รัชดา ธนาดิเรก แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม โดยเห็นด้วยในการปรับปรุงแก้ไขและขอขยายความเกี่ยวกับการขับเคลื่อนให้ส้านักงานประกันสังคมท้างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม และหารือเรื่องสถานะทางกฎหมายของกองทุนประกันสังคม โดยขอให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลแยกออกจากกระทรวงแรงงาน เพื่อให้มีอิสระในการลงทุนและจัดโครงสร้างการท้างานได้เหมือนภาคเอกชน
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ดิฉันขออนุญาต แสดงความคิดเห็นต่อการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยกับการที่จะมีการปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับที่ใช้อยู่ปัจจุบัน เพราะว่าสาระในบางส่วนของพระราชบัญญัติ ฉบับปัจจุบันนี้มันมีความไม่เหมาะสมไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของค้านิยาม เช่น ค้าว่า ลูกจ้าง ค้าว่า ทุพพลภาพ ค้าว่า ภัยพิบัติ ซึ่งไม่เคยบรรจุไว้ในพระราชบัญญัติประกันสังคมมาก่อน หรือการแก้ไขให้มีการปรับปรุง ระบบบัญชี การปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ก็เป็นสิ่งที่จ้าเป็น ดังนั้น การพิจารณาปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับปัจจุบันนี้จึงเป็นสิ่งที่ดิฉันเห็นด้วยค่ะ มากไปกว่านั้น ดิฉันยังเห็นว่าบทบัญญัติบางประการของพระราชบัญญัติ ฉบับปี ๒๕๓๓ นี้บางส่วนยังไม่เอื้อ ต่อการท้างานของส้านักงานประกันสังคมให้มีประสิทธิภาพ ยังไม่สามารถขับเคลื่อน ให้ส้านักงานประกันสังคมในส่วนของกองทุนประกันสังคมท้างานได้อย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกันตนและผู้จ่ายเงินสมทบ ดิฉันจึงจะขออภิปราย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนให้ส้านักงานประกันสังคมท้างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากขึ้น นั่นก็คือในส่วนของบทบาทของคณะกรรมการส้านักงานประกันสังคมค่ะ
ท่านประธานคะ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในครั้งนี้มีหลายภาคส่วนที่เสนอร่างของตนเองเข้ามา ซึ่งเมื่อได้เปรียบเทียบกับ ร่างฉบับที่คณะรัฐมนตรีเสนอเข้ามาแล้ว ดิฉันคิดว่าอยากให้คณะกรรมาธิการในชั้นกรรมาธิการ เมื่อจะพิจารณาแล้วอยากให้ดูร่างของผู้แทนภาคประชาชน อยากให้พิจารณาร่างของ ท่าน ส.ส. นคร มาฉิม และคณะ เพราะดิฉันเห็นว่าร่างของคณะรัฐมนตรีบางส่วนไม่สามารถ ตอบโจทย์ในเรื่องบทบาทและกลไกที่จะสร้างธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นกับการด้าเนินงานของ ส้านักงานประกันสังคมได้ ดิฉันขอเน้นในส่วนของธรรมาภิบาลนะคะ เพราะว่าธรรมาภิบาลนั้น คือหัวใจในการก้ากับดูแลองค์กรมหาชนค่ะ ส้านักงานประกันสังคมแม้ว่าจะไม่ใช่บริษัท ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่สภาพของการระดมทุน การบริหารจัดการนั้นก็ไม่ได้ต่างจาก บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ใด ๆ เลย เพราะผู้ที่จ่ายเงินก็คือผู้ประกันตน และผู้จ่ายเงินสมทบคือ นายจ้างและรัฐบาล ซึ่งเงินที่มาจ่ายเงินสมทบจากรัฐบาลนั้นก็คือภาษีของพี่น้องประชาชน คนจ่ายเงินให้กับกองทุนไม่ได้เข้ามาเป็นผู้บริหาร ผู้บริหารไม่ได้จ่ายเงินในกองทุน ดังนั้น มันจึงเกิดการแบ่งส่วนของเจ้าของเงินที่ลงในกองทุนกับผู้บริหาร อันนี้ท้าให้เกิดปัญหาว่าเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคนที่เข้ามาท้าหน้าที่ผู้บริหารนั้นจะบริหารงานเต็มที่ เพื่อผลประโยชน์ของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง กลไกที่จะช่วยในการก้ากับดูแลในการขับเคลื่อน ให้ผู้บริหารท้างานเพื่อผู้ประกันตนอย่างแท้จริงก็คือคณะกรรมการ คณะกรรมการนั้น คือหัวใจของหลักธรรมาภิบาล คือหลักของกู๊ด กัฟเวิร์นแนนซ์ (Good governance) ในกรณีของบริษัทมหาชน แต่ถ้าเปรียบเทียบในร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรี ที่ได้รับก้าหนดไว้ดิฉันคิดว่าไม่ได้ตอบโจทย์ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตพูดถึงปัญหา ของส้านักงานประกันสังคมก่อน ปัจจุบันนี้งานวิจัยที่สนับสนุนโดย สสส. พบว่าปัญหา ของการบริหารจัดการส้านักงานประกันสังคมก็คือขาดประสิทธิภาพ ไม่ตอบสนองต่อ ผู้ประกันตน บุคลากรไม่มีความเชี่ยวชาญ ขาดระบบบริหารจัดการเฉพาะ เช่น โรคที่มี ค่าใช้จ่ายสูง ยาราคาแพง ในเรื่องของการมีส่วนร่วม ส้านักงานประกันสังคมก็ขาดการมีส่วนร่วม และการท้างานร่วมกับภาคเครือข่ายประชาชน ผู้ประกันตน ในเรื่องการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล บุคคลภายนอกก็เข้าถึงข้อมูลได้ยาก ขาดการประเมินความพึงพอใจและรับฟัง ความคิดเห็นของผู้รับและผู้ให้บริการ ปัญหาเหล่านี้จะต้องพึ่งคณะกรรมการของส้านักงาน ประกันสังคมที่จะมาก้ากับดูแล ให้เลขาธิการและบุคลากรที่ท้าหน้าที่บริหารจัดการกองทุน แก้ไขปัญหาเหล่านี้ แต่ในพระราชบัญญัติประกันสังคมที่เราใช้อยู่ปัจจุบันในมาตรา ๘ ในรายละเอียดขององค์ประกอบคณะกรรมการประกันสังคม ประธานคณะกรรมการ ก็เป็นปลัดกระทรวงแรงงาน คณะกรรมการประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนส้านักงบประมาณ ส่วนราชการหมดเลยค่ะ จะมีกรรมการ เป็นฝ่ายผู้แทนจากนายจ้างแล้วก็ลูกจ้างก็เป็นคนที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง โครงสร้างของ คณะกรรมการแบบนี้ดิฉันไม่เชื่อว่าเป็นกลไกที่จะขับเคลื่อนให้เกิดธรรมาภิบาลในส้านักงาน ประกันสังคมได้ วันนี้คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างที่มีการปรับปรุงแก้ไขในมาตรา ๘ เดิม การเปลี่ยนแปลงร่างของ ครม. เสนอเข้ามาก็ยังคงให้ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน กรรมการอยู่ ประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทน กระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนส้านักงบประมาณ ก็ยังเต็มไปด้วยผู้แทนจากส่วนราชการ จะมีที่ดีขึ้นดิฉันก็ชื่นใจในประเด็นนี้ก็คือมีตัวแทนจากฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน ฝ่ายละ ๖ คนซึ่งมาจากการเลือกตั้ง แต่ถามว่าตัวแทนจากส่วนราชการดิฉันก็ไม่มั่นใจว่า ผู้แทนเหล่านี้จะมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องของการลงทุนมากน้อยแค่ไหน ท่านประธานคะ กองทุนประกันสังคมต้องดูแลเงินในกองทุนนี้จ้านวนมากมายมหาศาลเพื่อสิทธิประโยชน์ ของคน ๑๐ ล้านคน ความสามารถในเรื่องการตัดสินใจในการลงทุนนั้นเป็นสิ่งส้าคัญ แล้วดิฉันจะมั่นใจได้อย่างไรคะว่าคณะกรรมการเหล่านี้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องการลงทุนจริง แม้ว่าในร่างของคณะรัฐมนตรีจะมีการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิแต่ผู้ทรงคุณวุฒิก็ไม่ได้มีบทบาท ในทางกฎหมายใด ๆ ก็หมายความว่าคณะกรรมการอาจจะปรึกษา อาจจะฟังข้อเสนอแนะ จากผู้ทรงคุณวุฒิก็ได้หรือไม่ฟังก็ได้ ดิฉันจึงเป็นห่วงในประเด็นนี้ จึงอยากจะฝาก คณะกรรมาธิการนะคะว่าในชั้นการพิจารณาก็อยากให้ช่วยศึกษาข้อเสนอจากร่างฉบับอื่น ด้วยที่มีการเสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมการออดิท คอมมิตตี (Audit Committee) คณะกรรมการริสค์ แมนเนจเมนท์ คอมมิตตี (Risk management committee) แล้วก็ กัฟเวิร์นแนนซ์ คอมมิตตี (Governance committee) โครงสร้างเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ค่ะ ท่านประธาน เป็นสิ่งที่องค์กรนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นโออีซีดี (OECD) หรือไอเอ็มเอฟ (IMF) ก็แนะน้าให้กองทุนที่ดูแลเงินจ้านวนมหาศาลเป็นกองทุนสาธารณะเหล่านี้มีโครงสร้างเหล่านี้ บรรจุอยู่
อีกเรื่องหนึ่งนะคะท่านประธาน ขออีกนิดเดียวค่ะ ในเรื่องของสถานะ ทางกฎหมายของกองทุนประกันสังคม ดิฉันอยากจะเสนอให้กองทุนประกันสังคมนั้น มีสถานะเป็นนิติบุคคลแยกออกมาจากกระทรวงแรงงาน เพราะว่าการที่กองทุนประกันสังคม เป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงแรงงานนั้นท้าให้เกิดข้อจ้ากัดในการลงทุน วันนี้กองทุนประกันสังคมไม่สามารถลงทุนในหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดี ๆ ได้ เพราะในบางบริษัท มีหน่วยงานราชการอื่น ๆ ถือหุ้นเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้ากองทุนประกันสังคมไปลงทุน ในบริษัทที่ให้ผลตอบแทนนี้จนท้าให้เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะท้าให้บริษัทที่กองทุน ประกันสังคมไปลงทุนมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ จึงท้าให้กองทุนประกันสังคมไม่สามารถ เข้าไปถือหุ้นในบริษัทที่ภาครัฐอื่นถือหุ้นอยู่รวมแล้วเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ได้ เพราะฉะนั้น ถ้าสถานะทางกฎหมายของกองทุนประกันสังคมอยู่นอกจากกระทรวงแรงงานมีสถานะ เป็นนิติบุคคลแล้ว กองทุนประกันสังคมก็จะได้มีอิสระเสรีภาพในการท้างานมากขึ้น แล้วก็ ออกจากระบบราชการจะได้สามารถรับบุคลากร จัดโครงสร้างการท้างานให้เสมือน ภาคเอกชน หรืออย่างน้อยที่สุดก็ให้เหมือนกับ กบข. ซึ่งมีความโปร่งใส มีรูปแบบการท้างาน ที่หลาย ๆ ประเทศก็แนะน้าให้อยากให้กองทุนประกันสังคมของประเทศไทยเปลี่ยนรูปแบบ จากระบบราชการเป็นอิสระ ขอบคุณค่ะ