สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล หารือเรื่องการซ่อมบำรุงแท่นขุดแก๊สธรรมชาติที่ยาดานา ประเทศพม่า และเรียกร้องให้รัฐบาลเป็นตัวนำในการประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะการลดผลกระทบต่อประชาชนจากการใช้แก๊สธรรมชาติ และต้องการหาทางแก้ไขปัญหาการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน เพื่อให้ประชาชนได้รับพลังงานที่มีคุณภาพและปลอดภัย

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ สิ่งที่สำคัญที่สุดเรื่องของการซ่อมบำรุง แท่นขุดแก๊สธรรมชาติที่ยาดานา ประเทศพม่า เดิมทีนั้นทางผู้ผลิตคือบริษัท โททาลนั้น ได้แจ้งว่าจะซ่อมบำรุงประมาณวันที่ ๑๒-๒๐ เมษายน จริงตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติท่านอลงกรณ์ พลบุตร ได้พูดถึง มาเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ปีนี้ ทางบริษัท โททาล แจ้งว่าระดับความเสี่ยงของแท่นเจาะแก๊สนั้นเริ่มมีปัญหาทางเทคนิคที่ยอมรับไม่ได้คิดว่า จะต้องซ่อมประมาณเดือนมีนาคม พอซ่อมเดือนมีนาคมแย่แน่เพราะว่าช่วงเดือนมีนาคมนั้น ปลายเดือนมีปัญหาเรื่องการใช้ไฟอย่างรุนแรงและตลอดทั้งอาทิตย์ ซึ่งทางเราก็ไม่ยอม ทางบริษัท ปตท. เองได้เจรจาต่อรองสุดท้ายว่าวันที่ ๔-๑๒ เมษายน พอแจ้งมาให้ทางกระผมทราบ ผมก็เห็นว่าวันที่ ๔-๑๒ เมษายน ผมก็ขอดูการแปลงการใช้ไฟ และประชุมการไฟฟ้าฝ่ายผลิต จึงค่อนข้างตกใจว่ายังรับไม่ได้อยู่ดี ก็ขอเจรจาอีก ๑ อาทิตย์ จะกลับไปที่เดิมคือช่วงสงกรานต์ ปรากฏว่าทางฝ่ายเทคนิคทั้ง ๒ ฝั่ง ทั้ง ปตท. เอง กับ บริษัท โททาล ได้คุยกันแล้วว่ามีอัตราความเสี่ยงถ้าเกิดความเสียหายขึ้นมาแหล่งแก๊สนี้จะหยุดเป็นเดือน ดังนั้นจึงยอมให้ซ่อม ก็เลยยอมให้เลื่อนอีก ๑ วันครึ่ง การที่ ๑ วันครึ่งเรายอมรับได้เนื่องจาก วันที่ ๕ โหลดการใช้ไฟฟ้าในประเทศจะเหลือ ๒๖,๓๐๐ เมกะวัตต์ ดังนั้นการสำรองไฟ เราจะเหลืออยู่ ๗๐๐ เมกะวัตต์ ซึ่งทำให้เราจะต้องระดมกำลังประชาชนทุกภาคส่วนในการ ประหยัดพลังงาน จึงรายงานให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีรับทราบ แล้วร้องขอ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ว่าให้รัฐบาลเป็นตัวนำ แล้วคิดว่าการประหยัดพลังงาน การลดพลังงานนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ของรัฐบาลต้องทำอย่างต่อเนื่องและต่อไปนะครับ คงไม่ทำชั่วคราว สิ่งสำคัญที่สุดครับ เมื่อเราเริ่มถึงวันที่ ๕ แล้วการใช้ไฟเราจะมีอันตรายอยู่ที่วันที่ ๕ แค่วันเดียว พอปิดยาว ๓ วัน พอเปิดมาวันที่ ๙ วันที่ ๑๐ วันที่ ๑๑ ก็มีการใช้ไฟอยู่เพียง ๒๕,๐๐๐ เมกะวัตต์ ซึ่งตรงนั้น สำรองจะเกิน ๑,๐๐๐ เมกะวัตต์ ซึ่งทำให้ความปลอดภัยสูงขึ้นนะครับ

เรื่องที่ท่านถามว่าความเสี่ยงของประเทศ เรื่องการใช้แก๊สธรรมชาติซึ่งมีอยู่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคง ผมยอมรับว่าเป็นจริงครับ ผมเองเมื่อเข้ามา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผมได้พูดในที่พับลิค (Public) หลายต่อหลายครั้งว่า การใช้แก๊สธรรมชาติถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นความเสี่ยง เราต้องใช้พลังงานชนิดอื่น ทีนี้ การใช้พลังงานชนิดอื่นนั้นต้องคำนึงถึงมาตรการว่าอะไรบ้างที่เป็นพลังงานที่ทำให้เชื้อเพลิงนั้น ราคาถูก ทำให้ประชาชนนั้นไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากราคาไฟฟ้าที่ใช้ เพราะว่าถ้าประชาชน ได้รับผลกระทบนี่ ๔๐ ล้านคน

ประการที่ ๒ คือต้องคำนึงถึงอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมนั้นความสามารถ ในการแข่งขันระดับประเทศนั้นจะต้องค่าไฟราคาถูก ค่าไฟที่ถูกกว่าแหล่งแก๊สธรรมชาติมีอยู่ไม่กี่อย่าง ก็มีถ่านหิน มีน้ำ มีนิวเคลียร์ (Nuclear) ส่วนพลังงานทดแทนอื่น ๆ นั้น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ที่พูดกัน พลังงานลม ๑๐ บาทต่อหน่วยทั้งนั้น ซื้อมาก ๆ กระทบต่อการแข่งขันของอุตสาหกรรม กระทบต่อรายได้ของประชาชน ประชาชนต้องมีค่าใช้จ่ายภาระเยอะ อันนั้นเป็นปัญหาใหญ่ สิ่งที่เกิดการประมูลเร็ว ๆ นี้ ๕,๔๐๐ เมกะวัตต์นั้นเป็นโครงการที่ทำขึ้นมาเป็นการสำรองไฟฟ้า นอกจากมีโรงไฟฟ้าที่ทำแก๊สแล้วเราแบ่งกันทำครับ คณะกรรมการกำกับดูแลพลังงานนั้น เอาโรงไฟฟ้าเกี่ยวกับแก๊สไปทำ เพราะเรามอบเรื่องถ่านหินให้ไปทำเอกชนนั้นไม่สามารถทำได้ จึงมอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเป็นผู้ทำโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งมีจำนวน ๔,๐๐๐ เมกะวัตต์ในปีนี้ ซึ่งกำลังจัดหาแหล่ง แหล่งแรกที่จะทำที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งได้ประสานกับ ส.ส. จังหวัดกระบี่ ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี แต่ก็ปรากฏอย่างเดียวกัน ท่านเห็นไหมว่าปัจจุบันเขามีการต่อต้าน การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่ ทั้ง ๆ ที่เราได้สำรวจก่อนเบื้องต้นแล้วว่าประชาชน เรียกร้องให้ไปทำโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่ ฉะนั้นการทำโรงไฟฟ้าชนิดอื่นก็ค่อนข้าง จะเป็นการยุ่งยากลำบาก แล้วสิ่งหนึ่งที่เราก็มองหาว่าจะต้องไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อจะทำโรงไฟฟ้าเพื่อมาจำหน่ายให้ประเทศ ฉะนั้นคำถามที่ตอบว่าทำไมจึงประมูลครั้งนี้ ๕,๔๐๐ เมกะวัตต์ ก็เป็นแผนการที่เตรียมล่วงหน้า และการทำโรงไฟฟ้านั้นครับไม่ใช่ว่า ประมูลวันนี้ปีหน้าเราจ่ายไฟได้ อีก ๗-๑๐ ปีข้างหน้าจึงจะจ่ายไฟได้ครับ ปีนี้คิดว่าการซื้อไฟเพิ่ม อาจจะไม่มี ฉะนั้นถ้าปีหน้าเกิดปัญหาเช่นเดียวกันและเวลาเดียวกันปัญหาปีหน้าก็จะ หนักกว่านี้ครับ ขอบคุณครับ