สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

อลงกรณ์ พลบุตร แสดงความไม่พอใจต่อการแก้ไขปัญหาอุปทานไฟฟ้า โดยเฉพาะการปิดซ่อมของบริษัท โททาล ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ และแสดงความไม่พอใจต่อการบริหารจัดการพลังงานของประเทศไทย ซึ่งอาจทำให้ประเทศอื่นๆ มีความรู้สึกว่าประเทศไทยล้มเหลวในการบริหารจัดการด้านพลังงาน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความเสี่ยงของประเทศในเรื่องพลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะการใช้แก๊สธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง และการเปิดประมูลโรงไฟฟ้าใหม่ที่กำหนดสเปกใช้แก๊สธรรมชาติเท่านั้น

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ดูเหมือนไฟ มันจะดับล่วงหน้านะครับ ความจริงคำอธิบายของท่านนั้นสะท้อนเลยว่าท่านไม่รู้ปัญหาจริง และท่านไม่ได้ทำการบ้านล่วงหน้าเลย การปิดซ่อมของบริษัท โททาลครั้งนี้เป็นการแจ้งล่วงหน้า มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จนกระทั่งกรรมการกำกับกิจการพลังงานเรกูเลเตอร์ได้เอาค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง ไปคิดคำนวณเป็นค่าเอฟที (FT) เพื่อใช้ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมใน ๔ เดือนแรกของปีนี้ มันไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่เลยสำหรับเรื่องของกำลังไฟฟ้าสำรองทั้งที่เป็นสปินนิง รีเสิร์ฟ (Spinning reserve) หรือว่าสแตนด์บาย รีเสิร์ฟ (Standby reserve) มีถึง ๓,๐๐๐ เมกะวัตต์ สปินนิงเราจะต้องรักษาให้ได้ ๑,๐๐๐ เมกะวัตต์ตามมาตรฐาน อันนี้เป็นมาตรฐานที่ กฟผ. แล้วก็การไฟฟ้าที่ผลิตโดยเอกชนนั้นเขามีแผนและมีการดำเนินการรักษาไว้ เพื่อให้กำลังไฟฟ้าสำรอง ของเรานี่อยู่ไม่ต่ำกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ผมจึงแปลกใจว่าคำตอบที่ท่านชี้แจงมาถ้าคนไม่ได้ ติดตามเรื่องนี้ก็อาจจะเคลิ้มนะครับ แต่ไม่ใช่พวกผมครับ เราติดตามข้อมูลมาอย่างใกล้ชิด บริษัท โททาลนั้นมีแผนไม่ใช่ซ่อมช่วงวันที่ ๔-๑๒ เมษายน วันที่ ๒๔-๒๕ ก็จะซ่อมอีกครับเดือน นี้ เพราะฉะนั้นทำไมท่านไม่ไปเจรจาตั้งแต่ต้นละครับ เพราะว่าช่วงพีก (Peak) ของเราจริง ๆ ทีแรกท่านรัฐมนตรีให้ข่าวบอกว่าวันที่ ๔ เมษายน ต่อมามันไม่ใช่ มันวันที่ ๕ เมษายน แต่ว่า ท่านก็ให้อธิบดีไปเจรจา ผมก็บอกว่าถ้าท่านบอกว่านี่คือภาวะวิกฤติไฟฟ้าเป็นภาวะฉุกเฉิน ไฟฟ้า และประกาศออกมาจนตกอกตกใจไปทั้งคนไทยและทั่วโลกนั้นแสดงว่ามันต้องวิกฤติ จริง ๆ ครับ รัฐมนตรีต้องเจรจาตั้งแต่ปีที่แล้วครับ ทำไมเขาจึงซ่อมได้ตั้งแต่วันที่ ๒๔-๒๕ กุมภาพันธ์หยุด ส่วนวันที่ ๔-๑๒ เมษายน ก็เป็นเรื่องของแฟลร์ แพลทฟอร์ม (Flare plat form) ซึ่งสามารถทำได้ก่อนหน้านี้ แต่พอมันจวนตัวเข้ามามันก็ไปติดวันสงกรานต์ พม่าก็ฉลองวันสงกรานต์ เขาก็หยุดเหมือนเรา และแทนที่จะเจรจาให้เป็นวันที่ ๖ ไปเป็นวันที่ ๑๔ เพราะวันที่ ๖ เมษายน ของเราเป็นวันจักรีแล้วเราก็หยุดยาวต่อเนื่องวันที่ ๖ วันที่ ๗ วันที่ ๘ แต่นี่ปรากฏว่าพอท่านไป เจรจาในช่วงกระชั้นชิดอย่างนี้ ท่านได้วันไหนมาครับ เปลี่ยนจากวันที่ ๔ มาเป็นวันที่ ๕ ได้ครึ่งวันของวันที่ ๕ แต่เพิ่มจาก ๘ วัน เป็น ๘ วันครึ่งครับ เจรจาอย่างไรเพิ่มวัน ตรงนี้อย่างไรที่ผมเป็นห่วงไม่ต้องการให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน แล้วพอฉุกละหุกเข้าอ้างเรื่องต้นทุน เรื่องน้ำมันเตา เรื่องดีเซล เรื่องของแอลเอ็นจี (LNG) ซึ่งซื้อแพงมาก ซึ่งประเด็นนี้จะต้อง ตรวจสอบกันต่อไป และยังมีเรื่องของโรงไฟฟ้าอีก ดังนั้นผมถึงบอกว่าท่านไม่ได้เตรียมความ พร้อม ผมทราบว่าแผนการในการรับมือตั้งแต่ปีที่แล้วกับปีนี้ไม่ได้ต่างกันเลย และปริมาณ การผลิตไฟฟ้าของเราฝั่งตะวันตก ฝั่งตะวันออกไม่ได้ต่างกันครับ จำนวนแก๊สที่มาจาก ประเทศพม่า ๑,๑๐๐ ล้านลูกบาศก์ฟุต จาก ๒ แหล่ง ๒ ท่อมาเชื่อมเข้าเป็นท่อเดียว ที่อีต่องเข้าจังหวัดกาญจนบุรีเหล่านั้นก็ไม่ได้แตกต่างกันความแตกต่างอยู่ที่ตัวท่านรัฐมนตรี ท่านผิดปกติเองครับ เพราะฉะนั้นการตื่นตระหนกจนไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีออกมาถอดสูท อะไรกัน ท่านต้องคิดว่าเรื่องพลังงานทำให้หลายประเทศได้รับผลกระทบภาพพจน์เสียหายมากนะครับ ประเทศบังกลาเทศ แม้แต่ประเทศแอฟริกาใต้ คนมีความรู้สึกว่าประเทศไทยบริหารจัดการ ด้านพลังงานล้มเหลวโดยเฉพาะไฟฟ้า ซึ่งใช้ทั้งภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจบริการ ภาคของอุตสาหกรรม และอื่น ๆ ใครจะมาคิดลงทุน ใครจะมาคิดค้าขาย แม้แต่ทัวร์ (Tour) เลื่อนกันไปเลยครับ เพราะคำประกาศภาวะฉุกเฉินไฟฟ้าซึ่งเขาไม่เคยได้ยินเลยว่ามันจะมีอีเมอร์เจนซี ดีคลาเรชัน (Emergency Declaration) แบบนี้เกิดขึ้นในประเทศไทย

คำถามที่ ๒ ของผมนะครับ เราทราบดีว่าจากปัญหาที่ท่านมองว่าเกิดจาก ไฟฟ้ากำลังผลิตไม่เพียงพอ ๒. เราใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงมากเกินไป ตัวเลขกลม ๆ คือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ ถ่านหิน ๑๖ เปอร์เซ็นต์ น้ำเหลือ ๔ เปอร์เซ็นต์ ซื้อจากต่างชาติเพื่อนบ้าน ๔ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นความเสี่ยงของประเทศในการแก้ไข ปัญหาวางอนาคตประเทศในความมั่นคงพลังงานระยะกลาง ระยะยาว ก็คือการต้องลด ในเรื่องของการใช้แก๊สธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงลดลงมา แผนพีดีพี (PDP) แผนพัฒนาพลังงาน ก็ชัดเจนอยู่แล้วจะต้องลดลงมาเพื่อลดความเสี่ยงของประเทศ แต่นี่ท่านรัฐมนตรีจะเปิดประมูล ๕,๔๐๐ เมกะวัตต์โรงไฟฟ้าใหม่กลางปีนี้โดยกำหนดสเปก (Spec) ว่าต้องใช้แก๊สธรรมชาติเท่านั้น หมายความว่า ในขณะที่ปัญหาเฉพาะหน้าท่านบอกว่าต้องประกาศภาวะไฟฟ้าฉุกเฉิน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประเทศไทย คนตกใจไปหมดเพราะว่าเราขาดแก๊ส และแก๊ส เป็นความเสี่ยงของประเทศ แล้วท่านจะสร้างโรงไฟฟ้าใหม่คิดเป็น ๑ ใน ๔ ของกำลังการผลิตที่ใช้ไฟ ในวันนี้ ๕,๔๐๐ เมกะวัตต์ ท่านล็อกสเปก (Lock spec) เลยว่าต้องเป็นโรงไฟฟ้าแก๊สธรรมชาติเท่านั้น นี่ท่านแก้ปัญหาให้ประเทศหรือสร้างปัญหาให้ประเทศในอนาคต ผมห่วงใยนะครับ