อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ แสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน โดยเฉพาะมาตรา 3 ที่ทำให้บทบาทของหมออนามัยในชนบทลดลง และเรียกร้องให้ยกเลิกการแก้ไขดังกล่าว นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการยกเว้นแพทย์ประจำตำบลในการประกอบวิชาชีพสาธารณสุข เนื่องจากมีบทบาทและหน้าที่ในการดูแลสุขภาพของประชาชนอยู่แล้ว
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมก็มีความไม่สบายใจเช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิกที่ได้ลุกขึ้นอภิปราย แล้วว่าการไปแก้ไขร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... ที่วุฒิสภาไปแก้ไข ในหลายมาตรา แล้วก็โดยเฉพาะในมาตรา ๓ ซึ่งเป็นการตัดทอนบทบาทภารกิจและอาชีพ ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับแวดวงหมออนามัยในชนบทอย่างมาก การไปแก้ไขคำนิยามของวิชาชีพ การสาธารณสุขชุมชนที่ตัดเอา การตรวจวินิจฉัยและการบำบัดรักษาโรคเบื้องต้น ออกไป ผมคิดว่านี่เสมือนหนึ่งเป็นการยกเลิกบทบาทของผู้ที่เกี่ยวข้องกับอนามัยซึ่งอยู่ในชุมชน ที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนออกไปทั้งหมด ท่านประธานก็ทราบดีนะครับว่าปัจจุบันนี้ ปัญหาเรื่องการขาดแคลนกำลังคนในกระทรวงสาธารณสุขนั้นเป็นปัญหาหลักแล้วก็ต้องใช้ เวลายาวนาน ประมาณการกันว่าถึงปี ๒๕๖๓ ปัญหาการขาดแคลนนี้ก็ยังดำรงอยู่ การจะเพิ่มแพทย์ พยาบาลให้เพียงพอ หรือบุคลากรทางสาธารณสุขอย่างอื่นให้เพียงพอกับความต้องการของสังคม ยังต้องใช้เวลา เนื่องจากว่าเป็นวิชาชีพพิเศษที่ไม่สามารถที่จะผลิตขึ้นมาได้ง่าย ๆ เรียนกับ ท่านประธานว่ากำลังคนที่ประจำอยู่ในสถานีอนามัยหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ปีที่แล้วมีประมาณ ๓๗,๑๐๐ กว่าคน คนเหล่านี้ละครับที่ช่วยดูแลเรื่องสุขภาพอนามัยของ พี่น้องประชาชนในชนบท หากว่าเราไปตัดรอนตามที่สมาชิกวุฒิสภาได้ตัดแก้ไขไปนั้น ก็จะยิ่งก่อให้เกิดปัญหา เรียนท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วการไปตัดทอนเรื่องนี้ก็เป็นการทำให้ สถานะของคนที่เคยดูแลรักษาสุขภาพอนามัยของพี่น้องในชนบทลดต่ำลง เหลือเป็นเพียงแค่ พนักงานอาสาสมัครหรือแค่ผู้ช่วยทำงานด้านการปฐมพยาบาลเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ขณะที่ ระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อปี ๒๕๓๙ ให้บทบาทในเรื่องนี้ไว้สูงมากนะครับ คือสามารถประกอบวิชาชีพเวชกรรมต่าง ๆ ได้มาก เช่น ด้านอายุรกรรม ท่านประธานครับ โรคไข้ตัวร้อน โรคไข้ผื่นมีจุด ไข้จับสั่น ไอ ปวดศีรษะ คางทูม โรคขาดสารอาหารอะไรต่าง ๆ คนเหล่านี้สามารถวินิจฉัยโรคในเบื้องต้นแล้วก็ทำการรักษาพยาบาลเบื้องต้นได้ แต่ถ้าแก้ไข ตามที่วุฒิสภาไปแก้ไขกฎหมายฉบับนี้สิ่งเหล่านี้ทำไม่ได้เลยนะครับ แม้กระทั่งการผ่าฝี การชำระล้างแผล การทำคลอดในรายปกติ การวางแผนครอบครัว การเจาะเลือดจากปลายนิ้ว เพื่อตรวจหาเรื่องของเบาหวาน ความดันต่าง ๆ ก็ไม่สามารถที่จะทำได้
อีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าเป็นประเด็นที่วุฒิสภาไปแก้ไขแล้วคล้ายกับ ปรารถนาดีนะครับ แต่ว่าไม่มีความจำเป็นก็คือไปแก้ไขในมาตรา ๒๗ ที่เพิ่มแพทย์ประจำตำบล เข้าไป คล้าย ๆ ว่าเป็นการยกเว้นในกรณีการปฏิบัติหน้าที่คนเหล่านี้ได้รับการยกเว้น ก็คือไปใส่ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน หรือกระทำด้วยวิธีใด ๆ ที่แสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิที่จะประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน โดยมิได้รับ ใบอนุญาตจากสภาการสาธารณสุขชุมชน เว้นแต่ในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕ ) ใน (๕) บอกว่า การปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และแพทย์ประจำตำบล อันนี้เสริมเข้าไป ท่านประธานครับ แพทย์ประจำตำบลมาจากไหนครับ แพทย์ประจำตำบลเป็นบุคลากรของกระทรวงมหาดไทย ของกรมการปกครอง เขามาอย่างไรครับ ปัจจุบันนี้เขาเลือกจากคนที่เป็น อสม. เขาเลือกจากคนที่เคยมีประสบการณ์ด้านการรักษาพยาบาล เช่นเคยเป็นทหารเหล่าเสนารักษ์มา อย่างนี้เป็นต้น เมื่อได้รับการแต่งตั้งขึ้นไปแล้วบทบาท หน้าที่ในการดูแลเรื่องของการจ่ายยา เรื่องของการดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้น คนเหล่านี้ มีบทบาททำได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการที่วุฒิสภาไปใส่แพทย์ประจำตำบลไว้ใน (๕) นั้น ไม่มีความจำเป็นนะครับ เนื่องจากว่าในวรรคก่อนหน้านั้นก็ได้บอกชัดเจนแล้วว่าการปฏิบัติงาน ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านซึ่งได้ผ่านการอบรม ก็ซ้ำอยู่แล้ว และใน (๔) บุคคลซึ่งกระทรวง ทบวง กรม เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหาร ส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอื่นตามที่มี กฎหมายกำหนด เขาสามารถที่จะทำหน้าที่ตรงนั้นได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการใส่แพทย์ประจำตำบล ใน (๕) นี้ไม่มีความจำเป็นนะครับ ก็เห็นชอบด้วยว่าควรที่จะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ไปพิจารณาให้รอบคอบอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ