เชิดชัย ตันติศิรินทร์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม โดยเสนอให้มีการแก้ไขปัญหาสิทธิรักษาพยาบาลและเงินช่วยเหลือให้เท่าเทียมกับประกันสังคม นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการปรับปรุงการเก็บเงินเข้ากองทุนประกันสังคมให้ไม่ขาด และการบริหารจัดการกองทุนให้ไม่เกิดชอร์ต รวมถึงการเพิ่มจำนวนกรรมการประกันสังคมให้เท่า ๆ กันระหว่างผู้ชายและผู้หญิง นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการการแพทย์ โดยเลือกคุณหมอที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการทำงาน และออกเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เท่าเทียมกัน เพื่อให้มีการทดแทนต่าง ๆ ที่เหมาะสม
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สนับสนุนนะครับ แล้วก็เป็นที่น่ายินดีนะครับท่านประธานผ่านไปทางรัฐมนตรีที่รัฐบาลชุดนี้เปิดโอกาสให้ ความฝันของประชาชนเป็นจริง เพราะเท่าที่ประชาชนเสนอกฎหมายมา ๑๐,๐๐๐ คน น้อยนะครับที่จะผ่าน อันนี้น่าจะเป็นฉบับที่ ๓ หรือฉบับที่ ๔ ที่ผ่านสภาโดยพรรครัฐบาลนี้ สนับสนุนนะครับ ท่านประธานครับ ผมพูดนิดหนึ่งนะครับ ต้องทราบว่าประกันสังคม มันเรื่องสุขภาพทั้งนั้นมีอยู่ ๗ กรณี ท่านประธานดูนะครับ ๑. เรื่องเจ็บป่วยกับอุบัติเหตุ ๒. เรื่องคลอดบุตร ๓. เรื่องทุพพลภาพ ๔. เรื่องเสียชีวิต ๕. เรื่องสงเคราะห์บุตร ๖. เรื่องชราภาพ ๗. เรื่องว่างงาน อยู่ ๗ เรื่องแค่นั้นเองครับ แต่ ๗ เรื่องนี้มีปัญหาเยอะแยะนะครับ ก็คือปัญหามาก โดยเฉพาะเรื่องรักษาพยาบาล ท่านประธานครับ ผมเป็นหมอผ่าหัวใจนะครับ แล้วบริษัท ไปท้าประกันกับบางโรงพยาบาลซึ่งขีดความสามารถในการรักษาไม่ได้แล้วก็ไม่ยอมรีเฟอร์ (Refer) ไป คนไข้ต้องไปเองต้องจ่ายเงิน อันนี้เป็นปัญหาที่ว่าไม่ควรจะเกิดขึ้น ชีวิตของคนไข้ เขาก็เป็นชีวิตเหมือนกันเราจะไปกั๊กเขาไว้แล้วไม่ส่งต่อไม่ดีครับ อันนี้ก็เกิดคล้าย ๆ ยูซี (UC) เช่นเดียวกันที่ว่าท่านอยู่ในเขตนี้แล้วไม่สามารถจะส่งรีเฟอร์ไปที่อื่นได้ถ้าแพทย์ไม่ส่ง สุดท้าย คนไข้ก็ตายโดยเฉพาะโรคหัวใจ อันนี้ต้องไปแก้นะครับ และอีกอันหนึ่งก็คือสิทธิที่เกี่ยวกับรักษาพยาบาลมันไม่เท่าเขาครับ ประกันสังคมนอกจาก จ่ายเงินนะครับ รัฐบาลจ่ายเสริม นายจ้างก็จ่ายเพิ่มแล้วสิทธิท้าไมมันน้อยจังเลยครับ น้อยกว่ายูซีอีก สรุปแล้วที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่าพวกพยาบาลที่เป็นลูกจ้างชั่วคราว อยู่ในโรงพยาบาลแท้ ๆ เลยแล้วก็ดูแลคนไข้ที่เป็นบัตรทอง พอตัวเองป่วยปรากฏว่าสิทธิสู้บัตรทองไม่ได้ จะไปลาออกก็ไม่ได้เพราะกฎหมายก้าหนดว่าต้องไปเป็นอย่างนั้นนะครับ ไปใช้บัตรทองก็ไม่ได้ อันนี้เป็นเรื่องที่ฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ น่าเป็นห่วงครับ เป็นพยาบาลเอง สิทธิน้อยกว่าพวกบัตรทองอีก
เรื่องที่ ๒ เรื่องกองทุน เท่าที่ดูจากสถิติต่าง ๆ ที่ผ่านมาโดยเฉพาะในปี ๒๕๕๕ กองทุนเก็บเงินเข้าลดลง ไล่ไปไล่มาปรากฏว่านายจ้างไม่จ่าย เบี้ยว ก็ไม่ทราบเพราะอะไร อาจจะเลิกบริษัท หรือเบี้ยวไม่จ่ายจริง ๆ ไม่น้าส่ง อันนี้ผมว่าน่าจะมีการพัฒนาปรับปรุง การน้าเงินเข้ากองทุนอย่าให้มันขาดเลยครับ เพราะว่าเกิดชอร์ต (Short) ขึ้นมาแล้วเกิดต้องไปจ่าย ชราภาพเข้าไปอีกเดี๋ยวเงินไม่พอครับ
เรื่องที่ ๓ การบริหารกองทุน มีหลาย ๆ อย่างที่ผ่านกฎหมายเข้ามาแล้ว การบริหารกองทุนมันใช้เงินเยอะ และยิ่งถ้าจะออกนอกระบบไม่รู้ใครจะไปควบคุม ขนาดประเทศสหรัฐอเมริกาเขายังออกกฎหมายควบคุมการบริหารจัดการกองทุนไม่ให้มาก ไม่ใช่ผู้บริหารนั่งเครื่องอย่างพิเศษหรืออะไรต้องพิเศษกว่าคนอื่น เบี้ยเลี้ยงก็ต้องแพง ผมอยากพูดถึง ๓ อย่างนี้ครับ
ท่านประธานครับ มาดูในเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ. นี้นะครับ มาตรา ๘ ที่ผมสนใจคือคณะกรรมการประกันสังคม อันนี้ดีนะครับ เพราะว่ารัฐบาลเพิ่มจากไตรภาคี คือ รัฐบาล นายจ้าง ลูกจ้าง เพิ่มจาก ๕ คน เป็น ๖ คน รวมเป็น ๑๘ คน และที่ส้าคัญก็คือ นายจ้างกับลูกจ้างให้เป็นการเลือกตั้ง อันนี้จะแก้ครหานินทาไปได้ แต่กติกาต้องชัดเจนนะครับ แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกเสนอว่าควรจะให้ผู้หญิงกับผู้ชายเท่า ๆ กัน เห็นด้วยนะครับ แล้วที่ส้าคัญ ในมาตรา ๑๐ วาระการด้ารงต้าแหน่งพวกนี้ ๒ ปี แล้วไปเรื่อย ๆ ๒ ปี ท่านประธานครับ ที่มีปัญหาไม่ชอบมาพากลก็อยู่ตรงที่มันอยู่นานนี่ละครับ ผมอยากจะขอให้อยู่สัก ๒ วาระ ได้ไหมมันจะได้แก้ เพราะว่าในมาตรา ๘ ท่านก็ยังกันไว้อยู่นะครับว่ากรรมการเหล่านี้ ต้องแจ้งทรัพย์สินไปที่ ป.ป.ช. เป็นสิ่งที่ดีนะครับท่านประธาน ขอฝากท่านไปยังกรรมาธิการ ที่จะเกี่ยวข้องนะครับ
มาตรา ๑๔ คณะกรรมการการแพทย์เท่าเดิมครับ ๑๖ คน แล้วก็บอกว่า มีผู้เชี่ยวชาญเวชกรรมสาขาต่าง ๆ อันนี้ก็เป็นปัญหาครับ มีวาระ ๒ ปี ผมก็อยากเสนอให้ เช่นเดียวกันครับ อย่าให้เป็นนานเลยครับ เป็นสัก ๒ ปี และอีกอย่างก็คือเลือกคุณหมอ ที่ไปเป็นกรรมการของ สปสช. บ้างคือยูซีจะได้ดูกันครับ เท่าที่ผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์พวกนี้ บางทีคล้าย ๆ เขาไม่ดูกันเลย และเวลาตอบปัญหาก็ตอบแบบอย่างไรก็ไม่ทราบครับ เหมือนไม่มีความรู้ ไม่เหมือนสิทธิคนอื่นเขาเป็นอย่างไรเลยที่เรียกมาถามนี่ มันน่าจะคล้าย ๆ กรรมการอาจจะครึ่งหนึ่งเป็นกรรมการของ สปสช. อีกครึ่งหนึ่งเป็นของอันนี้ด้วย และที่เหลือก็แล้วแต่ท่านจะไปเลือกมานะครับ แล้วก็เห็นด้วยกับคุณหมอสุกิจ ขออนุญาต เอ่ยนามนะครับ ควรจะเป็นสาขาเวชกรรมที่เป็นหลักด้วยให้มันครบ
อีกอย่างหนึ่งท่านประธานครับ สิทธิอัตราต่าง ๆ การทดแทนต่าง ๆ ที่คณะกรรมการแพทย์จะออกเกณฑ์ต่าง ๆ กรุณาไปดูของยูซีหรือบัตรทองกับข้าราชการด้วย และออกมาเป็นเกณฑ์ คนป่วย ผู้ป่วยถามอยู่ประจ้าผมตอบไม่ได้ครับ รู้แต่ว่ายูซีดีกว่า เพราะผมเคยไปแนะน้าเขาว่ามันต้องตั้งอย่างนี้เพราะผมเป็นนายกสมาคมหมอผ่าหัวใจ อันไหนที่มันโบราณเราก็โละทิ้ง อันนี้ที่เป็นของดีก็ใส่เข้าไป ราคามันไม่ได้แพงขึ้นเท่าไรหรอกครับ
อันสุดท้ายนะครับ การที่จะมีภาคเอกชนเสนอให้ส้านักงานหลักประกันสังคม มีส้านักงานออกนอกระบบไปเลย อันนี้ผมยังไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะเงินจ้านวนมาก เป็นเงินรัฐและเป็นเงินของทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง แล้วก็ไปดูเพิ่มเติมอีกในร่างของท่าน เปลี่ยนจากธุรการที่สนับสนุนคณะกรรมการประกันสังคมนี่ครับ ไปให้อ้านาจมากขึ้น ออกระเบียบ กติกา ต่าง ๆ เกี่ยวกับการเงิน ซึ่งอันนี้อันตรายนะครับ แล้วที่ส้าคัญคือในอนาคตมันจะมีกฎหมายอื่นเกี่ยวข้อง ถ้าออกนอกระบบไปจะมีปัญหา ในการที่จะแก้ไขเรื่องสวัสดิการด้านรักษาพยาบาลอย่างเป็นระบบนะครับ ท่านประธานครับ ยังมีอื่น ๆ อีกเยอะแยะนะครับ ท่านสมาชิกก็ได้อภิปรายไปผมเห็นด้วยนะครับ ก็อยากฝาก ท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการให้เอาประเด็นต่าง ๆ โดยเฉพาะของเอกชนที่มีกรรมการ อุทธรณ์พวกนี้เข้าไปด้วยก็ดีนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน