สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๖

นคร มาฉิม เสนอแก้ไขและปรับปรุงกฎหมายประกันสังคม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขข้อจำกัดในการบริหารงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสถานภาพสำนักงานประกันสังคมให้เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีรูปแบบพิเศษ เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจการบริหารจัดการประกันสังคม และขออนุญาตกราบเรียนหลักการและเหตุผลในการตราพระราชบัญญัตินี้

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังมีรายนามต่อไปนี้ คือ ท่าน ส.ส. กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ท่าน ส.ส. กัลยา โสภณพนิช ท่าน ส.ส. ชุมพล จุลใส ท่าน ส.ส. อาคม เอ่งฉ้วน ท่าน ส.ส. วิทยา แก้วภราดัย ท่าน ส.ส. นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ท่าน ส.ส. ธีรภัทร พริ้งศุลกะ ท่าน ส.ส. สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ท่าน ส.ส. อิสสระ สมชัย ท่าน ส.ส. ชื่นชอบ คงอุดม ท่าน ส.ส. สุชีน เอ่งฉ้วน ท่าน ส.ส. เจะอามิง โตะตาหยง ท่าน ส.ส. อัศวิน วิภูศิริ ท่าน ส.ส. วิรัตน์ วิริยะพงษ์ ท่าน ส.ส. เรวัต อารีรอบ ท่าน ส.ส. อนุชา บูรพชัยศรี ท่าน ส.ส. บุณย์ธิดา สมชัย ท่าน ส.ส. กนก วงษ์ตระหง่าน ท่าน ส.ส. บุญยอด สุขถิ่นไทย ท่าน ส.ส. สาธิต ปิตุเตชะ และท่าน ส.ส. สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติ ประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีหลักการและเหตุผลดังที่ผมจะขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานโดยสรุปดังนี้ครับ

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ดังต่อไปนี้

(๑) ขยายความคุ้มครองไปถึงลูกจ้างชั่วคราวทุกประเภทของส่วนราชการ แก้ไขให้กิจการและลูกจ้างที่พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับต้องก้าหนดโดยคณะกรรมการ และห้ามมิให้ส่วนราชการใดออกกฎหมายเพื่อยกเลิกการใช้บังคับแก่กิจการและลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัตินี้ในภายหลัง

(๒) แก้บทนิยาม ค้าว่า “การประกันสังคม” เพื่อให้กฎหมายด้าเนินงาน ครอบคลุมทั้งกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน และ “ภัยพิบัติ” เพื่อก้าหนด ความหมายให้ชัดเจนและเป็นเงื่อนไขที่สถานประกอบการได้ยกเว้นหรือลดหย่อนการออก เงินสมทบเป็นครั้งคราวเมื่อได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอย่างร้ายแรง และแก้ไขบทนิยาม ค้าว่า “ลูกจ้าง” เพื่อให้รวมถึงลูกจ้างท้างานบ้านอันมิได้ประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย และคุ้มครอง ผู้รับงานไปท้าที่บ้าน ค้าว่า “นายจ้าง” เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ และรวมถึงผู้จ้างงานในงานที่รับไปท้าที่บ้าน ค้าว่า “ค่าจ้าง” ให้หมายความรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายในวันที่ให้ลูกจ้างหยุดงานโดยมิได้ เป็นความผิดของลูกจ้าง และค้าว่า “ทุพพลภาพ” ตัดค้าว่า “จนไม่สามารถท้างานได้” เพื่อให้ผู้ประกันตนที่สูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพได้รับประโยชน์เงินทดแทน โดยเป็นธรรมตามความเป็นจริง และแก้ไขบทนิยาม ค้าว่า “พนักงานเจ้าหน้าที่”

(๓) แก้ไข องค์ประกอบ กระบวนการได้มา คุณสมบัติ อ้านาจหน้าที่ และวาระการด้ารงต้าแหน่ง และการพ้นจากต้าแหน่งของคณะกรรมการประกันสังคม เพื่อเป็นหลักประกันชัดเจนให้ได้มาซึ่งประธานกรรมการ กรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายผู้ประกันตนและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ ความเหมาะสม และไม่มีส่วนได้เสีย ในกิจกรรมที่กระท้ากับส้านักงานทั้งโดยตรงและโดยอ้อม โดยให้คณะกรรมการทุกชุด ตามพระราชบัญญัตินี้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการได้ และกรรมการจะด้ารงต้าแหน่ง ในคณะอนุกรรมการไม่เกิน ๒ คณะ การแต่งตั้งกรรมการทุกคณะที่มิใช่ได้มาโดยต้าแหน่ง ต้องค้านึงถึงการมีส่วนร่วมของผู้หญิงและผู้ชายอย่างเท่าเทียม และรองรับความต่อเนื่อง ในการท้างานและให้กรรมการถือเป็นผู้ด้ารงต้าแหน่งระดับสูงตามกฎหมาย ป.ป.ช. ที่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินรวมทั้งเป็นพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

(๔) ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบทั้งองค์ประกอบ คุณสมบัติ กระบวนการได้มา อ้านาจหน้าที่ และวาระการด้ารงต้าแหน่งเพื่อท้าหน้าที่ตรวจสอบการด้าเนินงานของ คณะกรรมการต่าง ๆ และส้านักงาน

(๕) ก้าหนดให้ส้านักงานประกันสังคมมีฐานะเป็นนิติบุคคล สังกัดกระทรวงแรงงาน เป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ อยู่ในก้ากับดูแลของนายกรัฐมนตรี มีอ้านาจหน้าที่ก้าหนดนโยบายและควบคุมดูแลการบริหารจัดการอย่างกว้างขวางชัดเจน และให้กิจการของส้านักงานอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายเงินทดแทน และกฎหมายประกันสังคม ค่าตอบแทนและสวัสดิการ ประโยชน์เกื้อกูล ของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ท้างานในส้านักงานนี้จะไม่น้อยกว่าอัตราที่เคยได้รับอยู่แต่เดิม

(๖) ก้าหนดให้มีเลขาธิการส้านักงานที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ เหมาะสมกับการบริหารจัดการงานประกันสังคม โดยมาจากกระบวนการสรรหา มีคุณสมบัติ และวาระท้างานตามที่ก้าหนด มีอ้านาจหน้าที่ในการท้างานชัดเจน รวมทั้งสิทธิครอบครอง และกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของส้านักงาน

(๗) ก้าหนดให้มีคณะกรรมการการลงทุน มีองค์ประกอบ คุณสมบัติ กระบวนการ ได้มาและวาระการด้ารงต้าแหน่งเพื่อท้าหน้าที่บริหารจัดการเกี่ยวกับการจัดหาผลประโยชน์ ของกองทุน เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายและแผนการลงทุนที่คณะกรรมการประกันสังคม เห็นชอบ

(๘) แก้ไขหลักเกณฑ์การส่งเงินสมทบก่อนที่ผู้ประกันตนจะสิ้นสภาพ การเป็นลูกจ้าง เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์ทดแทนระยะยาวขึ้นภายหลังสิ้นสภาพ การเป็นลูกจ้าง โดยขึ้นกับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบมานานเพียงใด

(๙) แก้ไขระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบส้าหรับผู้เคยเป็นผู้ประกันตน และต่อมาได้สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง เพื่อขยายระยะเวลาการแสดงความจ้านง เป็นผู้ประกันตนต่อส้านักงาน และก้าหนดให้จ่ายเงินสมทบเดือนแรกในวันที่แสดงความจ้านง ต่อส้านักงาน

(๑๐) ก้าหนดให้รัฐบาลจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมส้าหรับผู้ประกันตน ที่มิใช่ลูกจ้าง หรือแรงงานนอกระบบเป็นอัตราไม่น้อยกว่าอัตราเงินสมทบที่ได้รับจากผู้ประกันตน

(๑๑) แก้ไขเงื่อนเวลาการไม่ส่งเงินสมทบก่อนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ให้มีระยะเวลายาวขึ้น ซึ่งมีผลให้ผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙ มีโอกาสรับประโยชน์ทดแทน นานขึ้นและสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนช้ากว่าเดิม

(๑๒) ก้าหนดให้ผู้ประกันตน นายจ้าง หรือผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิรับรู้เข้าถึง ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการประกันสังคมและการส่งเงินสมทบ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับการบริหาร ของคณะกรรมการต่าง ๆ

(๑๓) แก้ไขให้ผู้ประกันตนที่มีอายุ ๕๕ ปีบริบูรณ์ ไม่ต้องออกเงินสมทบ ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานตั้งแต่เดือนถัดไป และแก้ไขอัตราสมทบของฝ่ายรัฐบาล และผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙ และแก้ไขฐานค่าจ้างในการค้านวณเงินสมทบ ของผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ ให้เป็นไปตามฐานค่าจ้างจริงของลูกจ้างแต่ละคน รวมไปถึง แก้ไขอัตราเงินเพิ่มเป็นร้อยละสี่ของเงินสมทบ กรณีที่นายจ้างไม่น้าส่งเงินสมทบ หรือส่งเงินสมทบไม่ครบจ้านวน เพื่อป้องกันมิให้กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นได้ง่าย

(๑๔) ก้าหนดให้ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิตามมาตรา ๗๓ มาตรา ๗๕ จัตวา และมาตรา ๗๗ จัตวา มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุน สิทธิประโยชน์ทดแทน ไม่อาจโอนกันได้และไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี รวมทั้งก้าหนดให้การได้มา ซึ่งสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมไม่เป็นการตัดสิทธิหรือประโยชน์ที่ได้ ตามกฎหมายอื่น

(๑๕) ยกเลิกบทบัญญัติการขอส่วนลดอัตราเงินสมทบเนื่องจากไม่มีความจ้าเป็น อีกต่อไป และยกเลิกเหตุที่ผู้ประกันตนไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนเพราะจงใจก่อให้เกิดขึ้น หรือยินยอมให้ผู้อื่นก่อให้เกิดขึ้น เพราะคงไม่มีผู้ประกันตนคนใดจะจงใจท้าให้ตนเอง หรือยินยอมให้ผู้อื่นท้าให้ตนเองตายหรือบาดเจ็บเพื่อหวังสิทธิประโยชน์ประกันสังคมซึ่งมีจ้านวนน้อย ซึ่งเป็นการน้าเอาหลักประกันของธุรกิจเอกชนมาบังคับใช้โดยไม่เป็นธรรมและไม่เหมาะสม กับสภาพการณ์ของการประกันสังคม

(๑๖) แก้ไขระยะเวลาให้ผู้ประกันตนหรือบุคคลที่ยื่นค้าขอรับประโยชน์ทดแทน และด้าเนินการขอรับเงินประโยชน์ทดแทนให้ยาวขึ้น และแก้ไขวิธีการค้านวณค่าจ้างรายวัน ในการจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ รวมไปถึงการแก้ไขหลักเกณฑ์ในการบริการ ทางการแพทย์ของผู้ประกันตนหรือคู่สมรสผู้ประกันตน รวมทั้งสิทธิการเข้ารับบริการ ทางการแพทย์ในสถานพยาบาลอื่นได้ในกรณีฉุกเฉิน หรือกรณีล่าช้า หรืออาจเกิดอันตราย แก่ผู้ประกันตน โดยส้านักงานเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายตามที่ตกลงกับสถานพยาบาล

(๑๗) ก้าหนดให้ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ตามมาตรา ๖๔ และมาตรา ๗๑ ในช่วงเวลาเดียวกันให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทน การขาดรายได้เฉพาะประเภทที่สูงกว่าเพียงประเภทเดียว

(๑๘) แก้ไขให้ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนบริการทางการแพทย์ ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยและกรณีทุพพลภาพอันมิใช่เนื่องจากการท้างานตั้งแต่ วันแรกที่เข้าเป็นลูกจ้าง เพื่อให้สอดคล้องกับสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ประชาชนไทย มีสิทธิรักษาพยาบาลตั้งแต่วันแรกเกิดรวมถึงภายหลังออกจากงานและรับประโยชน์ทดแทน บ้านาญชราภาพ ก็ยังมีสิทธิรับบริการรักษาพยาบาลต่อเนื่องจนกระทั่งถึงวันตาย

(๑๙) เพิ่มเติมประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตรายให้รวมถึงค่าส่งเสริม สุขภาพป้องกันโรค และการตรวจสุขภาพประจ้าปีแก่ผู้ประกันตน และแก้ไขให้ผู้ประกันตน ที่จ่ายเงินสมทบเป็นระยะเวลานานมีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้มากขึ้น กรณีผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมานานและตายให้จ่ายเงินสงเคราะห์จ้านวนมากขึ้นแก่ผู้มีสิทธิ หรือบุคคลที่ผู้ประกันตนท้าหนังสือระบุชื่อไว้ก่อนตาย

(๒๐) แก้ไขหลักเกณฑ์และอัตราได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ และกรณีถึงแก่ความตายให้ผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง หรือทุพพลภาพ รวมทั้งผู้ประกันตนที่รับบ้านาญ ชราภาพ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีตาย และแก้ไขหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิ ได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร ส้าหรับบุตรที่มีอายุถึงยี่สิบปีบริบูรณ์ และให้ผู้ประกันตนท้าหนังสือระบุบุคคลที่มีสิทธิได้รับเงินบ้าเหน็จชราภาพได้ และแก้ไข หลักเกณฑ์ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนทั้งกรณีชราภาพและกรณีว่างงาน พร้อมกัน โดยมีเงื่อนไขจ้านวนน้อยเท่าที่จ้าเป็นและเป็นธรรมเท่านั้น

(๒๑) แก้ไขเพิ่มเติมคณะกรรมการอุทธรณ์ให้มีองค์ประกอบ กระบวนการที่มา วาระการด้ารงต้าแหน่ง การพ้นจากต้าแหน่ง และการท้างานต่อเนื่องอย่างชัดเจน รวมไปถึง แก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับบทลงโทษกรณีผู้ใดไม่ปฏิบัติตามค้าสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ และคณะกรรมการต่าง ๆ ตามกฎหมายนี้ และเพิ่มอัตราโทษทั้งค่าปรับและการจ้าคุกให้มากขึ้น รวมถึงเพิ่มโทษหากกระท้าผิดซ้าในบทบัญญัติเดียวกันที่เคยถูกลงโทษมาแล้ว

โดยมีเหตุผลสรุปดังนี้ครับท่านประธาน

เหตุผล โดยที่กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมที่ใช้บังคับถึงปัจจุบันมีบทบัญญัติ หลายประการที่ไม่เป็นธรรมและไม่เหมาะสม อีกทั้งยังไม่สอดคล้องกับภารกิจการบริหาร จัดการงานประกันสังคมที่มีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีนายจ้างเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ราย และผู้ประกันตน ๙,๐๐๐,๐๐๐ รายเศษ และจะเพิ่มขึ้นโดยล้าดับ และจะขยายความคุ้มครอง ไปสู่แรงงานนอกระบบ แต่ยังคงมีปัญหาและอุปสรรคในเรื่องความเป็นอิสระ ความคล่องตัว และความโปร่งใสในการบริหารงาน เพราะยังอยู่ในระบบราชการที่ผู้ประกันตนมีส่วนร่วม ได้จ้ากัดมาก เพื่อให้การพัฒนางานด้านประกันสังคมสามารถก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ มากขึ้นและเป็นประโยชน์ทั้งแก่นายจ้าง แก่ผู้ประกันตน และสังคมโดยส่วนรวมมากที่สุด จึงสมควรปรับเปลี่ยนสถานภาพส้านักงานประกันสังคมจากส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีรูปแบบพิเศษ ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานราชการและไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ เพื่อแก้ไข ข้อจ้ากัดในการบริหารในรูปแบบราชการ และเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ การบริหารกองทุนซึ่งปัจจุบันมี ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับ การประกันสังคมมากขึ้น สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและบุคลากรในภาครัฐ ให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด จึงจ้าเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่ากฎหมายที่ผมกับคณะเพื่อน ส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์ได้ร่วมกันเสนอ มีส่วนราชการที่จ้าเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เพิ่มขึ้น จึงขออนุญาตกราบเรียนหลักการและเหตุผลโดยสรุปต่อท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติดังต่อไปนี้ครับ

ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

หลักการ ยกเลิกมาตรา ๓๕ (๖) แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕

เหตุผล โดยที่สมควรปรับเปลี่ยนสถานภาพส้านักงานประกันสังคมจาก ส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีรูปแบบพิเศษ ซึ่งมิใช่หน่วยราชการ และมิใช่รัฐวิสาหกิจ เพื่อแก้ไขข้อจ้ากัดในการบริหารในแบบราชการ ซึ่งเป็นปัญหาอุปสรรค ในเรื่องความเป็นอิสระ ความคล่องตัว ความโปร่งใสในการบริหารงาน ตลอดจนมีส่วนร่วม ของผู้มีส่วนได้เสีย จึงจ้าเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ผมขออนุญาตที่จะสรุปเหตุผลเพิ่มเติมในส่วนตัวอีกเล็กน้อย ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากว่าปัจจุบันการบริหารจัดการของบอร์ด (Board) สปส. หรือว่าส้านักงานประกันสังคม ค่อนข้างมีปัญหา มีการใช้จ่ายงบประมาณผิดวัตถุประสงค์และผิดประเภทค่อนข้างมากพอสมควร เพราะฉะนั้นจ้าเป็นที่จะต้องมาสังคายนาในเรื่องบอร์ด สปส. กันใหม่

๒. ควรมีการบริหารจัดการกองทุนให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ของผู้ใช้แรงงาน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านทราบไหมครับว่าในปัจจุบันกองทุนของ ส้านักงานประกันสังคมนั้นมากก็จริงอยู่ ซึ่งในปัจจุบันประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง แต่ท่านประธานทราบไหมครับ หลังจากที่มีการจ่ายเงิน บ้าเหน็จชราภาพต่อไปอีกประมาณ ๑๕ ปีหรือ ๒๐ ปีข้างหน้า สถานะทางการเงิน ของกองทุนประกันสังคมจะอยู่ในภาวะล้มละลายได้ ซึ่งเส้นแบ่งหรือว่าเส้นกราฟอันนี้ ส้านักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน และรัฐบาลรู้ดีที่สุด แต่ยังไม่มีมาตรการใดที่จะเข้ามา เพื่อก้าหนดเป็นนโยบายหรือแผนรองรับเลยว่าอีก ๒๐ ปีข้างหน้าท้าอย่างไรที่จะไม่ให้กองทุน ประกันสังคมอยู่ในภาวะที่ล้มละลายเพราะรายรับจะน้อยกว่ารายจ่ายอย่างรวดเร็ว อันนี้ เป็นสิ่งที่จะต้องได้รับค้าตอบจากรัฐบาลแล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานด้วย

ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องสุดท้ายเลยก็คือมาตรการในการลงทุน ของส้านักงานประกันสังคมจะต้องมีความสุจริต จะต้องมีความโปร่งใส เงินทุกบาททุกสตางค์ เป็นเงินของพี่น้องผู้ใช้แรงงานและเป็นเงินของรัฐบาลสมทบรวมไปถึงนายจ้างด้วย แต่กองทุน นับล้านล้านบาทผมไม่รู้ว่าเขาบริหารจัดการกองทุนกันอย่างไรบ้าง บางกองทุนที่ส่งผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นบริษัทนั้น ธนาคารนี้ บริษัทหลักทรัพย์นี้ บริษัทเงินทุนนี้ ได้รับผลค่าตอบแทน ย้อนกลับมาต่อส้านักงานประกันสังคมคุ้มค่าหรือไม่ มีส่วนแบ่ง มีเงินปากถุง มีผลประโยชน์ นอกเหนือจากที่จะต้องรายงานและควรที่จะต้องให้เจ้าของเงินได้รับทราบโดยสุจริต และโปร่งใสด้วย

สุดท้ายครับ จริง ๆ ก็คือว่าผู้เอาประกันตนซึ่งเป็นผู้สร้างชาติ เป็นผู้ด้อยโอกาส แล้วก็วันหนึ่ง ๆ หาเช้ากินค่้า รับจ้างเป็นรายวัน รับจ้างเป็นรายเดือนอยู่เขาล้าบากพอแล้วครับ รัฐบาลจะต้องจริงใจ จะต้องจริงจัง ดูแลสวัสดิการ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลการบาดเจ็บ การทุพพลภาพ แม้กระทั่งกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วก็คือผู้ที่ป่วยจากการท้างานไม่ได้รับ การดูแลเท่าที่ควร อย่างเช่นบางคนท้างานในโรงทอใยฝ้ายหรือว่าเศษวัสดุไปสะสมอยู่ในปอด กว่าจะพิสูจน์ได้ ท่านประธานครับ เกษียณออกมาแล้วเป็น ๕ ปี ๑๐ ปี เขาต่าง ๆ เหล่านี้ สร้างคุณูปการต่อประเทศมายาวนาน รัฐบาลดูแลเขาไหมถ้าเกิดเขาพิสูจน์ได้ว่าการเจ็บป่วย แม้ว่าจะเกษียณออกไปแล้ว แม้ว่าจะพ้นจากการท้างานไปอยู่บ้านแล้วเป็น ๑๐ ปี ๒๐ ปี ถ้าเกิดเขาพิสูจน์ได้ว่าเขาเจ็บป่วยจากการท้างานในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ของเขาอยู่ รัฐบาล และกองทุนจะเข้าไปดูแลและรับผิดชอบให้เขาได้หรือไม่ ท้ายจริง ๆ ก็คือรัฐบาลยังขาด การส่งเงินสมทบให้กับกองทุนเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ท้าไมรัฐบาลจึงไม่เอาเงินไปจ่ายให้กับ ส้านักงานประกันสังคมตามกฎหมาย กราบขอบพระคุณครับ