สุนทรี ชัยวิรัตนะ หารือเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติประกันสังคม โดยแสดงความเห็นชอบในหลายประเด็น แต่ไม่เห็นด้วยในประเด็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนสถานะของสำนักงานประกันสังคม จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานอิสระ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้เงินงบประมาณในการสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม และเสนอแนะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบการใช้เงินอย่างโปร่งใส
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ก่อนอื่นต้องขอชมเชยท่านรัฐมนตรี ครม. ประชาชนผู้มีสิทธิ เข้าชื่อเสนอกฎหมาย และเพื่อนสมาชิกอีก ๒ ท่านที่วันนี้ได้น้าร่างพระราชบัญญัติ ประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของเราในวันนี้นะคะ ต้องยอมรับค่ะ ท่านประธานว่าประกันสังคมเป็นเครื่องมือที่รัฐบาลเองก็ได้ใช้ในการดูแลเรื่องเกี่ยวกับ สวัสดิการให้กับพี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงานในประเทศของเรา ต้องยอมรับว่าประกันสังคม เป็นตัวหนึ่งเลยที่ช่วยในการบรรเทาความไม่แน่นอนของการด้ารงชีวิตของผู้ใช้แรงงาน ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเกี่ยวกับการเจ็บไข้ได้ป่วย การได้รับอันตรายจากการท้างาน หรือแม้กระทั่งการที่เกิดความไม่แน่นอนหลังจากที่เกษียณอายุหลังจากการท้างาน ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้เมื่อมีประกันสังคมก็จะเป็นตัวหนึ่งที่ช่วยแบ่งเบาภาระ แล้วก็เป็นการจัด สวัสดิการที่ทางรัฐบาลให้กับทางผู้ใช้แรงงานค่ะ ดิฉันเองได้มีโอกาสแล้วก็อ่านศึกษา ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอเข้าสู่การพิจารณาของเราในวันนี้ทั้ง ๔ ร่างแล้ว ดิฉันเองก็มี ประเด็นที่เห็นด้วยในหลายเรื่องที่จะให้มีการปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม ให้ทันต่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเช่นในปัจจุบันนี้นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขค้านิยามต่าง ๆ ที่จะมีเพิ่มเติม แล้วก็มีการปรับแก้ให้ทันต่อเหตุการณ์ ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อไปเราจะเพิ่มเรื่องเกี่ยวกับการดูแลลูกจ้าง ของหน่วยงานราชการที่ยังไม่ได้เข้าเรื่องเกี่ยวกับประกันสังคมโดยเฉพาะลูกจ้างรายวัน ให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายนี้ด้วยก็จะเป็นสิ่งที่ดีนะคะ อันนี้คือประเด็นที่ดิฉันเห็นด้วย แต่มันก็จะมีประเด็นที่ดิฉันเองต้องยอมรับว่าไม่ค่อยจะเห็นด้วยสักเท่าไร โดยเฉพาะ ในประเด็นเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนสถานะของส้านักงานประกันสังคม จากเป็นหน่วยงาน ในสังกัดของกระทรวงแรงงานไปเป็นหน่วยงานที่เรียกว่าไม่เป็นส่วนราชการ พูดง่าย ๆ ก็คือไปเป็นหน่วยงานอิสระ เนื่องมาจากที่ดิฉันไม่เห็นด้วยดิฉันมีเหตุผลดังต่อไปนี้นะคะ ท่านประธาน
ประเด็นแรกเลย ดิฉันก็เข้าใจกับทุกคนนะคะว่าปัจจุบันนี้พี่น้องแรงงานเรา นายจ้าง ลูกจ้าง แล้วก็รัฐบาล จะต้องมีการส่งเงินสมทบเพื่อเข้ากองทุนประกันสังคม ปัจจุบันนี้ นายจ้างกับลูกจ้างส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคมร้อยละ ๔ แล้วก็รัฐบาลสมทบอีก ร้อยละ ๒.๗๕ ก็ต้องยอมรับว่าเงินที่รัฐบาลสมทบมาจากเงินงบประมาณของแผ่นดิน ต้องมีการขอตั้งงบประมาณ แล้วการที่จะใช้เงินงบประมาณในการที่จะไปสมทบในแต่ละปี ดิฉันเคยเป็นกรรมาธิการงบประมาณก็พบว่ามีเงินเป็นหมื่น ๆ ล้านบาทเหมือนกัน ในการที่จะต้องใช้ในการสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม แน่นอนเมื่อมีการใช้เงินประกันสังคม ก็ต้องมีประเด็นห่วงใยค่ะ ถ้าหากออกไปเป็นหน่วยงานที่ไม่ขึ้นตรงต่อหน่วยงานในสังกัด ของกระทรวงแรงงาน พูดง่าย ๆ คือหน่วยงานอิสระแล้วนี่นะคะท่านประธาน การตรวจสอบ ดิฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าจะตรวจสอบได้อย่างชัดเจนหรือเปล่าว่าน้าเงินไปใช้ให้เกิดความโปร่งใส มีความสุจริตในการใช้เงินงบประมาณหรือเปล่า แน่นอนว่าดิฉันต้องเห็นความส้าคัญค่ะ เนื่องจากว่าเงินที่จะได้ไปเป็นเงินงบประมาณที่มาจากภาษีของคนทั้งประเทศด้วยนะคะ
ประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันไม่เห็นด้วยที่จะเปลี่ยนสถานะ ก็เนื่องมาจากว่าปัจจุบันนี้ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้พูดกันแล้วนะคะว่าเรามีหน่วยงานถึง ๓ หน่วยงานที่มาดูแล ในเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพของคนไทยทั้งประเทศนะคะ กองทุนแรกเลย ก็คือกองทุนสวัสดิการ ข้าราชการที่ดูแลเกี่ยวกับสุขภาพของข้าราชการและครอบครัว อันที่ ๒ ก็ต้องยอมรับว่า คือกองทุนประกันสังคม กองทุนประกันสังคมก็จะดูแลถึงพี่น้องผู้อยู่ในระบบประกันสังคม ก็คือลูกจ้างที่ท้างานในสถานประกอบการทั้งของรัฐแล้วก็ของเอกชน อันสุดท้ายที่ดูแล ก็คือ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ซึ่งจะดูแลส่วนที่เหลือ พี่น้องประชาชน คนไทยที่เหลือที่ไม่เข้าใน ๒ กองทุนที่ดิฉันได้กล่าวมา ในขณะนี้นะคะท่านประธาน ดิฉันทราบมาว่าทางรัฐบาลเองก็ได้มีการบูรณาการ ๓ กองทุนนี้ค่ะ เพราะปกติเราก็ได้ยินข่าวว่า กองทุนประกันสังคมนี้ไม่ได้ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างนั้นอย่างนี้ กองทุนนั้นดูแลดีกว่า กองทุนนี้ แน่นอนค่ะเขาก็จะมีการน้า ๓ กองทุนนี้มาบูรณาการการท้างานร่วมกันเพื่อให้ การดูแลในเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพของพี่น้องประชาชนคนไทยได้ลดความเหลื่อมล้าลงมา ตรงไหนที่สามารถจะเพิ่มประโยชน์ในการรักษาพยาบาลได้ก็จะได้มีการท้าขึ้น ถ้าหาก หน่วยงานประกันสังคมไม่ได้เป็นหน่วยงานของรัฐ ดิฉันว่าการที่จะท้านโยบายนี้ก็อาจจะมีปัญหา ตามมาค่อนข้างเยอะและอาจจะไม่ส่งผลในเรื่องของการลดความเหลื่อมล้าทางด้านการดูแล สุขภาพของคนไทยนะคะ
ประเด็นที่ ๓ ค่ะท่านประธาน ดิฉันเองต้องยอมรับเลยค่ะว่าแรกเริ่มที่เรามี ประกันสังคมขึ้นมานี่นะคะ เราก็ต้องการที่จะให้มาดูแลเกี่ยวกับพี่น้องแรงงานที่อยู่ในระบบ ประกันสังคมซึ่งมีประมาณ ๑๐ ล้านคนในปัจจุบัน และนอกจากนี้ไม่ใช่ดูแลแค่พี่น้องที่อยู่ ในระบบนะคะ เขายังจะต้องดูแลถึงพี่น้องที่ตกงานแล้วก็พี่น้องที่อยู่ในวัยหลังเกษียณอายุด้วย ซึ่งตรงนี้ถ้าหากมีการออกนอกระบบไป ส้านักงานประกันสังคมจะไม่อยู่ในสังกัดของ กระทรวงแรงงาน ดิฉันก็ไม่แน่ใจค่ะว่าเมื่อออกไปแล้วจะใส่ใจถึงบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในระบบ ประกันสังคมหรือเปล่า ก็คือคนที่ตกงานแล้วเมื่อถึงระดับหนึ่งไม่ต้องส่งเงินสมทบ ถูกไหมคะ แต่จะได้รับเงินชดเชย คนที่เกษียณอายุแล้วหลังจากนั้นจะไม่ต้องส่งเงินสมทบ แต่จะมีเงิน ในการดูแล บุคคลเหล่านี้อาจจะไม่ได้รับการดูแลที่ดีเท่าที่ควรค่ะ ก็เป็นประเด็นที่ดิฉันห่วงใย
ประเด็นที่ ๔ นะคะท่านประธาน พ.ร.บ. ประกันสังคม ก้าหนดให้ส้านักงาน ประกันสังคมมีบทบาทหน้าที่ในการที่จะต้องก้ากับออกกฎหมาย ข้อก้าหนดต่าง ๆ ในการที่จะให้โทษ ต่อผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายประกันสังคมหรือกฎหมายแรงงาน ก็ต้องยอมรับค่ะ ถ้าหากสมมุตินะคะท่านประธานว่าพี่น้องที่เป็นผู้ใช้แรงงานถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง เขาจะต้องมาร้องเรียนที่ส้านักงานประกันสังคม ถ้าหากออกจากระบบไปแล้วและที่ส้าคัญ อีกอันหนึ่งนะคะท่านประธาน นายจ้างไม่ยอมจ่ายเงินสมทบให้ เมื่อไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ เป็นองค์กรอิสระ การบังคับใช้ดิฉันไม่แน่ใจว่ามันจะได้ผลดี เท่าที่ควรหรือเปล่า ประเด็นเหล่านี้ก็จะท้าให้ดิฉันรู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลาหรือเปล่าคะ ที่เราจะเปลี่ยนสถานะออกไปเป็นหน่วยงานที่ไม่ขึ้นตรงต่อกระทรวงแรงงานนะคะ
ประเด็นสุดท้ายเลย ที่ดิฉันห่วงใยแล้วก็ไม่เห็นด้วยในการที่จะเปลี่ยนสถานะ ของส้านักงานประกันสังคม ก็คือดิฉันเองเคยชื่นชมท่านรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานค่ะ เรื่องเกี่ยวกับการที่เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงาน ซึ่งในปัจจุบันต้องบอกว่า มีรายได้ที่ไม่ค่อยดีนะคะท่านประธาน ค่าครองชีพก็ยังมีแค่พอกินพอใช้ในครัวเรือน คงไม่มีเงินที่จะไปจ่ายในการที่จะไปท้างานที่ต่างประเทศ ปัจจุบันนี้ดิฉันทราบว่าถ้าพี่น้องแรงงาน ต้องการไปท้างานที่ประเทศอิสราเอล จ่ายเงินในการไปแค่ ๗๐,๐๐๐ บาท และ ๗๐,๐๐๐ บาท ที่จ่ายนี่ก็สามารถที่จะไปติดต่อที่ส้านักงานประกันสังคมในการที่จะขอรับความช่วยเหลือ ในการที่เอาเงินของกองทุนประกันสังคมนี่ละค่ะไปค้าประกันกับธนาคารที่ประกันสังคม เขามีเงินจ่ายฝากเอาไว้อยู่แล้วในอัตราการกู้ที่ดอกเบี้ยค่อนข้างต่้า ก็จะเป็นการเปิดโอกาส ให้กับพี่น้องแรงงานได้มีโอกาสไปยังต่างประเทศ
ท้ายที่สุดเลยค่ะท่านประธาน เวลาก็หมดแล้วดิฉันขออีกนิดหนึ่งค่ะท่านประธาน ที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมดนี้ก็ต้องบอกว่าดิฉันเห็นด้วยที่จะให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้นะคะ แต่ประเด็นที่ดิฉันห่วงใยก็อยากจะฝากคณะกรรมาธิการที่คิดว่าวันนี้เพื่อนสมาชิกในสภานี้ คงจะเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ให้มีการแก้ไข ก็อยากจะฝากประเด็นเหล่านี้ให้คณะกรรมาธิการได้น้าไปประกอบในการพิจารณาด้วยค่ะ ก็กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ