สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๖

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย เสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติประกันสังคมปี 2533 โดยเน้นการปรับปรุงค้านิยามและแก้ไขเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องของคณะกรรมการประกันสังคม การบริหารกองทุนประกันสังคม และการคุ้มครองผู้ที่ถูกคุ้มครอง โดยเน้นความโปร่งใสและการลงทุนเพื่อป้องกันการขาดทุนและประโยชน์ที่ได้รับจากการลงทุน

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอแสดงความชื่นชมกับรัฐบาลแล้วก็ตัวแทนของภาคประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีก ๒-๓ คณะที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนผู้เอาประกันนะครับ ในวันนี้เนื่องจากว่าพระราชบัญญัติ ประกันสังคม ปี ๒๕๓๓ ตั้ง ๒๐ กว่าปี การที่จะท้าให้ทันกับเหตุการณ์แล้วก็มีความทันสมัย ก็จ้าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข ผมเห็นด้วยในเรื่องของการที่จะท้าให้เรื่อง ของค้านิยาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของลูกจ้าง ก็มีการขยายความที่ครอบคลุมไปอย่างทั่วถึง เรื่องของทุพพลภาพ เรื่องของภัยพิบัติถือว่าเป็นเรื่องส้าคัญที่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้มีการแก้ไข ในทางที่ดีขึ้น ครอบคลุม แล้วก็เป็นประโยชน์ส้าหรับประชาชน สิ่งที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกต และมีข้อเสนอแนะไปยังคณะกรรมาธิการมีอยู่สัก ๒-๓ ประเด็น

เรื่องแรก เรื่องของคณะกรรมการประกันสังคมตามมาตรา ๘ ร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอเข้ามานี้ในมาตรา ๘ บอกว่า ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการ ประกันสังคม” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข และผู้แทนส้านักงบประมาณ เป็นกรรมการ กับผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนฝ่ายละหกคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นกรรมการ ตรงนี้ละมันจะตีความว่าตกลงมีกรรมการกี่คน เป็นฝ่ายตัวแทนรัฐบาล ๖ คน หรือเป็นฝ่ายของนายจ้าง ๖ คน แล้วก็เป็นฝ่ายลูกจ้างอีก ๖ คน คณะกรรมการชุดนี้มี ๑๒ คน หรือมี ๑๘ คน จะต้องตีความนะครับ ผมอยากแสดงความคิดเห็นว่าในประเด็นนี้ ถ้ามีกรรมการเพียง ๑๒ คน คือรัฐบาล ๖ คน แล้วก็ฝ่ายทั้งนายจ้างและลูกจ้างรวมกันแล้ว เป็นแค่ ๑๒ คน ผมเองก็ไม่เห็นด้วย เพราะอย่าลืมว่าลูกจ้างกับนายจ้างก็เป็นคนละฝ่ายกัน ไม่ใช่ฝ่ายเดียวกัน เพราะฉะนั้นต้องมีตัวแทนจากนายจ้างคือส่วนหนึ่ง จะเป็น ๖ คนได้ยิ่งดี แล้วก็ฝ่ายที่จะเป็นผู้เอาประกันตนอีก ๖ คน รวมแล้วเป็น ๑๘ คน อันนี้เห็นด้วย ทีนี้ ประการส้าคัญก็คือคุณสมบัติ ตัวแทนจากภาครัฐไม่มีปัญหาอะไร แต่ในนี้ไม่ได้ก้าหนดคุณลักษณะ คุณสมบัติที่มาเป็นฝ่ายนายจ้าง บอกเพียงแต่ว่ารัฐมนตรีเป็นคนเลือก ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นคนแต่งตั้งเป็นกรรมการ แต่งตั้งนี้เลือกจากไหน ใครเป็นคนเลือก อันนี้เป็นประการส้าคัญ ที่ผมอยากจะกราบเรียนเป็นประการที่ ๑ เรื่องของคณะกรรมการ

เรื่องที่ ๒ เป็นข้อสังเกตที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือกองทุนประกันสังคม ซึ่งมีเยอะมาก เป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในบรรดากองทุนทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศไทย เรื่องที่ผมอยากจะสอบถามก็คือ ๑. เรื่องการบริหารกองทุนนี้ความโปร่งใสอะไรเป็นอย่างไร ขณะนี้เงินกองทุนนี้จัดการอย่างไร ฝากอยู่ที่ไหน ธนาคารที่ฝากเรามีการเปรียบเทียบกัน หรือไม่ว่าธนาคารไหนให้ดอกเบี้ยเท่าไร อย่างไร ตรงนี้ก็จะเป็นประโยชน์ มีการชี้แจง ต่อสาธารณชนหรือไม่ในเรื่องของประโยชน์ที่ได้รับจากกองทุนนี้ ผมเป็นห่วงในเรื่อง การลงทุนของกองทุนประกันสังคม เพราะมันมีประวัติการลงทุนของกองทุน กบข. ซึ่งลงทุนแล้วท้าให้ผลประกอบการลงทุนนั้นขาดทุน ผู้ที่แบกภาระก็คือผู้ที่เอาประกัน เพราะฉะนั้นในเรื่องของการลงทุนจะต้องรอบคอบและมีคณะกรรมการที่ชัดเจนในเรื่องของ การลงทุน

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมจะกราบเรียนก็คือเรื่องของการคุ้มครอง บอกว่า การคุ้มครองนี้ผู้ที่ถูกคุ้มครองจะได้รับการดูแล ผมยกตัวอย่างไปที่เรื่องของการคลอดบุตร ผมมีตัวอย่างเมื่อไม่นานมานี้เองมีชาวบ้านคนหนึ่งไปที่โรงพยาบาลแล้วโทรศัพท์มาแจ้งผม บอกว่าทางโรงพยาบาลไม่ให้สิทธิในการใช้บัตรประกันสังคม ผมก็สอบถามไปว่าเจ็บป่วย ด้วยโรคอะไร อย่างไร ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้เรื่องของการคลอดบุตรนี่ให้โอกาสในการที่จะใช้ บัตรประกันสังคมได้ แต่กรณีที่เขาแจ้งเข้ามานั้นเป็นการคลอดที่ไม่ปกติ นั่นคือการแท้ง การแท้งตรงนี้ใครอยากแท้งล่ะครับ ใครอยากแท้ง ใครอยากจะเกิดอุบัติเหตุ เมื่อมันเกิด ต้องคุ้มครองเขา แล้วคุณเอาอะไรมา การเจ็บป่วย อุบัติเหตุก็ยังให้เขา นี่เขาไม่อยากจะแท้ง แต่เขาตกเลือด อาการตกเลือด อาการแท้งมันสุดวิสัยแต่ไม่ได้รับการคุ้มครอง ตรงนี้ในการแก้ร่าง พ.ร.บ. ผมอยากจะให้มี การครอบคลุมแล้วก็ดูแลในเรื่องสิ่งเหล่านี้ด้วย จะเป็นประโยชน์ส้าหรับผู้เสียเงินเป็นการประกันตน ก็ฝากเป็นประเด็นเอาไว้ สิ่งที่เป็นห่วงก็คือในเรื่องของการที่ขณะนี้เราจะมีการรวบรวม ในการที่จะบูรณาการของหลักประกันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบัตรประกันสุขภาพก็ดี ก็ฝากเอาไว้ว่าถ้าจะให้ประโยชน์สูงสุดกับประชาชนนี้ ฝากคณะกรรมาธิการว่าไปพิจารณา ในประเด็นอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เอาประกันสังคมและผู้ที่ได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด ก็คือประชาชน ขอบคุณมากครับ