ชื่นสุมน นิวาทวงษ์ หารือเรื่องการยุบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และโอนอำนาจหน้าที่ บุคลากร ทรัพย์สิน ไปที่กรมป่าไม้ และหารือเกี่ยวกับมาตรา ๗ และ ๘ ของร่างพระราชบัญญัตินี้
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน นางชื่นสุมน นิวาทวงษ์ กรรมาธิการ ขออนุญาตเรียนชี้แจงเกี่ยวกับหลักการของร่างพระราชบัญญัตินี้ คือร่างพระราชบัญญัตินี้จริง ๆ แล้วมีหลักการอยู่อย่างเดียวก็คือการยุบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้วก็เอาอำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน กิจการ บุคลากร ไปรวมไว้ที่กรมป่าไม้ เพราะฉะนั้นเนื้อหาหลัก ๆ ก็คือการยุบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้วก็ จะให้มีการโอนบุคลากร อำนาจหน้าที่ แล้วก็ทรัพย์สินต่าง ๆ ไปที่กรมป่าไม้นะคะ ซึ่งหลักการอันนี้ มันจะไปจบตรงที่มาตรา ๖ แต่เนื่องจากว่าในชั้นการพิจารณาไม่ว่าจะเป็นในชั้นการพิจารณา ของ ก.พ.ร. หรือว่าในชั้นการพิจารณาของตัวสำนักงานเองนะคะ ก็จะมีการพิจารณาว่า เนื่องจากกรณีนี้มันเป็นการยุบกรมที่มีขนาดใหญ่กว่ามารวมกับกรมที่มีขนาดเล็กกว่า เพราะฉะนั้นโครงสร้างของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงเป็นโครงสร้างที่ใหญ่ แต่เมื่อมายุบรวมกับกรมป่าไม้ซึ่งมีโครงสร้างที่เล็กก็อาจะเกิดปัญหาในช่วงระยะเริ่มแรก ก็คือว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีข้าราชการประมาณ ๔,๐๐๐ คน ขณะที่กรมป่าไม้มีข้าราชการประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าคน แล้วโครงสร้างของการแบ่งส่วน ของกรมป่าไม้เองก็มีกฎกระทรวง แบ่งส่วนเพื่อจะรองรับภารกิจเฉพาะที่เกี่ยวกับกฎหมายป่าไม้ แล้วก็รองรับบุคลากรเท่าที่มีอยู่ของกรมป่าไม้เท่านั้น ถ้าหากว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ ประกาศใช้ไป เมื่อประกาศใช้แล้วจะเกิดผลทันทีก็คือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะหายไป แล้วก็จะมีการโอนบุคลากรทั้งหมดมาอยู่ที่กรมป่าไม้ ซึ่งคนทั้งหมดก็จะถูกเกลี่ย เข้ามาอยู่ในกรมป่าไม้ซึ่งมีโครงสร้างขนาดเล็กไม่ได้รองรับสำหรับการที่จะดำเนินการตามกฎหมาย ของป่าไม้เมื่อรวมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้วนะคะ ก็อาจจะเกิดปัญหา ในระยะเริ่มแรกได้ เพราะฉะนั้นก็เลยเกิดมาตรา ๗ กับมาตรา ๘ ขึ้นมา โดยมาตรา ๗ เกิดขึ้นมาเพื่อจะแก้ปัญหาในระยะเริ่มแรกเท่านั้น คือก่อนที่จะมีการออกกฎกระทรวง เพื่อจะแบ่งส่วนกรมป่าไม้ใหม่ในลักษณะที่มีการปรับปรุงโครงสร้างใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับ บุคลากรที่เพิ่มมากขึ้น แล้วก็รองรับภารกิจอำนาจหน้าที่ที่เพิ่มมากขึ้นจากกฎหมายที่มา รวมกันนะคะ เพราะฉะนั้นในส่วนของมาตรา ๗ หลักการทั่วไปเลยก็คือการฟรีซ (Freeze) ทุกอย่างให้อยู่กับที่ มาตรา ๗ ก็เลยบอกว่ากรมป่าไม้ในระยะเริ่มแรก คือหลังจากที่ พ.ร.บ. นี้ ประกาศไปแล้ว ขอให้กรมป่าไม้มีการแบ่งส่วนราชการ นอกจากที่จะมีการแบ่งส่วนตาม กฎกระทรวงของกรมป่าไม้แล้ว ขอให้มีส่วนราชการของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตามกฎกระทรวงของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในลักษณะที่ เป็นการขนานไปด้วยกันก่อนจนกว่าจะมีกฎกระทรวงที่ออกใหม่ตามกรมป่าไม้ใหม่ที่เป็น การรวมกรมแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นในส่วนของมาตรา ๗ นี่ค่ะ ก็เลยมีการพิจารณากันว่า เมื่อมีการนำกฎกระทรวงของกรมป่าไม้เป็นหลักแล้ว แล้วก็โอนมาในส่วนของสำนักต่าง ๆ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้มีลักษณะขนานคู่กันไป แต่ว่ามันจะมีหน่วยงาน ระดับสำนักหรือระดับกองที่เป็นหน่วยงานลักษณะหน่วยงานสนับสนุน ไม่ได้เป็นหน่วยงานหลัก ที่ต้องมีการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายโดยแท้นะคะ ก็จะมีหน่วยงานหลักที่ทุกกรมจะต้องมี เพียงหน่วยงานเดียวก็คือสำนักบริหารงานกลาง สำนักแผนงานและสารสนเทศ แล้วก็กองนิติการ ซึ่งไม่ว่ากรมไหนก็ตามจะต้องมีเพียงกรมเดียว ในชั้นการพิจารณาก็เลยมองว่าในเมื่อทุกกรมเมื่อรวมเป็นกรมป่าไม้แล้วสำนักเหล่านี้มันก็ต้องอยู่ เพียงสำนักเดียว ก็เลยกำหนดให้สำนักบริหารงานกลาง แล้วก็กองนิติการ แล้วก็สำนักแผนงาน และสารสนเทศของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชนี้ไม่อยู่ในส่วนที่จะต้องทำ เป็นส่วนคู่ขนานไปกับของทางกรมป่าไม้ ก็คือถูกยุบไปรวมแล้วก็ไปเกลี่ยอัตรากำลังใหม่ คือไปรวมกันกับของทางกรมป่าไม้ เพราะฉะนั้นเมื่อกฎหมายฉบับนี้ประกาศไปกรมป่าไม้ ก็จะมีเหมือนกับกรมอื่น ๆ ทั่วไป ก็คือจะมีสำนักบริหารงานกลาง ๑ สำนัก มีส่วนของกลุ่มนิติการ ๑ กลุ่ม แล้วก็ส่วนของสำนักแผนงานและสารสนเทศ ซึ่งอันนี้เป็นลักษณะของกรมตามปกตินะคะ สำหรับข้อห่วงใยของท่านขจิตรก็คือว่าเนื่องจากลักษณะงานตามที่บอกไปแล้วว่าลักษณะงาน ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีลักษณะที่มีขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้นในส่วน ของบุคลากรก็จะมีเยอะกว่า ในส่วนของฝ่ายนิติการของเขาก็เลยมีลักษณะเป็นกองเพื่อจะ รองรับภาระงานและบุคลากรของเขาตรงนี้ แต่ว่าในส่วนของกรมป่าไม้เป็นหน่วยงานขนาดเล็กกว่า ก็เลยมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นกลุ่มนิติการไม่ได้มีลักษณะเป็นกอง เป็นกลุ่มนิติการขึ้นตรงกับ ท่านอธิบดี ข้อกังวลของท่านขจิตรก็คือว่าหน่วยงานของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ถูกยุบไปมันจะมีลักษณะเป็นกอง แต่ว่าในส่วนของกรมป่าไม้จะมีลักษณะเป็นกลุ่ม ท่านก็เลย กังวลใจว่าเมื่อเกลี่ยคนไปแล้วคนที่เคยเป็น ผอ. กอง อาจจะไม่ได้ไปเป็น ผอ. ของกองใหม่ ถ้าหากว่าจะมีการตั้งเป็นกองนิติการใหม่ของกรมป่าไม้หลังจากที่มีกฎกระทรวงใหม่ประกาศแล้ว ซึ่งอันนี้ทาง ก.พ. และทาง ก.พ.ร. เองก็ได้ชี้แจงบอกว่าเมื่อกฎกระทรวงใหม่ออกมาแล้วก็ ต้องมีการดูภารกิจและอัตรากำลังใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นจะเป็นระดับกองหรือว่า ระดับใดคงจะต้องพิจารณาภาระหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง ก็คงไม่สามารถที่จะการันตี (Guarantee) ได้ คือไม่สามารถที่จะกำหนดให้เป็นกองได้ ในชั้นของการพิจารณาในตัวร่างพระราชบัญญัตินี้นะคะ ต้องไปพิจารณาในชั้นการออกกฎกระทรวง ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรี แต่อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมาธิการเองก็ได้เขียนเป็นข้อสังเกตไว้ว่าเมื่อมีการรวมเอากองนิติการไปรวมกับ กลุ่มนิติการแล้ว ถ้าหากว่ามีการออกกฎกระทรวงใหม่ก็ขอให้พิจารณาว่าในส่วนของงานนิติกรนี้ ควรจะมีการตั้งให้เป็นหน่วยงานในระดับกอง ก็ได้มีการตั้งข้อสังเกตในส่วนตรงนี้ไว้แล้วค่ะ