อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องการเป็นเจ้าภาพประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยเรียกร้องการออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้ประเทศไทยมีการเตรียมการประชุมอย่างดี และหารือเรื่องกฎหมายฉบับหนึ่งที่จะนำมาใช้ในการประชุมไซเตส ครั้งที่ ๑๖ ซึ่งมีเอกสิทธิ์คุ้มกันหลายประเด็น เช่น การคุ้มครองบุคคล ๔ ประเภทในการประชุม การอนุญาตเข้าเมืองและตรวจลงตรา การคุ้มกันจากกระบวนการทางกฎหมาย และการอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่อย่างอิสระ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นความจำเป็นของการออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้ล้อตามภาคี อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่เราจะมีการประชุมกัน ตามข้อตกลง กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าการออกกฎหมายแต่ละครั้งนั้นมีรายละเอียด และมีเงื่อนไขเฉพาะที่จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง กราบเรียนท่านประธานว่า ความจริงเรื่องนี้เราไม่น่าที่จะมาเร่งรัดกันเอาในช่วงท้ายคือช่วงก่อนที่จะมีการประชุมไซเตส ในประเทศไทยในวันที่ ๒ มีนาคมนี้ เหตุผลก็เนื่องจากว่าเรารู้ล่วงหน้ามานานแล้วนะครับว่า เราจะต้องประชุมกันในวันที่ ๒-๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖ เรารู้ตั้งแต่หลังการประชุมภาคีอนุสัญญา ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๕ ซึ่งเรารู้มา ตั้งแต่ตอนที่มีการประชุมที่ประเทศกาตาร์เมื่อวันที่ ๑๓-๒๕ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลานั้น เรารู้แล้วว่าประเทศไทยจะต้องเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมครั้งนี้ และมติในที่ประชุม ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ในช่วงปี ๒๕๕๓ นั้นก็มีมติเป็นเอกฉันท์ที่ให้ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ เพราะฉะนั้นเรามีเวลาเตรียมตัวในเรื่องนี้ถึง ๓ ปี เตรียมตัวทำอะไรครับ เตรียมตัวในการจัดเตรียมการประชุมซึ่งนอกเหนือจากการจัดสถานที่การประชุม รายละเอียดของการประชุมแล้ว กฎบัตรกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีเวลาเตรียมตัวถึง ๓ ปี มีกฎบัตรกฎหมายอะไรบ้างครับ คือการผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา และการออกกฎหมาย รับรองการประชุมและการให้ความคุ้มครองการประชุมซึ่งทุกประเทศเขาก็ทำแบบนี้ ปัญหาว่าทำไมถึงไม่ใช้เวลาในช่วง ๓ ปีนั้นให้เกิดประโยชน์ครับ คณะรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๕๓ คณะรัฐมนตรีสมัยนั้นคือรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้อนุมัติในหลักการ การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมตั้งแต่วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๓ แล้ว ทำอะไรอยู่ ทำไม เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึงเดือนครับท่านประธานเราต้องมาเร่งรัดออกกฎหมายฉบับนี้ นี่เป็นประเด็นที่ ๑
กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพต่อมาว่า กฎหมายฉบับนี้ เป็นความจำเป็นและผมก็เห็นความจำเป็น แต่เนื้อหาสาระของการประชุมเราก็ละเลยไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายฉบับนี้คือกฎหมายที่คุ้มครองการประชุมไซเตส ครั้งที่ ๑๖ ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ถามว่าจัดที่ไหน ดูจากเอกสารนี่เขาจะจัด ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เนื้อหาสาระของการคุ้มครองคืออะไรครับ ระบุไว้เพียง มาตราเดียวคือในมาตรา ๔ ให้การคุ้มครองกับบุคคล ๔ ประเภทที่จะได้รับเอกสิทธิ์ และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับสำนักเลขาธิการอนุสัญญา ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ นี่ละครับ คน ๔ กลุ่มนี้ก็คือ (๑) ผู้แทนของรัฐภาคีอนุสัญญา ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยถูกต้อง (๒) ผู้สังเกตการณ์ขององค์การสหประชาชาติ ทบวงการชำนัญพิเศษ แห่งสหประชาชาติ และทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ รวมไปถึงผู้แทนรัฐอื่น ที่มิได้เป็นภาคีอนุสัญญาที่เข้าร่วมประชุมในฐานะผู้สังเกตการณ์ นี่ก็ให้การคุ้มครอง (๓) ผู้แทนของหน่วยงานหรือองค์กรที่มีคุณสมบัติเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการคุ้มครอง การอนุรักษ์ การจัดการเกี่ยวกับสัตว์ป่าหรือพืชป่าตามประเภทที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๑ วรรคเจ็ด ของอนุสัญญาที่เข้าร่วมประชุมในฐานะเป็นผู้สังเกตการณ์ นี่อีกกลุ่มหนึ่ง กลุ่มสุดท้ายคือ (๔) เจ้าหน้าที่ของสำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ และเจ้าหน้าที่ที่รัฐบาลไทยจัดให้สำนักเลขาธิการ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ที่มาปฏิบัติ หน้าที่เกี่ยวกับการประชุม เป็นผู้ดำเนินการประชุมครั้งนี้ จะเห็นว่าการให้เอกสิทธิ์คุ้มครองทั้งหลาย กับบุคคล ๔ ประเภทนี้กว้างขวางมาก กว้างขวางในประเด็นอะไรบ้างครับท่านประธาน เอกสิทธิ์ที่จะคุ้มครองจากกฎหมายที่มีเนื้อหาสาระสั้น ๆ เพียงมาตราเดียวนี่นะครับ ให้การคุ้มครองคือทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการประชุม ครั้งที่ ๑๖ นี้ รัฐบาลไทยจะนำ ข้อบทอนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกันของสหประชาชาติมาใช้ทั้งหมด ผู้สังเกตการณ์ที่ได้รับการอนุญาตเข้าประชุมจะได้รับการคุ้มกันจากกระบวนการทางกฎหมาย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับถ้อยคำ วาจา หรือเป็นลายลักษณ์อักษร และการกระทำทั้งปวง ของผู้สังเกตการณ์เหล่านั้น ผู้เข้าร่วมทั้งหมดจะได้รับการอนุมัติการตรวจลงตรา หรือใบอนุญาตเข้าเมืองตามที่จำเป็นโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมและอย่างรวดเร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้เพื่อให้สามารถเข้าประชุม ครั้งที่ ๑๖ นี้ได้โดยปราศจากอุปสรรคใด ๆ เหนือกว่าคนอื่น เหนือกว่าคนทั่วไปทั้งหมด บุคลากรที่รัฐบาลไทยจัดให้จะได้รับการคุ้มกัน จากกระบวนการทางกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วยถ้อยคำ วาจา หรือลายลักษณ์อักษร และการกระทำทั้งปวงที่ได้กระทำในตำแหน่งหน้าที่เกี่ยวข้องกับการประชุม ตัวอย่าง อะไรบ้างครับ แม้กระทั่งเด็กเสิร์ฟที่อยู่ในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ในเวลานั้นไปจับเขา ก็ไม่ได้นะครับ ไปทำผิดอะไรนี่จับเขาไม่ได้นะครับ การคุ้มครองนี้มีเอกสิทธิ์ รัฐบาลไทย จะประกันว่าเอกสารเครื่องมือ และวัสดุที่จำเป็นสำหรับการประชุม ครั้งที่ ๑๖ ตลอดจน เอกสารและเครื่องมือที่นำติดตัวมากับผู้แทนสื่อมวลชนที่เข้าร่วมประชุมจะได้รับอนุญาต ให้นำเข้าและออกจากประเทศไทยโดยปราศจากข้อจำกัดและอากรนำเข้าหรือส่งออก สนุกเลยครับท่านประธาน ควบคุมได้ไหมล่ะครับ ซื้อกล้องเข้ามา ซื้อกล้องออกไป เอามาใช้ในนี้ ใช้แล้วขายในประเทศไทย ซื้อจากประเทศไทยออกไปไม่ต้องเสียภาษี เอกสิทธิ์นี้ได้รับ การคุ้มครองตามเอกสิทธิ์และความคุ้มกันของสหประชาชาตินะครับ บุคคลทั้งหมดจะมีสิทธิ ในการนำเงินทุนส่วนที่เหลือที่เข้ามาและไม่ได้ใช้จ่ายในการประชุมออกนอกประเทศ ในช่วงเวลาเดินทางกลับโดยปราศจากข้อจำกัดใด ๆ ทั้งสิ้น จะขนไปฟอกกันที่ไหน อย่างไรก็ได้ ฝากไปฟอกที่ไหนก็ได้ ท่านประธานครับ รับรองได้หรือเปล่าว่าคน ๔ กลุ่มที่อนุญาต ให้เดินทางเข้ามาร่วมประชุมครั้งนี้จะเป็นคนดีทั้งหมด ทั้งรัฐภาคี ทั้งรัฐไม่ใช่ภาคี ทั้งผู้สังเกตการณ์ ทั้งใครต่อใคร สื่อมวลชน เอ็นจีโอ (NGO) ท่านประธานรับรองได้ไหมครับ เอกสิทธิ์นี้ยังคุ้มกัน ได้รับการอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระอะไรทั้งหลายทั้งปวงนี้นะครับ มีทั้งหมด ๘ ข้อที่เป็นเอกสิทธิ์คุ้มกันบุคคลเหล่านี้ ผมก็อยากถามท่านประธานว่ารายชื่อ บุคคลที่จะเข้าร่วมประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งสัตว์ป่าและพืชป่า ที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส ครั้งที่ ๑๖ ใครบ้างผมอยากทราบจริง ๆ แยกแยะออกมาได้ไหมครับ ก่อนที่เราจะอนุมัติกฎหมายนี้เพื่อให้เอกสิทธิ์คุ้มกันของเขาที่มีสิทธิประโยชน์มากมาย เหนือกว่าคนไทย ๖๐ กว่าล้านคน นี่มันเอกสิทธิ์ทางการทูตเหนือกว่าทูตด้วยซ้ำ ท่านประธานที่เคารพครับ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากว่าเราผลีผลามให้กฎหมายฉบับนี้ ผ่านไปโดยไม่มีการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ ผมคิดว่ามันจะตกขึ้นกับประเทศของเรา และจะเป็นบรรทัดฐานที่ไม่ดีเลยนะครับ กระผมก็ขออนุญาตในเบื้องต้นกับท่านประธานว่า กระผมเห็นชอบที่รัฐบาลจำเป็นต้องออกกฎหมายฉบับนี้เป็นความจำเป็น เป็นความจำเป็น เพื่อให้การคุ้มครองการประชุมไซเตส ครั้งที่ ๑๖ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพนั้นดำเนินไปด้วยความราบรื่นตามพันธสัญญาที่เราให้ไว้กับ ต่างประเทศ แต่ความละเอียดรอบคอบของกฎหมายนี้พวกเราในฐานะเป็นผู้แทนของ ปวงชนชาวไทยจำเป็นที่จะต้องดูอย่างละเอียดรอบคอบเช่นกัน ก็ขอบคุณท่านประธานในชั้นนี้ ไว้เพียงเท่านี้ก่อน ขอบคุณครับ