สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พูดถึงเรื่องร่างพระราชบัญญัติวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะนำเข้าสู่สภา และไม่ให้ฝ่ายรัฐบาลใช้อำนาจโดยไม่ผ่านกระบวนการและขั้นตอน

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนที่ท่านประธาน จะได้เข้าสู่การพิจารณาโดยให้ท่านเลขาธิการได้อ่านเป็นรายมาตรา เนื่องจากว่า ร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมเป็น คนหนึ่งที่เป็นกรรมาธิการด้วย และเมื่อสักครู่ท่านประธานก็คงจะได้รับทราบจากประธาน คณะกรรมาธิการที่ได้พูดถึงว่าได้มีใบแทรกแก้ไขรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมคิดว่าถ้าหากท่านประธานจะผ่านเลยตรงนี้ไปก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะสวยงามนัก และไม่น่าที่จะเป็นไป ตามข้อบังคับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมอยากจะกราบเรียนให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้สบายใจครับว่าผมไม่ได้มีอะไรที่จะขัดข้องในเรื่องของเนื้อหาสาระ มีแต่บางประเด็น ที่ได้สงวนความเห็นไว้ แต่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานนะครับ เพราะท่านประธาน ก็เป็น ส.ส. มานานแล้วก็อยู่ในสภามาด้วยกัน ผมคิดว่าในกรณีที่เราพิจารณาในคณะกรรมาธิการ ก็เท่ากับว่าเราไปดำเนินการในฐานะตัวแทนของสภาใหญ่เพื่อไปพิจารณากฎหมาย ในแต่ละฉบับ ที่ผมต้องพูดถึงเรื่องนี้เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมาผมได้ติดตามการทำงาน ของคณะกรรมาธิการแล้วก็พบว่ามีหลายฉบับแล้วครับที่ผ่านมาแต่ก็ไม่มีใครท้วงติง ผมอยากให้กระบวนการในการพิจารณากฎหมายนั้นเป็นไปตามข้อบังคับท่านประธาน และให้กระบวนการในการพิจารณากฎหมายนั้นให้เป็นไปตามที่กระบวนการของ ประชาธิปไตย ก็คือเมื่อให้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติแล้ว ฝ่ายนิติบัญญัติต้องทรงสิทธิในการที่จะ พิจารณากฎหมายโดยใช้เสียงข้างมากในการตัดสิน อันนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญครับ แต่ต่อประเด็นของร่างกฎหมายฉบับนี้และมีอีกหลายฉบับก็ปรากฏว่าเมื่อคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วและได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อทบทวน รายงานของคณะกรรมาธิการ หลังจากนั้นก็ได้มีการลงนามโดยเลขานุการของ คณะกรรมาธิการส่งมายังท่านประธาน ท่านประธานก็ได้บรรจุในระเบียบวาระครับ เช่น ร่างกฎหมายฉบับนี้ผมไปดูท่านก็ได้บรรจุในระเบียบวาระตามหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ๗๑๙/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๖ ท่านบรรจุไว้ในระเบียบวาระแล้ว แต่ปรากฏว่า เมื่อมีการนำเสนอเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาก็ปรากฏว่ามีหนังสือด่วนเชิญคณะกรรมาธิการประชุม เมื่อคณะกรรมาธิการประชุมก็มีใบแทรกตามที่ท่านประธานได้รับทราบจากประธาน คณะกรรมาธิการขึ้นมา ซึ่งในกรณีเช่นนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เรารับทราบกันโดยทั่วไปว่า เมื่อวิปไปดูการพิจารณากฎหมายของคณะกรรมาธิการแล้ว วิปของฝ่ายรัฐบาลไม่เห็นด้วย ท่านประธานก็ทราบดีผมก็เป็นประธานวิปมาแล้วนะครับ แต่ผมคิดว่าวิปหรือคณะกรรมการ ประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลมีความชอบธรรมที่จะตรวจสอบกฎหมายก่อนที่จะนำเข้าสู่สภา แต่เมื่อนำเข้าสู่สภาแล้วสภาได้พิจารณากฎหมายนั้นผ่านวาระที่หนึ่งเข้าไปสู่วาระที่สอง ในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการแล้วท่านประธานครับ ผมคิดว่ากรรมาธิการย่อมทรงสิทธิ ในฐานะเป็นตัวแทนของสภาชุดใหญ่นี้ และเมื่อประธานได้รับรายงานดังกล่าวและบรรจุ ในระเบียบวาระแล้วก็มีความชอบธรรมที่สภานี้จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือให้คืนกลับไป แต่ที่ผมไม่เห็นด้วยวันนี้และผมอยากจะหารือกับท่านประธานสภาและไม่อยากให้เกิดกรณีนี้ขึ้นอีก ก็คือว่าผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่วิปรัฐบาลจะใช้อำนาจโดยไม่ผ่านกระบวนการและขั้นตอน ที่ถูกต้อง โดยสั่งกลับมาให้คณะกรรมาธิการจัดให้มีการประชุมใหม่แล้วก็มีใบแทรกเข้ามา ผมคิดว่าเรื่องนี้ท่านประธานควรจะเป็นข้อสังเกตไว้นะครับ โดยย้ำเน้นว่าให้คณะกรรมาธิการ แต่ละชุดที่รับกฎหมายไปพิจารณาแล้วนี่ควรจะได้พิจารณาอย่างรอบคอบก่อน แต่เมื่อบรรจุ ในระเบียบวาระแล้วผมคิดว่าโดยกระบวนการและขั้นตอน ท่านประธานครับ ควรที่จะมา ขออนุญาตสภานี้ใช่ไหมครับ บรรจุในระเบียบวาระแล้วจะให้สภานี้มีมติว่าให้คณะกรรมาธิการ เอากลับคืนไปประชุมเพื่อแก้ไขใหม่ให้เกิดความสมบูรณ์ ถ้าอย่างนี้ผมไม่ท้วงติงในที่นี้เลยครับ แต่ผมคิดว่ากระบวนการอย่างนี้เป็นกระบวนการที่ไม่ถูกต้อง มิฉะนั้นไม่จำเป็นต้องมีการตั้ง คณะกรรมาธิการนะครับ มีวิปวิปก็ดำเนินการเลย แก้ไขกฎหมายแล้วส่งเข้าสู่สภาเลยครับ ที่เรามีคณะกรรมาธิการเพราะต้องการให้สัดส่วนของทุกพรรคการเมืองที่อาจจะมีความเห็นต่าง หรืออาจจะมีความเห็นเหมือนในระบอบประชาธิปไตยได้มีส่วนในการมาตรวจสอบกฎหมาย และนี่คืออำนาจนิติบัญญัติ ผมไม่อยากจะให้สภานี้ถูกมองด้วยสายตาที่เคลือบแคลงว่า ประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือ กฎหมายเป็นเพียงเครื่องมือ เสียงข้างมากจะทำอะไรก็ได้ โดยตามอำเภอใจ ผมคิดว่าเป็นกระบวนการที่ไม่ถูกต้อง ผมอยากจะเรียนท่านประธาน คณะกรรมาธิการด้วยความเคารพครับ ผมเคารพท่านโดยส่วนตัว แต่ว่าที่ผมท้วงติงในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงกฎหมายฉบับนี้ฉบับเดียวนะครับ แต่อยากจะเรียนท่านประธานว่า หมายถึงกฎหมายฉบับอื่นด้วยที่ท่านประธานจะปล่อยให้การกระทำแบบนี้ไม่ได้ครับ เมื่อท่านประธานบรรจุในระเบียบวาระแล้ว ผมจึงอยากแสดงความคิดเห็นตรงนี้ให้ได้บันทึกไว้ และให้ท่านประธานได้ดำเนินการได้ทำเป็นข้อสังเกต หรือท่านประธานได้นำกลับไปทบทวน ในการพิจารณาที่จะบรรจุระเบียบวาระต่อไปว่าได้มีการตรวจสอบถูกต้องหรือไม่ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ