สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงมาตรา ๕ (๖) วรรคสอง เพื่อแก้ไขปัญหาการเกณฑ์ทหาร โดยพิจารณาให้ประชาชนมีสิทธิในการเข้ารับราชการทหารอย่างมีศักดิ์ศรี และเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ได้รับการเกณฑ์ทหารมีโอกาสเข้าเป็นนักเรียนวิชาการทหาร
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานในมาตรา ๕ ที่มีการแปรญัตติในส่วนของมาตรา ๕ (๖) วรรคสอง ท่านประธานครับ เรื่องนี้กระผมเองได้มีการอภิปรายในวาระแรก แล้วก็ติดตามไป ทำการแปรญัตติในคณะกรรมาธิการวิสามัญ แต่กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า เรื่องนี้กระผมเองมีความเคารพต่อท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่าน พลเอก สมชาย เป็นกรณีพิเศษในฐานะเป็นพี่ชายของกระผม ท่านก็ได้ชี้แจงให้ผมทราบว่าเรื่องนี้ขอว่า ไม่ควรจะอยู่ในนี้ด้วยเหตุผลอันมีเหตุผลของท่าน ผมก็ด้วยความเคารพก็เลยบอกว่าอย่างนั้น ไม่เป็นอะไรครับผมขอสงวนไว้ในสภาก็แล้วกัน ดังนั้นในชั้นกรรมาธิการนี้ผมก็ด้วยความเคารพ ท่านประธานก็ไม่ได้ไปท้วงติงอะไร แต่เสนอความเห็น ก็ให้เจ้าหน้าที่ไปบอกไว้ว่าผมขอสงวน ไว้ในสภา แต่ว่าจะด้วยเหตุใดไม่ทราบครับ กลายมาเป็นบันทึกว่าผมพอใจเสียแล้ว แต่เพื่อให้ การดำเนินการรวดเร็ว ท่านประธานครับ ผมขอเวลาท่านไม่ยาวนักที่จะขอเสนอความเห็นไว้ ในสภาแห่งนี้เท่านั้นละครับเพื่อให้คนรุ่นหลังได้รู้ว่าความคิดอย่างนี้มีอยู่ไม่ใช่ว่าเราไม่คำนึงถึง สิทธิเสรีภาพของประชาชน ท่านประธานครับ ผมจึงขออนุญาตและกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ได้ให้โอกาสกระผมทำหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ในฐานะตัวแทนของประชาชนก็คือ ผมทราบดีว่าสิทธิของรัฐที่จะเกณฑ์ทหารนี่ครับ ผมพูดเสมอว่าเป็นผลแห่งวัฒนธรรม ก่อนเปลี่ยนการปกครองที่เราเกณฑ์แรงงานประชาชนที่เรียกว่าเข้าเดือน แต่เมื่อมีกฎหมาย รองรับการเกณฑ์ทหารเราก็ต้องยอมรับการดำเนินการต่อไป แต่เราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกลมหายใจเข้าออกเราจำเป็นต้องคำนึงถึงสิทธิและความเสมอภาคของประชาชนเขา ท่านประธานครับ การเสนอแก้ไขมาตรา ๕ (๖) วรรคสอง จึงมีพื้นฐาน ๒ ประเด็น ๑. ต้องการจะเยียวยาและรักษาสิทธิของประชาชนไว้ อีกประเด็นหนึ่งเป็นที่รู้กัน ผมอยากเห็น สถาบันโรงเรียนนายร้อย จปร. นี้ได้มีฐานะก้าวทันกับโลกอารยะสมัยใหม่นั่นคือ การเคารพสิทธิด้วยกัน แต่เป็นที่รู้กันว่าในวงการนั้นถ้าใครแม้จะมียศเท่ากัน แต่ถ้าไม่ได้ผ่าน จาก จปร. แล้ว ศักดิ์ศรีในการดำรงฐานะรวมตลอดทั้งการก้าวขึ้นตำแหน่งนั้นจะไม่ได้รับ การพิจารณา เป็นการแบ่งแยกกันในเชิงนั้น ดังนั้นการนำเสนอของผมจึงมีเจตนาดี ที่อยากจะเห็นความรู้สึกของนายทหารส่วนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาเป็นชั้นสัญญาบัตรนั้น เขาจะได้มีความรู้สึกไม่แตกแยกกัน วันนี้นายทหารที่ก้าวขึ้นมาจากชั้นประทวนลึก ๆ เขารู้สึกว่าแบ่งชนชั้นกันในวงการทหาร ดังนั้นผมจึงได้แปรญัตติกฎหมายนี้เพื่อได้ตอบสนอง เจตนารมณ์ดังกล่าวข้างต้น ท่านประธานครับ แทบไม่น่าเชื่อคำพูดของผมเสมือน การศักดิ์สิทธิ์ครับ ผมอภิปรายในวาระที่หนึ่ง บอกว่าทำอย่างไรเราจะเลิกการเกณฑ์ทหาร ได้สักที และผมเชื่อว่าวันนี้ประเทศไทยมีความเจริญรวมตลอดทั้งมีความเติบโตทางเศรษฐกิจ ทางงบประมาณเพียงพอที่จะให้ประชาชนก้าวเข้ามาเป็นทหารระดับพลทหารอย่างมีศักดิ์ศรี โดยไม่ต้องเกณฑ์ เพราะการเกณฑ์ทหารนี่เองครับจึงทำให้เกิดข้อครหานินทาในการคอร์รัปชัน (Corruption) ในการเกณฑ์ทหาร รวมตลอดทั้งเกิดการคอร์รัปชันสำหรับทหารเกณฑ์ที่เข้าไปแล้ว ให้เงินเดือนผู้บังคับบัญชาแล้วตัวก็ออกไปทำงานอย่างอื่น จริงเท็จไม่รู้ แต่เล่าลือกันทั้งประเทศ ท่านครับ ถ้าเราเปิดโอกาสให้ทุกคนสมัครโดยเปิดโอกาสให้เขามีอนาคตในการที่เขาจะเสียสละ เพื่อชาติบ้านเมืองด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ ผมเชื่อว่าวันนี้ประชาชนพร้อมที่จะเข้ามาสู่การเป็นทหาร ในรูปแบบที่เรายกเลิกการเกณฑ์ทหารก็ได้ แต่ว่าจะทำอย่างไรล่ะครับเราไม่มีโอกาสที่จะพิจารณา กฎหมายนั้น และผมเห็นว่าวันนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เราจะพิจารณา ผมจึงได้หาทางสอดแทรก เข้าไปในร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในส่วนของมาตรา ๕ ที่เป็นมาตรา ๖ ในส่วนของมาตรา ๕ (๖) วรรคสองครับ คือเปิดโอกาส กำหนดให้ผู้สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือเทียบเท่าขึ้นไป ซึ่งผ่านการตรวจเลือก ทหารกองเกินเพื่อเข้ารับราชการทหารกองประจำการ และได้รับราชการทหารประจำการ มีสิทธิเข้าเป็นนักเรียนวิชาการทหารตามจำนวนที่กำหนด คือจะให้สิทธิพิเศษแก่คนที่ได้รับ การเกณฑ์ทหาร ไม่ใช่ยกเลิกการเกณฑ์ทหารนะครับ เมื่อเกณฑ์ทหารแล้วได้พิสูจน์ความสามารถแล้ว พิสูจน์จิตใจแล้วว่าท่านรักชาติจริงให้เขามีโอกาสเดินเข้ามาตามช่องทางนี้ ผมได้อภิปราย ในวาระที่หนึ่งและตามไปในวาระที่สอง ท่านประธานครับ ไม่น่าเชื่อวันนี้นอกจากเกณฑ์ทหารแล้ว จะเกณฑ์ตำรวจอีกครับ นี่ตกลงเรายังจะใช้หลักการเข้าเดือนก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ อีกหรือ ผมถึงบอกว่าถ้าเรายังดำเนินการอย่างนี้ดำเนินการ โดยไม่ท้วงติงเลยแสดงว่าสภาแห่งนี้ไม่ใช่สภาของประชาชนแล้ว วันนี้ประชาชนต้องมี สิทธิเสรีภาพสิครับ ปรากฏว่าใครมีสตางค์เรียนระดับมัธยมศึกษา เรียนมหาวิทยาลัย เรียน รด. ไม่ต้องเกณฑ์ทหาร คนที่เกณฑ์ทหารส่วนใหญ่คือคนที่ไม่มีโอกาสเรียน ๒. คนที่เกณฑ์ทหาร ส่วนใหญ่คือคนยากคนจน เมื่อเป็นอย่างนั้นเองท่านประธานครับ ผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่อนุญาตให้ผมได้อภิปรายเรื่องนี้ และด้วยความเคารพต่อท่านประธานสมชาย ผมก็จะไม่คัดค้าน ไม่เรียกร้องให้มีการโหวตในส่วนของผม แต่ขอแสดงเจตนารมณ์ไว้ว่า เราเป็นผู้แทนราษฎรเราอยากเห็นกฎหมายทุกอย่างได้รับรองสิทธิหรือคำนึงถึงต่อสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนด้วย ประชาชนคนไทยวันนี้ได้ก้าวเข้าสู่โลกสมัยใหม่เฉกเช่นนานาอารยประเทศแล้ว ทำไมเรายังจะเกณฑ์ทหารด้วยราคาถูกกันอีก ถ้าเราเปิดเงื่อนไขให้การเข้าสู่การเป็นทหาร ในสิ่งที่เราเรียกกันว่าทหารเกณฑ์โดยให้สิทธิเขา ให้โอกาสกับชีวิตเขา เขาได้มีการฝึกอบรม มีเงินเดือนพอสมควรตามหลักเกณฑ์ ตามค่าแรงงานขั้นต่ำ หรือมีแรงจูงใจมากกว่านี้ ผมเชื่อเหลือเกินว่าไม่ต้องเกณฑ์ทหารแล้วครับ ด้วยเหตุนี้ท่านประธานครับ จึงกราบขอบพระคุณ และขอทำหน้าที่ของผู้แทนราษฎรที่ห่วงใยสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกลมหายใจเข้าออก ไว้ ณ ที่นี้ กราบขอบพระคุณครับ