สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

ชื่นสุมน นิวาทวงษ์ เสนอการโอนส่วนราชการของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มาเป็นส่วนราชการของกรมป่าไม้ แต่ต้องการรักษาส่วนราชการเดิมไว้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการให้บริการประชาชน และยังหารือเรื่องการปราบปรามและควบคุมไฟป่า โดยมีข้อสงวนเกี่ยวกับการขยายขอบเขตหน่วยงาน

นางชื่นสุมน นิวาทวงษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางชื่นสุมน นิวาทวงษ์ กรรมาธิการ ขออนุญาตเรียนชี้แจงในส่วนของมาตรา ๗ ดังนี้นะคะ คือตอนที่ตอบเมื่อสักครู่นี้พอดีว่าตอบในประเด็นของท่านขจิตรนะคะ อาจจะทำให้สับสน ตรงที่ว่าในส่วนของกรรมาธิการมีการแก้ไขอย่างไร แล้วก็มีผู้ตั้งข้อสงวนอย่างไร เพราะว่า อันนี้มีผู้ตั้งข้อสงวนไว้ ๒ ส่วนนะคะ ถ้าอย่างนั้นขออธิบายในเบื้องต้นอย่างนี้ก่อนนะคะว่า ในตัวของมาตรา ๗ ในร่างที่ผ่าน ครม. มา ในส่วนของมาตรา ๗ จะมีการกล่าวถึงว่า ในวาระเริ่มแรกจะให้กรมป่าไม้ประกอบไปด้วยส่วนราชการตามกฎกระทรวงของ กรมป่าไม้เดิมบวกกับบางส่วนราชการของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งจะ ให้โอนอัตรากำลังแล้วก็โอนส่วนราชการพวกนี้มาเป็นส่วนราชการของกรมป่าไม้ด้วยตามที่ได้ ชี้แจงไปแล้วนะคะ ในส่วนของกรรมาธิการเมื่อได้พิจารณามาตรา ๗ แล้ว กรรมาธิการได้เพิ่ม คำว่า ข้อ ๓ เข้าไปตามที่มีการขีดเส้นใต้ในตัวรายงานที่ได้แสดงต่อทางสภาแล้วนะคะ ได้เพิ่ม คำว่า ข้อ ๓ เข้าไปเพื่อให้มีความชัดเจนขึ้นว่าในส่วนของ (๒) (๖) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) นี้เป็น วงเล็บในข้อ ๓ ของกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งตอนที่ผ่าน ครม. มาอาจจะตกหล่นไปในส่วนของข้อ ๓ อันนี้กรณีที่เติมคำว่า ข้อ ๓ ก็เพื่อ ความชัดเจน น่าจะไม่มีปัญหาในส่วนของการเติมข้อ ๓ นะคะ ทีนี้ในส่วนของการพิจารณาของกรรมาธิการ ต่อจากนั้นก็มีการพิจารณากันอย่างที่หลาย ๆ ท่าน ได้อภิปรายก็คือว่าได้มีการพิจารณาตามที่ทางกฤษฎีกาได้อธิบายไปแล้วว่าการที่ไม่มีส่วนราชการ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชบางส่วนมาก็คือหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานสนับสนุน หรือเป็นหน่วยงานกลาง ซึ่งทุกกรมจะต้องมีเพียงหน่วยงานส่วนราชการลักษณะนั้นเพียงอันเดียว ก็คือพวกสำนักบริหารงานกลาง กองนิติการ แล้วก็สำนักแผนงานและสารสนเทศ อันนี้จะถูก เกลี่ยคนไปรวมกับส่วนของกรมป่าไม้ ซึ่งอันนี้ทางคณะกรรมาธิการเห็นด้วยแล้วก็เห็นด้วยกับ ร่างที่ผ่าน ครม. มา แต่ว่าทางคณะกรรมาธิการมีข้อสังเกตเพิ่มเติมขึ้นมาก็คือว่าในส่วนของ (๒) กับ (๔) ก็คือสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า และ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้ และพันธุ์พืช บังเอิญว่าในส่วนของกรมป่าไม้มันมีหน่วยงานที่มีชื่อใกล้เคียงกัน ก็คือกรณี ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า แต่ว่าในส่วนของกรมป่าไม้ก็มีสำนักป้องกัน รักษาป่า และควบคุมไฟป่า ในส่วนของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช ของกรมป่าไม้ก็มีสำนักวิจัยและพัฒนาป่าไม้ ในชั้นการพิจารณาของกรรมาธิการก็เลยมองว่า ถ้าหากว่า ๒ ส่วนราชการนี้มีอำนาจหน้าที่เหมือนกัน มีภารกิจเหมือนกันก็สมควรที่จะเอาไป รวมกันในเบื้องต้นเลยตั้งแต่ในวาระเริ่มแรก ในวาระเริ่มแรกขออธิบายอย่างนี้ว่า ในวาระ เริ่มแรกคือช่วงระยะเวลาหนึ่งซึ่งเราไม่สามารถจะคาดการณ์ได้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไร ในการออกกฎกระทรวงใหม่เพื่อจะรองรับโครงสร้างใหม่ อาจจะ ๒-๓ เดือน หรือว่า ๔-๕ เดือน ก็แล้วแต่เพราะมีกระบวนการในการพิจารณาออกกฎกระทรวงอยู่ ทีนี้เฉพาะในช่วงแรก ถ้าสมมุติว่าเป็นระยะสั้นก็อาจจะเป็น ๒-๓ เดือน ช่วงแรกก็คือเกลี่ยคนมารวมกันเฉพาะ บางส่วนงานเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นพอกฎกระทรวงใหม่ประกาศก็จะมีโครงสร้าง ในลักษณะใหม่ ซึ่งโครงสร้างลักษณะใหม่คงไม่ได้หมายความว่าจะมีการเอาส่วนราชการ ที่มีการแบ่งส่วนตามการแบ่งส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มารวมกับ ของกรมป่าไม้คงไมใช่ลักษณะนั้น เพราะว่าการรวมกรมก็คือการรวมอำนาจเป็นหนึ่งเดียว ของกรมป่าไม้ เพราะฉะนั้นโครงสร้างใหม่อาจจะไม่มีลักษณะเหมือนเดิมเลยก็ได้ในส่วนของส่วนงาน ที่เป็นหน่วยงานหลักเพื่อจะปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะว่าต้องรวม ๒ ส่วนเข้าด้วยกัน ทั้งกฎหมายป่าไม้แล้วก็กฎหมายอุทยาน เพราะฉะนั้นในช่วงระหว่างที่รออาจจะเป็น ๑ เดือน ๒ เดือน หรือ ๓ เดือน ในช่วงเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ก็เลยมองว่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการให้บริการ ประชาชนหรือว่าในการกำหนดหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการดำเนินการตามกฎหมายต่าง ๆ ก็เลยกำหนดในส่วนของตัวมาตรา ๗ ขึ้นมาเพื่อจะกำหนดให้มีหน่วยงานเดิมคือฟรีซทุกอย่างไว้ก่อน ทำภาระหน้าที่เหมือนเดิม ประชาชนก็มาติดต่อที่เดิมไปก่อน จะได้ไม่เกิดปัญหาในช่วงระยะ ๒-๓ เดือนแรก

ทีนี้ในส่วนของสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า และ สำนักวิจัย การอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช เมื่อคณะกรรมาธิการได้ตัดส่วนนี้ไปแล้วเนื่องจากเห็นว่าภารกิจ ซ้ำซ้อนกัน ก็มีกรรมาธิการบางท่านได้ตั้งข้อสงวนไว้ว่าในส่วนนี้สมควรที่จะคงไว้ แล้วก็ในส่วนของ กองนิติการที่ถูกตัดออกไป จริง ๆ มันไม่มีมาตั้งแต่ตอนที่ผ่าน ครม. มาเลย ทางท่านขจิตร ก็ได้ขอสงวนไว้ว่าจะขอเพิ่มในส่วนของกองนิติการเนื่องจากเกรงว่าข้าราชการจะถูกผลกระทบ ท่านขจิตรก็เลยขอสงวนในส่วนตรงนี้ไว้ แต่ว่าท่านขจิตรไม่ได้สงวนในส่วนของ (๒) และ (๔) ค่ะ