ผุสดี ตามไท หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญในการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้ประกันตนที่ใช้ระบบประกันสังคมและระบบอื่น ๆ และเสนอแนะให้มีการกำหนดกรอบและเพดานในการลงทุน และให้มีการประกอบการจากทั้งหญิงและชายเพื่อให้มีการมองปัญหาและการตัดสินใจที่สมดุลและครอบคลุมมากขึ้น
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันมีประเด็นอยู่เพียง ๒-๓ ประเด็นเท่านั้นเอง ต่อร่างพระราชบัญญัติ ประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งแก้ไขในครั้งนี้ก็อยากจะพูดถึงเรื่องแนวคิด ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามาด้วยความตั้งใจ และมุ่งมั่นที่จะแก้ไขเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนจริง ๆ แล้วก็โดยเฉพาะของภาคประชาชน ซึ่งการท้างานในการเสนอกฎหมายของภาคประชาชนนี่ ล้าบากนะคะ แต่ว่าก็ท้าส้าเร็จมาได้ก็ขอชื่นชม เรื่องที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานก็คือเป็นเรื่องแนวคิดกลไกการท้างานของการให้สวัสดิการกับบรรดาประชาชน ที่ท้างานในฐานะที่เป็นลูกจ้าง ตามร่างพระราชบัญญัตินี้มีเรื่องของคณะกรรมการ ดิฉันมีข้อสังเกตอยู่ สัก ๒ ประเด็น
ในประเด็นแรกเลย ตัวกรรมการซึ่งจะต้องท้าหน้าที่อันใหญ่มากเลยประกอบไปด้วย ผู้แทนที่มาจากระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ เช่น ตัวปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน กรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนส้านักงบประมาณ แล้วก็มีอีกส่วนหนึ่งที่เป็นตัวแทนนายจ้างแล้วก็ตัวแทนผู้ประกันตน ซึ่งตรงนี้อันนี้ก็ต้องชื่นชมที่รัฐบาลแก้ไขมาให้มาจากการเลือกตั้ง ก็คือให้เจ้าตัวทั้งหลาย ที่อยู่ในส่วนนี้เลือกกันมาเองมานั่งอยู่ในคณะกรรมการนี้ แต่มีข้อสนใจตรงนี้ในประเด็นถัดมา ก็คือบอกว่าคงตั้งใจอยากที่จะให้การท้างานนี้โปร่งใส ตรวจสอบได้ เลยขอให้ตัวนายจ้าง และผู้ประกันตนซึ่งเป็นตัวแทนที่เข้ามานั่งอยู่ในนี้ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ดิฉันไม่แน่ใจนะคะ ท่านประธานว่าผู้แทนกระทรวงต่าง ๆ นั้นมาจากผู้แทนระดับไหน โดยต้าแหน่งถ้าเป็น ข้าราชการระดับสูงก็ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินอยู่แล้ว แต่ดิฉันไม่แน่ใจว่าผู้แทนกระทรวงที่มานี้ อยู่ที่ระดับไหน ท้าไมถึงไม่ให้ผู้แทนกระทรวงเหล่านี้จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย ท่านประธานคะ ถ้าดิฉันเข้าใจไม่ผิดเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีอาจจะตอบได้นะคะ เงินที่พูดถึงนี้ ๘๐๐,๐๐๐-๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทใช่ไหมคะ นี่กองโตมากเลยนะคะ และนั่นคือเหตุผลหนึ่ง กระมังคะที่ทางภาคประชาชนนั้นได้เสนอกลไกของการดูแลเพื่อจะให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการ กองทุนนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส แล้วก็มีธรรมาภิบาล เหมือนอย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้พูดไปแล้ว ทีนี้มีอีกส่วนหนึ่ง ข้อสังเกตหนึ่งตรงคณะกรรมการไม่ใช่คณะกรรมการโดยตรง แต่ว่ารัฐมนตรีมีอ้านาจในการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษา ที่จริงฉบับเดิมก็เป็นอย่างนั้น ฉบับใหม่ก็ยังเป็นอย่างนั้นอีก ดิฉันก็เพียงแต่มีข้อกังวลและข้อค้าถามเท่านั้นเองว่า ท้าไมถึงไปใช้ประโยชน์จากผู้ทรงคุณวุฒิเป็นเพียงแค่การให้ค้าปรึกษา ถึงไม่ได้นั่งเป็นกรรมการ เพื่อที่จะมีสิทธิมีเสียงในการตัดสินใจด้วยในเรื่องต่าง ๆ ของการด้าเนินการในเรื่องของ กองทุนประกันสังคม ต่อมามีกลไกอีกอันหนึ่งคณะกรรมการการแพทย์เท่านั้นเอง ถึงแม้จะมี การแก้ไขอยู่บางส่วน แต่ว่าการที่จะให้มั่นใจว่าการตัดสินใจนี้เป็นไปเพื่อพี่น้องประชาชนจริง ๆ แล้วก็อยากจะให้มีช่องทางที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ดิฉันมองไม่เห็นร่างที่รัฐบาล เขียนมานี้จะมีคณะกรรมการอื่น ๆ ร่างของประชาชนนั้นมีข้อดี ซึ่งดิฉันคิดว่าอยากจะกราบเรียน ท่านประธานฝากไปยังคณะกรรมาธิการที่จะต้องพิจารณาแก้ไขก็คือมีคณะกรรมการอุทธรณ์ ซึ่งหมายความว่าถ้าเผื่อสมมุติว่ามีการวินิจฉัยจากคณะกรรมการการแพทย์ก็ดี หรือคณะกรรมการเองก็ดีด้วยเหตุใดก็ตาม จะเป็นเรื่องของการเจ็บป่วยที่อาจจะมาจาก การท้างาน เจ็บป่วยโน่นนี่นั่นนะคะ ซึ่งอาจจะมีความเห็นที่ไม่ตรงกันหรืออะไรอย่างอื่น ซึ่งจะท้าให้ลูกจ้างนั้นเสียประโยชน์หรือเสียโอกาสในการได้รับสิทธิตรงนี้ไปก็น่าจะมี คณะกรรมการอุทธรณ์ที่ช่วยดูแล
อีกส่วนหนึ่งก็คือเป็นเรื่องของคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งอันนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องดี คณะกรรมการที่ต้องดูเงินขนาด ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็น่าจะต้องมีใครช่วยติดตามดูบ้าง การติดตามดูตรงนี้ไม่ใช่อะไรอื่น แต่จะเป็นเพียงส่วนเสริมที่จะให้มั่นใจว่าการท้างานของ คณะกรรมการนั้นโปร่งใส ตรวจสอบได้ และอาจจะมีข้อสะดุดไปบ้าง คณะกรรมการตรวจสอบนี้ ก็จะช่วยท้าหน้าที่เพื่อที่จะท้าให้การบริหารงานนั้นโปร่งใสแล้วก็เป็นธรรม ในอีกส่วนหนึ่ง ที่ร่างของภาคประชาชนมีก็คือคณะกรรมการการลงทุน ตรงนี้มันขึ้นอยู่กับแนวคิด ท่านประธานคะ ดิฉันไม่ค่อยแน่ใจว่าเงินกองนี้มันควรจะเอาไปลงทุนแบบไม่มีขอบเขตหรือเปล่า ดิฉันแทบไม่ผิดนะคะ ลองอ่านกฎหมายดู อันเดิมตรงนี้ท่านไม่ได้แก้ไขเลย ก็คือบอกว่า ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการก้าหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง โอ้โฮ นี่มันกว้างขวางจินตนาการไปได้ก้าวไกลมากเลยนะคะว่าให้คณะกรรมการก้าหนดแม้จะให้ กระทรวงการคลังเป็นผู้ให้ความเห็นชอบก็ตาม แต่การลงทุนเงิน ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันอาจจะมีปัญหาบ้างไหมคะ เช่นเดียวกับ กบข. ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วถ้าเราเห็นแต่เรื่องเงิน เป็นตัวตั้งอย่างเดียว คิดแต่จะหาประโยชน์จะไปพูดถึงเรื่องของการซื้ออสังหาริมทรัพย์ เสียด้วยซ้า เพราะมีในมาตราหนึ่งที่พูดถึงเรื่องสถานะของอสังหาริมทรัพย์ว่าไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ อะไรเหล่านั้นเป็นต้น ดิฉันคิดว่ามันจะต้องมีกรอบ มีเพดานตรงไหนไหมคะ อย่าให้เพียงบอกว่า โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังเท่านั้นโดยไม่มีเพดานตรงไหนเลยนะคะ ฉะนั้น ในส่วนที่มาจากร่างภาคประชาชน ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังคณะกรรมาธิการด้วย และท่านรัฐมนตรีด้วยนะคะ ด้วยความเคารพว่าคณะกรรมการอุทธรณ์ก็ดี คณะกรรมการ ตรวจสอบก็ดี รวมไปถึงคณะกรรมการการลงทุน ตรงนี้ท่านอาจจะลองน้าเอาไปพิจารณา เพิ่มเติมดีไหมคะ เพื่อจะให้มั่นใจว่าการบริหารงานตรงนี้มันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก่อนจะไปสุดท้ายนะคะ ในส่วนที่เป็นกรรมการที่มาจากตัวแทนนายจ้างและผู้ประกันตน ดิฉันคิดว่าภาคประชาชนคงจะเรียกว่าอะไรนะคะ เกรงใจท่านรัฐมนตรีมากเลยแล้วก็ เกรงใจรัฐบาลมากเลยนะคะ เขียนแต่เพียงว่าให้ค้านึงถึงสัดส่วนหญิงและชาย ดิฉันขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานตรงนี้เลยนะคะ ฝากไปถึงคณะกรรมาธิการและท่านรัฐมนตรีนะคะ ต้องประกอบด้วยทั้งหญิงและชาย อันนี้ก็คือเพื่อจะให้มั่นใจ ๒ เพศนี่มีความต่างกันจริง ๆ ขออีกนิดเดียว ๑ นาทีไม่เกินนะคะ มีความต่างกันจริง ๆ ทั้งในเรื่องของชีวิตความเป็นอยู่ และวิธีคิดทั้งในเรื่องของการใช้เงินและการดูแลคน ใคร ๆ เขาบอกว่าผู้หญิงนี้ได้รับมอบหมาย ให้ท้าหน้าที่ดูแลผู้ที่เจ็บป่วย ลูกเด็กเล็กแดงทั้งหลายทั้งปวงนี้นะคะ เพราะฉะนั้นการที่มี ผู้หญิงเข้าไปนั่งอยู่จะช่วยท้าให้การมองปัญหาและการตัดสินใจนั้นเป็นไปได้อย่างสมดุล และครอบคลุมมากขึ้น
สุดท้ายท่านประธานคะ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าร่างพระราชบัญญัตินี้ ดิฉันไม่พูดในรายละเอียดเลย เพราะฝากให้ท่านไปช่วยดูว่าตรงไหนที่จ้าเป็นต้องแก้ไข ก็แล้วแต่นะคะ ต้องเอื้อต่อการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว โปร่งใส แล้วก็ท้าให้ พี่น้องประชาชนนั้นได้สามารถเข้าถึงแล้วก็ใช้ประโยชน์ตามสิทธิที่ควรจะได้ได้ง่ายที่สุด เร็วที่สุด แล้วก็เป็นธรรมที่สุด เป็นธรรมในที่นี้ก็คือว่าอาจจะถึงเวลาที่ท่านต้องคิดดูนะคะว่า ผู้ประกันตนนั้นส่งเงินเข้าไปอย่าให้มีความแตกต่าง แล้วมองเห็นถึงการเลือกปฏิบัติระหว่าง การที่ประชาชนที่เขาไม่ได้ใช้ระบบประกันสังคมแต่ใช้ระบบอื่น เช่น สปสช. และ/หรืออื่น ๆ ตามที่เพื่อนสมาชิกได้พูดมาแล้วนะคะ ขอบพระคุณค่ะ