บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม โดยเน้นย้ำถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้พระราชบัญญัติประกันสังคมฉบับเดิม และขอให้อภิปรายเรื่องสิทธิประโยชน์และการรักษาพยาบาลด้านสุขภาพ โดยชี้ให้เห็นว่ามีปัญหาที่เกิดจาก "รอยต่อ" ที่ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์น้อยกว่าผู้ที่มีบัตรทอง และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหานี้โดยการบูรณาการมาตรา ๑๐ ของกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเข้ากับร่าง พ.ร.บ. ที่จะมีการแก้ไขขึ้นนี้ นอกจากนี้ บัญญัติ เจตนจันทร์ ยังหารือเรื่องการรักษาพยาบาลผู้ประกันตน โดยมีเนื้อหาสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การคลอดบุตร ผู้ป่วยประกันสังคม และมาตรา 54 ส่งเสริมป้องกันโรค โดยเรียกร้องให้รัฐบาลโอนภารกิจงานรักษาพยาบาลไปให้ส้านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้สุขภาพของผู้ประกันตนนั้น ไม่ด้อยกว่าผู้ป่วยบัตรทอง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ และภาคประชาชนได้เสนอเข้ามาพิจารณา ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นะครับ สืบเนื่องจาก พ.ร.บ. ประกันสังคมฉบับเดิมมีปัญหาอุปสรรค หลายประการด้วยกัน ซึ่งเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ก็ได้อภิปรายคนละประเด็นสองประเด็น แล้วก็จากที่พวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้รับทราบปัญหาของผู้ประกันตน ที่จะได้รับผลประโยชน์จาก พ.ร.บ. ประกันสังคมฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ก็มีปัญหา หลายประการด้วยกัน ผมจะขออนุญาตอภิปรายในเรื่องของสิทธิประโยชน์ เรื่องของ การรักษาพยาบาลด้านสุขภาพนะครับ สืบเนื่องจากปัจจุบันนี้สิทธิในการรักษาพยาบาล ในประเทศไทยมีประมาณ ๔ ด้านด้วยกัน
เจ้าใหญ่ในการรักษาพยาบาลเรื่องสุขภาพ การรักษา ส่งเสริม ป้องกัน และฟื้นฟูโรคก็คือ สปสช. คือส้านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งถือกฎหมาย พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นคัมภีร์เล่มใหญ่ที่สุด
ต่อไปก็คือเรื่องสิทธิผู้ประกันตนของ พ.ร.บ. ประกันสังคมนี่ละครับ ซึ่งเป็นผู้ใช้แรงงานจ้านวนประมาณสัก ๑๐ ล้านคนนี่ครับ ในส่วนนี้ก็เป็นเจ้าที่ ๒
อีกเจ้าหนึ่งก็คือกรมบัญชีกลางซึ่งดูแลข้าราชการ ลูกจ้างประจ้าในส่วนที่เบิกได้ ต้องมีต้นสังกัด ซึ่งส่วนนี้ก็กินประชากรในล้าดับที่ ๓ แต่ว่าใช้ทรัพยากรจ้านวนมหาศาลเลยครับ ใช้มากกว่าใครเขาเลย
และอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของ พ.ร.บ. ผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งในส่วนนั้น ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง อาจจะรวมเรื่องของกองทุนทดแทนผนวกอยู่ในเรื่องของผู้ประกันตนด้วยก็ได้ ก็ ๔ กลุ่มใหญ่ ๆ ด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันนี้มีรอยต่อ เดี๋ยวนี้นิยมใช้ประโยคค้าว่า รอยต่อ ที่ผ่านมา เลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม. ก็จะมีประโยคว่ารอยต่อบ่อย ๆ เพราะฉะนั้นกฎหมายที่เกี่ยวกับ การดูแลสุขภาพนี่ครับปัจจุบันมีรอยต่อ ทีนี้รอยต่อถ้าเป็นผู้ประกันตนซึ่งกฎหมายก้าหนดว่า ต้องหักเงินเข้าสมทบในประกันสังคมทุกเดือนร้อยละ ๕ แต่ได้รับสิทธิน้อยกว่าผู้ที่ถือบัตรทอง หรือเรียกว่าตามกฎหมาย พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เดี๋ยวนี้ไม่ใช่น้อย ๆ นะครับ มีหลาย ๆ สิทธิด้วยกันและสิทธิเหล่านี้ก็ไม่สามารถที่จะเรียกร้องอะไรได้มากไปกว่านั้น เพราะว่ากฎหมายได้จ้ากัดสิทธิไว้แล้วเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นการแก้กฎหมายร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคมในครั้งนี้ผมก็อยากจะชี้ให้เห็นว่ามันมีปัญหารอยต่อของคนและเป็นรอยต่อ ที่ผู้ที่ต้องเสียเงินทุกเดือนกลับได้ผลประโยชน์น้อยกว่า ในเรื่องต่าง ๆ ที่มีสิทธิประโยชน์ น้อยกว่านี้ผมคงไม่ต้องชี้แจงนะครับ เช่น เรื่องล้างไตก็ดี เรื่องเกี่ยวกับโรคไตวายก็ดี เรื่องยาต้านมะเร็งเม็ดเลือดต่าง ๆ ก็ดี หรือสิทธิเรื่องของเครือข่ายก็ดี ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้สิทธิของบัตรทองนั้นก้าวหน้าไปมากเพราะเขาเป็นเจ้าใหญ่แล้วเขามี เงินกองทุนเยอะเขาจึงบริหารจัดการให้การซื้อยาในราคาที่ถูก แล้วเขามีเครือข่ายของเขา มากกว่าเยอะ ปัจจุบันผู้ป่วยประกันสังคมเวลาที่จะรักษาพยาบาลจ้าเป็นจะต้องขาดงาน เพื่อไปโรงพยาบาลรัฐบาล ก็เป็นที่รู้กันอยู่ว่าโรงพยาบาลรัฐบาลคนไข้หนาแน่น แต่ในเครือข่าย ของประกันสังคมก็เปิดโอกาสให้คลินิกหรือเอกชนเข้ามาเป็นลูกข่ายได้ แต่ท่านรู้ไหมครับว่า เครือข่ายของประกันสังคมที่สร้างไว้มันเป็นระบบของยี่ปั๊ว เนื่องจากกระทรวงแรงงาน ซึ่งไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องของสุขภาพจ้าเป็นจะต้องมาดูแลการจัดการเครือข่ายเรื่องสุขภาพ จึงให้โรงพยาบาลจังหวัด หรือโรงพยาบาลขนาดใหญ่มากก้าหนดไว้ว่าเกิน ๕๐ เตียงขึ้นไป จึงมีสิทธิที่จะเป็นแม่ข่ายของผู้ป่วยประกันสังคมนะครับ ทีนี้บัตรทองเขาใช้แม่ข่าย ที่เล็กกว่านั้น อย่างเช่น โรงพยาบาลอ้าเภอ ๓๐ เตียงเป็นแม่ข่ายก็ดูแลได้ แต่ส้านักงาน ประกันสังคมในระดับอ้าเภอไม่สามารถเป็นเมน คอนแทรคเตอร์ (Main Contractor) ได้ เป็นแม่ข่ายได้ ก็ท้าให้โรงพยาบาลจังหวัดทั่วประเทศตอนนี้เป็นยี่ปั๊ว การก้าหนดลูกข่ายต่าง ๆ แม่ข่ายก็ตัดตอนเงินไว้ที่ตัวเองจ้านวนมาก โดยให้ผู้ประกันตนจ้าเป็นต้องล้าบากเดินทางมา ที่โรงพยาบาลจังหวัด ไม่สนใจว่าคิวจะยาวขนาดไหน เพราะว่าการแบ่งลูกข่ายออกไป เขามีความรู้สึกว่าจ้าเป็นจะต้องจ่ายเงินสดออกไปนะครับ เมื่อจ่ายเงินสดออกไปเงินที่ โรงพยาบาลได้รับจากประกันสังคมก็ร่อยหรอลงไป กับการที่ให้ผู้ประกันตนมาแออัดยัดเยียดกัน แล้วก็เบื่อหน่ายที่จะมาใช้บริการ ก็เลยไปใช้บริการเงินส่วนตัวรักษาตามคลินิกเอกชน หรือโรงพยาบาลเอกชนเป็นจ้านวนมากนะครับ ซึ่งส่วนนี้กระทรวงแรงงานก็ไม่ได้ไปส้ารวจ ความพึงพอใจของผู้ประกันตนเท่าที่ควร เช่นผู้ป่วยเบาหวานนี่ถือว่าไม่ใช่เป็นคนป่วยนะครับ แต่เขาจ้าเป็นต้องรับยาตามปกติ คลินิกเอกชนมีมากมายที่มีคิวว่างอยู่เราก็ไม่ไปสร้างเครือข่ายไว้ กลับต้องให้เขาดั้นด้นมาที่โรงพยาบาลรัฐบาล แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็ไปโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ที่มีคิวยืดยาวมาก เพราะฉะนั้นผู้ประกันตนจึงเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งในเรื่องของการบริการ สาธารณสุข ในมาตรา ๑๐ ของกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาตินะครับ ผมก็อยากจะเรียน ท่านประธานสภาไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นว่าให้น้ามาตรา ๑๐ ใน พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่กล่าวถึงว่า ผู้ป่วยประกันสังคมในกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม จะเป็นผู้ดูแล แต่อย่างไรก็ตาม ก็ให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กับคณะกรรมการของกฎหมายประกันสังคมคุยกัน ทุกปีต้องคุยกัน เมื่อคุยกันแล้วให้ออกเป็น พระราชกฤษฎีกาให้กองทุนประกันสังคมไปจ้าง สปสช. รักษา ในหมวดที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล เรื่องสุขภาพเขามีความเชี่ยวชาญ มีเครือข่ายเฉพาะของเขาที่กว้างใหญ่ไพศาลนะครับ เราก็เอากิจการที่เราไม่มีความเชี่ยวชาญมาบริหารอยู่ เพราะฉะนั้นอยากจะให้เอามาตรา ๑๐ ของกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาตินั้นเข้าไปบูรณาการอยู่ในมาตราใดมาตราหนึ่ง ของร่าง พ.ร.บ. ที่จะมีการแก้ไขขึ้นนี้ด้วยเพื่อให้การรักษาพยาบาลนั้นมันไร้รอยต่อ แล้วก็ คณะกรรมการประกันสังคมนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นคณะกรรมการคนละชุดกับหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผมก็อยากจะฝากว่าคณะกรรมการแพทย์ของ พ.ร.บ. ที่จะร่างใหม่นี้นะครับ ก็ควรจะใช้ คณะกรรมการชุดเดียวกันกับคณะกรรมการที่เป็นหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อที่จะท้าให้ การก้าหนดเงื่อนไขในการรักษาพยาบาลต่าง ๆ เป็นเงื่อนไขเดียวกันในประเทศนี้
แล้วอีกเรื่องหนึ่ง ผลก็คือว่าจะท้าให้ผู้ประกันตนได้รับบริการที่ดีขึ้น ปัจจุบันการคลอดบุตรผู้ประกันตนต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาก่อน มาจ่ายเงินก่อนแล้วก็ค่อยมาเบิก จากประกันสังคม ที่เขายากจนอยู่แล้วก็ไม่มีการปรับปรุงแก้ไขที่จะให้เขาได้รับการรักษา โดยไม่ต้องเสียเงินล่วงหน้านะครับ
ในเรื่องของมาตรา ๕๔ ส่งเสริมป้องกันโรค ปัจจุบันผู้ป่วยประกันสังคม ตามโรงงานต่าง ๆ ไม่มีงบส่งเสริมป้องกันโรค ต้องใช้งบส่งเสริมป้องกันโรคจากกระทรวงสาธารณสุข เพราะฉะนั้นการเพิ่มมาตรานี้มาแต่ว่าจะบริหารจัดการอย่างไรถ้าท่านไม่โอนภารกิจ งานรักษาพยาบาลไปให้ส้านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผมก็ฝากข้อสังเกตผ่านท่านประธาน ไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญให้ดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษเพื่อให้สุขภาพของผู้ประกันตนนั้น ไม่ด้อยกว่าผู้ป่วยบัตรทองครับ กราบขอบพระคุณครับ