สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๖

จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือเรื่องการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม โดยเรียกร้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบประกันสังคม รวมถึงการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการออกนอกระบบของกองทุนนี้ และขอฝากให้คณะกรรมาธิการพิจารณาในอนาคต

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ เขตคลองสามวา ท่านประธานครับ ผมได้เห็นข้อความหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ (Web site) แล้วก็ปรากฏ อยู่หลายที่นะครับ เป็นค้าร้าพึงร้าพันของผู้ใช้ประกันสังคม ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ที่ท่านกรุณาน้าพระราชบัญญัติที่อยู่มานานนม ๒๐ กว่าปีน้ามาแก้ไขเสียทีนะครับ เพราะว่าตลอด ๒๐ ปีมานี้มีปัญหาเยอะแยะมากมาย ผมเป็นลูกค้าของกองทุนท่าน ก่อนจะมาเป็นสมาชิกผู้แทนราษฎรก็เป็นพนักงานประจ้าบริษัท โดนเดือนละ ๗๐๐ กว่าบาท ท่านประธานครับ ไม่เคยไปใช้จริง ๆ เพราะว่าเวลาไปนี่ยังคลับคล้ายคลับคลาว่าตกลงแล้ว มันจะใช้บริการสู้กับจ่ายเงินเองได้หรือไม่ แต่ถูกกฎหมายบังคับครับ จ้าเป็นต้องจ่ายก็ต้อง เป็นอย่างนี้มาตลอด สิริรวมแล้วผมเสียเงินไปประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาทนะครับ แต่ก็ไม่เป็นอะไรถือว่ากองทุนก็เอาไปรวมกันคนที่เขาได้ใช้ก็จะได้ประโยชน์ ท่านนี้ครับ เขาโพสต์ (Post) ไว้อย่างนี้ท่านประธานครับ เขาบอกว่าตอนนี้เลือกโรงพยาบาลเอกชน หรือโรงพยาบาลของรัฐดีคะ ผมเชื่อว่าหลายท่านคงจะบอกว่าเลือกเอกชนดีกว่า แต่กลับข้างกันนะครับ ท่านประธาน คนนี้บอกว่าไปหาหมอนี่เลือกเอกชนในประกันสังคมเพราะว่าสะดวกดี บริการดี รวดเร็ว แล้วก็ไม่ต้องลางานด้วยเพราะไปตอนไหนก็ได้ แต่ปรากฏว่าไปแล้ว ไปพบคุณหมอ ขอคุณหมอบอกว่าอยากจะส่องกล้อง ผมเข้าใจว่าคงจะดูทางเดินอาหารนี่นะครับ คุณหมอก็บอกตรง ๆ เลยครับ คุณหมอตอบอย่างนี้ครับ บอกว่า คุณครับ คุณต้องเข้าใจนะครับว่า ประกันสังคมปีหนึ่งนี่โรงพยาบาลเบิกได้เพียงแค่ ๑,๓๐๐ บาทเท่านั้น ส่วนบัตรทอง โรงพยาบาลเบิกได้ ๒,๐๐๐ บาทต่อปี ท่านนี้เขาตอบว่าอย่างไรครับ เขาบอกว่ากรรม ทีแรกเลือก โรงพยาบาลเอกชนนึกว่าจะดี คุณหมอแนะน้าต่อครับ คุณน่าจะไปที่โรงพยาบาลรัฐบาล ซึ่งแน่นอนครับส่องกล้องทางเดินอาหารครั้งหนึ่งประมาณ ๑๒,๐๐๐ บาท ก็สรุปใจความว่า ประกันสังคมนี้มีปัญหา เพื่อนผมเป็นพนักงานบริษัทไปโรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานีไปถึง ก็มีปัญหาเช่นเดียวกันครับประกันสังคม เพราะต้องไปแย่งกับคนที่พูดภาษาแปลก ๆ เช่น ซัวสะเรปึม ตะเรปำเป็ม เยอะแยะไปหมดท่านประธานครับ ประกันสังคมไปใช้ในโรงพยาบาล ก็มีปัญหา จริง ๆ แล้วปัญหาในประกันสังคมเยอะครับ ถ้าเกิดท่านประธานติดตามนี่นะครับ เมื่อต้นปีท่านรัฐมนตรีคงจะจ้าได้เว็บไซต์ล่ม เว็บไซต์ของส้านักงานประกันสังคมมีไว้บริการ ประชาชนกรณีที่ไม่ต้องไปที่ประกันสังคม เช่นท่านไปขอยื่นข้อมูลประกันตนที่ขอใช้สิทธิ ในกรณีว่างานและกองทุนทดแทนได้นี่นะครับ เข้าไปในเว็บไซต์ได้ ท่านประธานเชื่อไหมครับ เงินที่เก็บมาจากประชาชนปีละประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าถ้าคิดเล่น ๆ หักสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็ประมาณสัก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปใช้ในการบริหารครับ ปรากฏว่าต้นปีที่ผ่านมาประชาชนเข้าเว็บไซต์ไม่ได้ครับ ท่านลองเสิร์ช (Search) ค้าว่า เว็บประกันสังคมล่มได้เลยครับ เยอะแยะเต็มไปหมด สวดชยันโตทั้งสิ้นครับท่านรัฐมนตรี คงจ้าได้ และวันนี้ผมก็ไม่แน่ใจครับว่าการบริหารจัดการของคณะกรรมการประกันสังคม ที่เดิมมา ๕ ท่านจากหน่วยงานราชการบ้างละ จากองค์กรต่าง ๆ นี่นะครับ จะสามารถแก้ไข ปัญหานี้ได้แล้วหรือยังเดี๋ยวท่านช่วยตอบนะครับ เพราะฉะนั้นมันคือความบกพร่องของ คณะกรรมการประกันสังคมที่ท่านมีที่มา ที่ท่านก้าลังแก้ไขกันนี่นะครับ แต่ก่อนที่จะลง ในเรื่องของคณะกรรมการที่ผมอยากจะน้าเสนอบันทึกไว้ในสภาครับ ผมมีค้าถามที่สงสัยเหมือนกันกรณีร่างพระราชบัญญัติแก้ไขฉบับนี้ที่แก้โดยรัฐบาล มาตรา ๖๓ (๖) ท่านเพิ่มค้าว่า ค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค นี่คืออะไรครับ ท่านเอาให้ชัดนะครับ ตกลงผมไปสมัครฟิตเนส (Fitness) ได้ใช่ไหมครับ เพราะผมป้องกันโรคของผมนี่ครับ หรือผมไปสมัครว่ายน้าเพื่อให้ร่างกายผมแข็งแรงจะได้ไม่เป็นโรคหวัดไม่ต้องไปใช้บริการประกันสังคม อยู่ในหมวดนี้ไหมครับ ท่านตอบด้วยนะครับ ประเด็นนี้ก็น่าสนใจเดี๋ยวจะเกิดการตีความอีกครับ

ข้อต่อมาครับ ฝากเป็นข้อสังเกตไว้ในมาตรา ๖๕ ท่านเขียนไว้บอกว่า ในกรณี ที่ผู้ประกันตนไม่มีภริยา หากผู้ประกันตนอยู่กินกันฉันสามีภริยากับหญิงใดโดยเปิดเผยตามระเบียบ ที่เลขาธิการก้าหนด ฟังแล้วงงท่านประธานครับ พูดง่าย ๆ คือเมียไม่ได้จดทะเบียนสมรสนั่นละ แต่จะบอกอย่างไรละครับ แล้วถ้าเกิดผมมีกิ๊ก มีเมียน้อย หรือมีเมียมากอะไรก็แล้วแต่ แล้วไปใช้บริการสังคมแบบนี้ ถ้าประชาชนเขาเกิดกรณีเช่นนี้ท่านตอบหน่อยครับว่าอะไร จดทะเบียนสมรสอย่างเดียวเบิกได้ใช่ไหม หรือแค่อยู่ดี ๆ บอกนี่คือภรรยาฉันจะคลอดแล้ว เบิกได้ อย่างนี้เป็นต้น ฝากท่านรัฐมนตรีนะครับ น่าสนใจในกรณีนี้ ท่านเขียนคลุม ๆ ก็ยังงง ๆ อยู่นะครับ

ส่วนกรณีที่ท่านเพิ่มเติมทั้งหลายนี่เห็นด้วยเกือบหมดครับ แต่ฝากข้อสังเกต เรื่องของคณะกรรมการครับ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กรุณาพูดถึงการออกนอกระบบ ผมบอกอย่าเพิ่งเลยครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับ กองทุนนี้แค่อยู่ในระบบมีการควบคุม โดยกระทรวงมหาดไทย โดยปลัดกระทรวงอะไรเยอะแยะมากมาย ยังมีปัญหาเยอะขนาดนี้ แล้วถ้าเกิดออกไปเป็นเอกเทศท่านนึกดูแล้วกันครับ สวัสดีประเทศไทยครับ เหมือนองค์กร บางองค์กรครับอยากออกนอกระบบ พอไปออกนอกระบบปุ๊บก็คิดแต่พวกระบบของตัวเอง นี่ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ต้องถูกพิจารณาเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ฝากถามไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ มาจนถึงปี ๒๕๕๓ ที่มาของคณะกรรมการทั้งหลาย ท่านตรวจสอบหรือยังครับว่ามันมีปัญหากี่คน ผมไปดูบันทึกหลายคนนี่ครับที่ท่านจะแก้ นายจ้างจาก ๕ คนเป็น ๖ คนอะไรก็แล้วแต่ โดยข้อเท็จจริงนายจ้างที่มานี่ส่วนใหญ่จะเป็น บริษัทใหญ่ ๆ เขาเรียกกันว่ามีแรงงานกระดาษ แรงงานกระดาษสมมุติว่าท่านประธาน เป็นเจ้าของบริษัทยี่ห้อใหญ่มากเลยท้าอุตสาหกรรมมีพนักงานเป็นหมื่นเป็นแสนคน ท่านก็ล่า รายชื่อพนักงานครับ สุดท้ายก็มาเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งที่ท่านแก้ไข ท่านจะต้องตรวจสอบ ให้ดีนะครับว่าแรงงานกระดาษมันมีจริงหรือไม่ อย่างไร และที่ผ่านมาเขาท้ากันอย่างไร นอกจากนั้นครับ คณะกรรมการบางคนเขาบอกว่ามีความสามารถก็จริงแต่ขาดความสามารถ ฟังแล้วก็งงครับ คือดูแล้วบางทีงง ๆ อยู่ดี ๆ มีคนไปเชิญชวนมาบอกช่วยไปเป็นคณะกรรมการหน่อย สอบไล่ไปเรื่อย ๆ บางท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ ปรากฏว่าเป็นคณะกรรมการ ที่เกินหลักการครับ เช่นเขาบอกว่าเป็นได้ ๒ ปีติดต่อกันไม่เกิน ๒ วาระ ถ้าเกิดท่านรัฐมนตรี ได้กรุณาไปดูท่านจะเห็นครับว่าปรากฏอยู่ในบันทึกไว้หลากหลายที่บอกว่ามีไม่น้อยกว่า ๘ คน ที่วาระมันเกินบ้างละ ๒ ปีแต่อยู่เบิ้ล แล้วก็เหลื่อมล้าปีกันบ้างละ จริง ๆ แล้วมันผิดกฎหมายหรือไม่ ท่านต้องตรวจสอบนะครับ ส่วนคณะกรรมการที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงไว้บอกว่า เราจะมีความเข้มข้นมากขึ้น มีการใช้ระเบียบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ผมเห็นด้วยครับ แต่จริง ๆ แล้วถ้าเกิดการตรวจสอบเข้มข้นคณะกรรมการ จะมาจากหน่วยไหนก็แล้วแต่ถ้าตรวจสอบกันเองได้ เช่นท่านเพิ่มกระทรวงมหาดไทยเข้ามา ผมถือว่าเป็นการท้างานอย่างเป็นระบบนะครับ นี่ขนาดมีข้าราชการตั้งเยอะแยะ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุขเยอะแยะมากมายตรวจสอบก็ยังเป็นปัญหานะครับ สุดท้ายปลายทาง ท่านประธานครับ กฎหมายไม่ได้ก้าหนดคุณสมบัติของกรรมการฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง ซึ่งต่างจากพระราชบัญญัติกองทุนบ้าเหน็จบ้านาญข้าราชการครับ อันนี้ท่านก้าลังจะแก้ ผมเห็นด้วยครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับ ผู้แทนที่มาเป็นคณะกรรมการต่าง ๆ หลายท่านเป็นหน้าเดิม ๆ ครับ ถ้าท่านไปย้อนดูรายชื่อเลยได้ไหมถ้าท่านบอก ๒ ปีเปลี่ยนก็ควรเปลี่ยนครับ และควรจะแสดง บัญชีทรัพย์สิน ควรจะแสดงวุฒิภาวะ ควรจะแสดงคุณวุฒิสารพัดที่จะแสดงครับ เนื่องจาก เงินเป็นล้านล้านบาทท่านประธานครับ ถ้าคิดเป็นแค่ ๓ เปอร์เซ็นต์นะครับ แล้วก็ไปมีปัญหา อย่างเช่นท่านไปจ้างบริษัทท้าคอมพิวเตอร์ท้าระบบอะไรที่ผ่านมาเมื่อต้นปีแล้วก็ล่มนี่ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท อย่างนี้ต้องมีบทลงโทษครับ ผมเห็นที่ผ่านมาคณะกรรมการมีปัญหา ก็เฉย ๆ กันนะครับ ไม่ค่อยมีบทลงโทษ อยากจะฝากคณะกรรมาธิการที่จะไปพิจารณา ในวาระต่อไปครับว่าบทลงโทษคณะกรรมการต้องมีนะครับ ไม่ใช่ท้าอะไรผิดแล้วก็ปล่อยแล้ว ปล่อยเลยไป ใครอยู่เกินวาระควรจะลงโทษ มีกฎหมายจ้าคุกได้ก็จ้า จะปรับได้ก็ปรับ ก็ฝากไว้ให้ กับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณครับ