดผู้แทนราษฎรยังเป็นอย่างนี้ แล้วถ้าเกิด วันหนึ่งทำวันละขวดไม่มีใครอยากโดนจับ ท่านประธานครับ ก็ยอม ๆ เอาเหล้าไป เดี๋ยวฉัน ออกไปตัวเปล่าก็ได้ สุดท้ายก็สวดชยันโตเจ้าหน้าที่ชุดขาวตรงนั้นไป ถามท่านรัฐมนตรีครับว่า ขั้นตอนในการจับกุมนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยแล้วเอาของกลาง ต่าง ๆ ที่ท่านบันทึกหรือไม่บันทึกท่านดำเนินการอย่างไร ผมเชื่อว่าผมถามกระทู้ถามนี้เย็นนี้ รับรองห้องนั้นโล่งเตียนครับ ของหายหมด แล้วผมจะส่งลูกน้องผมไปนั่งเฝ้าด้วยครับว่า ท่านเอาไปขายเองหรือท่านเอาไปเป็นของกลาง เป็นคำถามที่ ๑ ท่านรัฐมนตรีครับ