สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๖

ประดิษฐ สินธวณรงค์ เสนอการปรับปรุงระบบค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์ โดยอ้างเหตุผลที่ว่าระบบปัจจุบันไม่เหมาะสม เนื่องจากมีความเหลื่อมล้ำ ภาระงานไม่เหมาะสม และไม่มีความมั่นคง ดังนั้นจึงเสนอแนวคิดการปรับปรุงระบบค่าตอบแทนโดยนำระบบค่าตอบแทนที่ผันแปรตามภาระงานเข้ามาผสมผสาน เพื่อให้เกิดความมั่นคงและเป็นประโยชน์ต่อทั้งประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ โดยแบ่งเป็น 3 ระยะการดำเนินการ คือ ระยะแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2557 ระยะที่ 2 หลังจาก 1 ปีของงบประมาณ และระยะที่ 3 หลังจาก 1 ปีของงบประมาณที่ 2

นายประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติดังนี้นะครับ

เรื่องแรก คือยังไม่มีการยกเลิกเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายที่ท่านสมาชิกได้กรุณากล่าว ขึ้นมานะครับ เป็นเพียงแต่มีการปรับปรุงระเบียบการจ่ายค่าตอบแทนเท่านั้น สาเหตุที่มี การปรับปรุงในการจ่ายค่าตอบแทนดังกล่าวนั้นก็มีเหตุมาจาก ๓ ประการ ดังนี้

อันแรกก็คือเป็นการลดความเหลื่อมล้ำหรือสร้างความเป็นธรรมที่อยู่ระหว่าง วิชาชีพด้วยกันหรือภายในวิชาชีพด้วยกัน เช่นภายในระหว่างวิชาชีพขณะนี้เบี้ยเลี้ยง ค่าตอบแทนของพยาบาลนั้น มีอัตราที่ค่อนข้างต่างกับกลุ่มแพทย์มาก เราก็มีความเห็นว่า จะหาวิธีอย่างไรที่จะปรับให้เบี้ยเลี้ยงของกลุ่มวิชาชีพอื่น ๆ นอกจากแพทย์นั้นมีสูงขึ้น แต่ไม่ได้ไปลดในกลุ่มแพทย์ลงมานะครับ

อันที่ ๒ ภายในวิชาชีพกันเองนั้นมีภารกิจภาระงานที่ต่างกัน แม้แต่ระหว่าง โรงพยาบาลในแต่ละระดับก็มีภารกิจภาระงานที่ต่างกัน ถ้าเราปรับให้มีความเหมาะสม เช่นในโรงพยาบาลชุมชน ท่านมีภารกิจที่จะเน้นไปในเรื่องของการส่งเสริมสุขภาพดูแลประชาชน มันก็ถือเป็นภาระงานอย่างหนึ่งที่ท่านควรจะได้เบี้ยเลี้ยงตัวนี้ที่จะทำออกมาให้เห็น เป็นภาพชัด ไม่จำเป็นต้องออกมาในเรื่องของเป็นค่าตรวจค่ารักษาแต่อย่างเดียว ก็เป็นการสร้าง แรงจูงใจที่จะให้ผู้ที่ปฏิบัติงานมากขึ้นได้ค่าตอบแทนที่มากขึ้น เป็นการให้เกิดผลดี ต่อประชาชนมากขึ้น

อันที่ ๓ เป็นเรื่องของการสร้างระบบค่าตอบแทนให้มั่นคงอยู่ในระบบ สาธารณสุข

กระผมขอเรียนท่านประธานมาในรายละเอียดดังต่อไปนี้นะครับว่า โดยปกติ กระทรวงสาธารณสุขมีค่าตอบแทนทั้งหมดใช้จ่ายปีหนึ่งประมาณ ๒๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้มาจากเงินบำรุงของโรงพยาบาล ซึ่งเป็นเงินมาจากค่าใช้จ่ายที่หักลบค่าใช้จ่าย ที่ได้จากเงินงบประมาณเหมาหัวจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แล้วในแต่ละปี ที่ผ่านมานั้นกระทรวงก็มีการใช้เงินบำรุงนี้จ่ายไป แต่เงินบำรุงนั้นบางครั้งในทุก ๆ ปีที่ผ่านมา ก็ไม่พอ ก็ต้องมีการตั้งงบประมาณขึ้นมาเฉพาะ ปีหนึ่งอย่างน้อยก็ ๓,๐๐๐ ล้านบาทผ่านทาง งบของกระทรวงสาธารณสุข เป็นการตั้งงบประมาณปีต่อปี ในปีนี้เองก็จะต้องมีการครบ กำหนดอายุที่เราได้มีการกำหนดกันไว้แล้ว ๓ ปี ถ้าจะมีการต่อไปก็ต้องมีการคุยกันระหว่าง สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องมี การปรับระบบวิธีการต่าง ๆ กระผมเห็นว่าในเรื่องดังกล่าวนั้นถ้าเราปล่อยให้เป็นการทำกัน โดยระบบปีต่อปีแล้วก็จะเกิดความไม่มั่นคง จึงได้มีการปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังที่ผมได้เอ่ยชื่อขึ้นมาแล้วนะครับ คือว่าจะทำอย่างไรให้ระบบนี้เป็นระบบซึ่งอยู่กับ กระทรวงสาธารณสุขต่อไปโดยไม่ต้องมาตั้งงบประมาณปีต่อปี ก็มีความเห็นสอดคล้องกันว่า ถ้ามีการนำระบบค่าตอบแทนที่ผันแปรตามภาระงานเข้ามาผสมผสานด้วยนั้นจะทำให้ เป็นประโยชน์ต่อทั้ง ๒ ฝ่าย กล่าวคือทางกลุ่มประชาชนก็จะได้ผลตอบแทนจากภาระงาน ของแพทย์ที่มีการทำงานมากขึ้นหรือบุคลากรในวิชาชีพที่ทำงานมากขึ้น ในส่วนของแพทย์ หรือกลุ่มวิชาชีพต่าง ๆ ก็จะได้เงินจำนวนนี้เป็นเงินประจำขึ้นมา เงินประจำนี้ก็เกิดจาก ทำงานมากขึ้นหรือบุคลากรทางวิชาชีพทำงานมากขึ้น ในส่วนของแพทย์หรือกลุ่มวิชาชีพ ต่าง ๆ ก็จะได้เงินจำนวนนี้เป็นเงินประจำขึ้นมา เงินประจำนี้ก็เกิดจากสำนักงบประมาณ เห็นว่าจะมีการโอนเงินจำนวนดังกล่าวที่ต้องตั้งขึ้นมาเป็นปีต่อปีนั้นเข้าไปเป็นค่าใช้จ่าย รายหัว เมื่อเป็นค่าใช้จ่ายรายหัวแล้วก็จะต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นไปตามกติกาที่มีการตั้ง ขึ้นมาแล้วก็จะอยู่ต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องมาทำการตกลงกันปีต่อปีนะครับ โดยหลักการ ดังกล่าวนั้นก็ได้มีการกำหนดค่าตอบแทนขึ้นมา ค่าตอบแทนของแพทย์หรือบุคลากรทาง การแพทย์ทั้งหลายนั้นก็แบ่งเป็น ๓ กลุ่ม กลุ่มแรก ก็คือเป็นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง กลุ่มที่ ๒ ก็คือเงินสำหรับพื้นที่เฉพาะและพื้นที่ขาดแคลน กลุ่มที่ ๓ คือเงินค่าตอบแทน ดังกล่าวที่ผมใช้คำว่า พีฟอร์พี (P for P) นะครับ เงินดังกล่าวจะเห็นว่าเรามีหลักเกณฑ์ ในการทบทวนนะครับว่า ๑. เราจะไม่ลดวงเงิน เช่นในโรงพยาบาลชุมชนท่านเคยได้อยู่แล้ว ๕๐๐,๐๐๐ บาท มีแพทย์อยู่ ๕ คน เราก็ไม่ลดวงเงิน แต่ในระบบนี้อาจจะมีการเพิ่มขึ้นจาก พีฟอร์พีอีกด้วยและมีการแบ่งเฉลี่ยกันตามภาระงานเกิดขึ้น อันที่ ๒ เราก็จะมีการคงในพื้นที่ เฉพาะที่เป็นพื้นที่ที่มีความจำเป็น เช่น พื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ พื้นที่เสี่ยงภัย พื้นที่ทุรกันดาร ต่าง ๆ ยังคงไว้อยู่นะครับ อันที่ ๓ โรงพยาบาลในเขตปกติก็จะได้ตัวเงินค่าตอบแทนคงที่อยู่ แต่ว่าอาจจะมีการลดอัตราลงไป แต่จะบวกผสมผสานด้วยเงินค่าตอบแทนพีฟอร์พีอันนี้ ซึ่งเมื่อตอบมาแล้วจะได้ผลลัพธ์ที่มากขึ้น อันนี้ก็เป็นสาเหตุของการที่จะทำ ระยะเวลา การทำงานนั้นก็ยังอยู่ในระยะของการปรึกษาหารือกันอยู่ถึงหลักเกณฑ์

ในเรื่องหลักการนั้นได้มีการตกลงหลักการอย่างนี้ไปแล้วขณะนี้ก็ยังอยู่ ในระยะของการปรับเกณฑ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางฝ่ายข้าราชการประจำจะเป็นคนตกลงต่อไป แต่ผมได้ให้นโยบายแล้วว่าขอให้ค่อยเป็นค่อยไปเป็นระยะเฟส (Phase) คือในเฟสที่ ๑ จะเริ่มที่ วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๗ นี้จะมีการเริ่มดำเนินการก่อน และเมื่อครบ ๑ ปีของงบประมาณ แล้วก็จะมีการประเมินผลว่าเรามีการกระทำไปแล้วเกิดผลอย่างไร จากนั้นก็จะเริ่มในระยะที่ ๒ ที่จะเริ่มต่อไป แล้วจากนั้น ๑ ปีงบประมาณแล้วก็จะมีการพิจารณาทบทวนถึงว่าข้อดี ข้อเสียต่าง ๆ เป็นอย่างไร ขอบพระคุณครับ