สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๘ · ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๕

ชลน่าน ศรีแก้ว เสนอการแก้ไขพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง และผลประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ และประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน โดยเฉพาะเรื่องเงินประจําตําแหน่ง

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานในมาตรา ๕ แห่งร่างพระราชบัญญัติ เงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง และผลประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ และประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมจะขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิสมาชิกอภิปรายในมาตรา ๕ แก้ไขมาตรา ๔/๑ ซึ่งกรรมาธิการได้ไปแก้ไขในร่างของสภาผู้แทนราษฎรที่รับไปในชั้นของการรับหลักการ ท่านประธานครับ ในการแก้ไขของกรรมาธิการผมต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่าน มาตรา ๔/๑ ร่างเดิมนะครับ ในกรณีที่สมควรปรับอัตราเงินเดือน หรือเงินประจําตําแหน่ง ของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ไล่ไปเรื่อย ๆ ถ้าการปรับอัตราเงินเดือนหรือเงินประจําตําแหน่ง ดังกล่าว เป็นการเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละเท่ากันทุกอัตราและไม่เกินร้อยละสิบของอัตรา ที่ใช้บังคับอยู่ ก็ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมต้องสอบถาม เหตุผลที่ทางกรรมาธิการได้ไปตัดคําว่า หรือเงินประจําตําแหน่ง ออกในมาตรา ๔/๑ ด้วยเหตุผลอันใด นั่นคําถามที่ ๑ ผมไปตรวจสอบดูพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง ในฉบับตั้งแต่เริ่มดําเนินการมาและแก้ไขครั้งสุดท้ายเป็นฉบับที่ ๘ จริงอยู่ในการแก้ไข การให้อํานาจในการเพิ่มในอัตราที่เท่ากันเช่นร้อยละ ๑๐ เขียนระบุเฉพาะว่าเป็นเงินเดือน เป็นการเพิ่มเงินเดือน ไม่เขียนเงินประจําตําแหน่ง กรรมาธิการอาจจะเห็นการเขียนรูปแบบนั้น แล้วนํามาเขียนในขององค์กรอิสระ ทีนี้ผมถามกรรมาธิการว่าถ้าสมมุติจะมีการเปลี่ยนแปลง อัตราเงินประจําตําแหน่ง ถ้าดูตามพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว และดูตัวพระราชบัญญัติเดิมขององค์กรอิสระในมาตรา ๔ เขียนสั้น ๆ แค่นั้นเอง ให้เป็นไปตาม บัญชีแนบท้าย และมีการแก้ไข ปี ๒๕๔๖ มีการเพิ่มเงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง ตั้งแต่มีกฎหมายขององค์กรอิสระนี้ก็คงเดิมมาตลอดคือเป็นบัญชีแนบท้ายเริ่มมาตั้งแต่ปีแรกสุด ของตัวประธานกรรมการและกรรมการขององค์กรอิสระ เงินประจําตําแหน่ง ถ้าเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญก็อยู่ที่ ๕๐,๐๐๐ บาท ตัวตุลาการอยู่ที่ ๔๒,๐๐๐ บาท อัตรานี้คงเดิมมาตลอด ถึงแม้การแก้ไขเพิ่มเติมของกรรมาธิการล่าสุดที่มีการเพิ่มแล้ว แต่เงินประจําตําแหน่งก็ยังไม่เพิ่มก็อยู่ที่ ๕๐,๐๐๐ บาทอยู่เหมือนเดิม สําหรับประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินก็อยู่ที่ ๔๕,๕๐๐ บาท อยู่เหมือนเดิม ผมถามว่าถ้าสมมุติว่ามีการปรับเปลี่ยนเงินประจําตําแหน่ง ซึ่งผมไม่แน่ใจว่า จะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ แต่เชื่อว่าต่อไปคงมีเพราะมันสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ และสังคม เป็นเงินเพิ่มเงินประจําตําแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราก็มีการปรับเปลี่ยน เงินเพิ่มเงินประจําตําแหน่งจากเดิมที่มีเงินเพิ่มเงินประจําตําแหน่งที่น้อยกว่านี้มาก แล้วก็ขยับขึ้นมาในอัตราส่วนที่เท่ากัน ท่านจะต้องทําอย่างไร ถ้าไม่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔/๑ หรือมาตราอื่น ๆ ถ้าท่านตัดลง เกิดเงินประจําตําแหน่งที่เขาจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่เท่ากัน ถ้าเราไม่ให้อํานาจเขาไว้ในกฎหมายฉบับนี้ไปตราเป็นพระราชกฤษฎีกา เขาก็ต้องยื่นขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติเพื่อขอแก้ไขตราเป็นพระราชบัญญัติที่จะให้เงินประจําตําแหน่งเขาอีก ก็ยุ่งยาก กฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ที่จําเป็นต้องตราขณะนี้เนื่องจากว่า ตัวประธานองค์กรอิสระและกรรมการหรือตุลาการองค์กรอิสระนี่เขาไม่ได้รับเงินเพิ่มเลย เฉพาะเงินเดือนนะครับ ตั้งแต่มีการเพิ่มมา ๔ ครั้ง ร้อยละ ๕ ร้อยละ ๓ ร้อยละ ๔ ร้อยละ ๕ ๔ ครั้งที่มีการปรับเงินเดือนของภาครัฐเขาเหล่านั้นไม่ได้มีโอกาสได้เพิ่มเลย เนื่องจากว่าเขามีกฎหมายเฉพาะ การเพิ่มเงินเดือนของภาครัฐเอง เมื่อเพิ่มแล้วเขามี กฎหมายเฉพาะไม่ครอบคลุมของกฎหมายฉบับนั้น ก็ต้องมาแก้กฎหมายฉบับนี้เขาถึงจะรับได้ ย้อนหลังไปถึงปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา อันนี้เป็นคําถามของผมว่าถ้าไม่เขียนไว้ตรงนี้ด้วยเหตุผลว่ามันจะเป็นการเพิ่มเฉพาะเงินเดือน ถ้าจะบัญญัติเพิ่มเติมควรจะเป็นอย่างไร ในชั้นของพวกเราขณะนี้อาจจะไม่มีประโยชน์แล้วครับ เพราะแก้ไขอะไรก็ไม่ได้ก็คงต้องตามนี้ แต่ผมอภิปรายตรงนี้เผื่อว่าในชั้นของวุฒิสภา หรือการที่เราจะมีกรรมาธิการร่วมกันมันอาจจะเป็นประโยชน์กับหน่วยงานเหล่านั้น กราบขอบคุณท่านประธานครับ